Non-Ferrous Application & Knowledge

2026年初黄金价格分析
截至2026年1月5日,黄金价格约为4,300–4,400美元/盎司,创下历史新高。这一走势延续了2025年全年强劲的上涨趋势。2026年的前景仍受到全球经济不确定性、贸易摩擦、国际贸易政策、美联储降息预期以及各国央行持续购金的支撑。
黄金价格概况(2026年初)
- 最新价格(2026年1月5日): 4,400–4,450 USD/oz
- 2025年走势: 黄金全年收于历史新高,反映了投资者与央行的强劲买盘
- 市场定位: 黄金不仅被视为短期抗通胀工具,更是全球投资组合中的战略性配置资产
影响黄金价格的关键因素
- 美国货币政策(美联储): 市场预期2026年将降息,推动金价上涨
- 通胀与全球经济: 对衰退与通胀的担忧促使投资者增持黄金作为避险资产
- 全球央行: 多国继续增加黄金储备,以分散美元风险
- 地缘政治风险: 战争、国际紧张局势与政治不确定性持续支撑金价
2026年走势展望
- 基准区间: 预计金价在 4,300–5,500 USD/oz 之间运行 → 突破5,000 USD/oz的可能性很高
- 上涨潜力: 若美联储快速降息或全球经济显著放缓,金价可能突破 5,500 USD/oz
- 下行风险: 若全球经济迅速复苏且利率维持高位,金价可能回调至 ~4,000 USD/oz(概率较低,目前仍处于上升趋势)
投资者建议
- 短期: 密切关注美联储会议、各国经济政策、中国资源出口限制、去美元化趋势及国际贸易政策
- 中长期: 黄金仍是避险资产,适合用于投资组合的风险分散 → 价格有望继续上涨
结论
2026年黄金价格仍处于历史高位,整体趋势 维持上升。尽管短期可能出现回调,但在货币宽松、全球经济不确定性与央行购金的推动下,金价有望继续走高。
6 ม.ค. 2026

Copper's excellent electrical/thermal conductivity, corrosion resistance, and antimicrobial properties make it vital for electrical wiring, plumbing (pipes, fittings), and electronics; it's also crucial in construction (roofing, gutters), transportation (EVs, radiators), machinery (motors, pumps), and has uses in medicine (hospital surfaces), art, and agriculture (fungicides). Its role is growing with the energy transition (solar, wind, EV infrastructure).
Key Applications by Industry
Electrical & Electronics: Wires, cables, circuit boards, motors, transformers, switches, connectors (essential for data centers, AI, EVs).
Construction: Plumbing (pipes), roofing, gutters, downspouts, architectural details, door handles (due to antimicrobial nature).
Transportation: Vehicle wiring, motors, radiators, braking systems, marine hardware (anti-fouling).
Industrial Machinery: Heat exchangers, pumps, valves, bearings, industrial piping.
Medical: Hospital surfaces, doorknobs, equipment (reduces bacteria).
Consumer Goods: Cookware, jewelry, musical instruments, tools, decorative items.
Agriculture: Copper sulfate used as fungicide and algaecide.
Why Copper is Used
High Conductivity: Best for transferring electricity and heat efficiently.
Corrosion Resistance: Resists weathering and soil corrosion, ideal for water/plumbing.
Malleability & Ductility: Easy to shape and draw into wires.
Antimicrobial: Kills microbes, reducing infection spread.
Durability & Recyclability: Long-lasting and highly sustainable
21 ธ.ค. 2025

Aluminum is ideal for beverages due to its light weight, strength for carbonation, and excellent barrier properties (blocking light/air) to keep drinks fresh, plus it's infinitely recyclable, requiring much less energy to recycle than to produce new, making it highly sustainable for packaging sodas, beers, juices, and more. Its high recycling rate and ability to form a perfect, airtight seal make it a superior choice for preserving flavor, extending shelf life, and reducing environmental impact.
Key Benefits of Aluminum for Beverages:
Preserves Freshness: Blocks 100% of light and oxygen, preventing contamination and spoilage, protecting flavor.
Sustainable & Recyclable: Infinitely recyclable in a true closed-loop system, using 95% less energy to recycle than to make new aluminum, with high recycled content.
Lightweight & Efficient: Easier and cheaper to transport, store, and display, reducing carbon footprints.
Durable & Strong: Withstands the pressure of carbonated drinks and resists breakage during transport, unlike glass.
Versatile: Used for soda, beer, hard seltzers, energy drinks, juices, and more.
Cooling: Has a natural cooling effect, keeping drinks cool with minimal energy.
How it Works:
Manufacturing: Bauxite ore is refined into pure aluminum, then rolled into thin sheets, stamped into discs, and drawn into the can shape.
Lining: An epoxy lacquer or polymer lining is sprayed inside to prevent the aluminum from corroding and imparting a metallic taste.
Sealing: A double-seam process creates an airtight, hygienic seal for the lid, locking in freshness.
Recycling: Cans can be melted and reformed into new cans in as little as 60 days, making aluminum a circular packaging material.
20 ธ.ค. 2025

ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก.
แนวโน้มสำคัญ:
การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง.
ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก.
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า.
นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่.
การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย.
การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ.
ความท้าทาย:
ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน.
การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ.
โอกาส:
ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร.
การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล.
สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025

แร่หายาก (Rare Earth Elements: REEs) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิดที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น รถไฟฟ้า กังหันลม สมาร์ทโฟน) แม้ชื่อจะบอกว่า "หายาก" แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ในโลก แต่กระจายตัวไม่เข้มข้นและแยกสกัดยาก ทำให้มีต้นทุนสูง และมักพบรวมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แร่ดีบุก ทังสเตน และพบได้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ครองตลาดใหญ่.
แร่หายากคืออะไร?
กลุ่มธาตุ 17 ชนิด: ประกอบด้วยธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ (Lanthanides) 15 ธาตุ + สแกนเดียม (Sc) และ อิตเทรียม (Y).
ธาตุสำคัญ: ซีเรียม (Ce), นีโอไดเมียม (Nd), ยูโรเปียม (Eu), เทอร์เบียม (Tb).
ทำไมถึงสำคัญ?
ส่วนประกอบเทคโนโลยี: ใช้ทำแม่เหล็กกำลังสูง (รถยนต์ไฟฟ้า), สารเรืองแสง (LED), ตัวเร่งปฏิกิริยา (ลดมลพิษ), ไฟเบอร์ออปติก, เครื่อง MRI.
พบได้ที่ไหน?
กระจายทั่วโลก: แต่แหล่งที่พบมากและแปรรูปได้ง่ายมีไม่กี่แห่ง (เช่น จีน, เวียดนาม, บราซิล).
ในไทย: พบกระจายทางภาคตะวันตก (เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี) มักปนกับแร่ดีบุกและทังสเตน.
ความท้าทายในการทำเหมือง:
ต้นทุนสูง และกระบวนการสกัดซับซ้อน ต้องใช้เทคโนโลยีสูง.
ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมหากจัดการไม่ดี.
---------------
14 ธ.ค. 2025

ตะกั่วแท่ง (Lead Ingot) หลักๆ ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำ ตะกั่วบัดกรี สำหรับงานเชื่อมโลหะต่างๆ เช่น สแตนเลส ทองเหลือง ทองแดง เพื่อให้รอยต่อแข็งแรง เงางาม, และยังใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ หรือเป็นวัตถุดิบในการหลอมเป็นผลิตภัณฑ์ตะกั่วรูปแบบต่างๆ ด้วย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตั้งแต่ถ่วงน้ำหนัก, แบตเตอรี่ (โดยเฉพาะแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด) ไปจนถึงงานฉนวนกันรังสี.
การใช้งานหลักๆ ของตะกั่วแท่ง:
เป็นวัตถุดิบทำตะกั่วบัดกรี (Solder): ผสมกับดีบุก (Tin) เพื่อหลอมใช้บัดกรี เชื่อมต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์, ท่อ, หรือโลหะต่างๆ ให้ติดกันอย่างแน่นหนา.
อุตสาหกรรมแบตเตอรี่: ใช้ทำแผ่นขั้วบวกและขั้วลบของแบตเตอรี่รถยนต์และแบตเตอรี่สำรอง.
ถ่วงน้ำหนัก: ใช้ทำน้ำหนักถ่วงเรือ, อุปกรณ์ดำน้ำ, หรือล้อรถยนต์.
การป้องกันรังสี (Radiation Shielding): เนื่องจากตะกั่วมีความหนาแน่นสูง จึงใช้ทำเป็นฉนวนป้องกันรังสีเอกซ์ (X-ray) ในโรงพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ.
อุตสาหกรรมอื่นๆ: ใช้ทำกระสุนปืน, ลูกดอก, ลูกโซ่ (ลูกตุ้ม), อุปกรณ์ประมง (ตะกั่วถ่วงเบ็ด), หรือนำไปผสมทำโลหะผสม (Alloys) อื่นๆ.
ตะกั่วแท่งจึงเป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่สำคัญในหลายอุตสาหกรรมที่ต้องการคุณสมบัติของตะกั่ว เช่น ความหนาแน่น, การนำไฟฟ้า, การหลอมง่าย, และความสามารถในการป้องกันรังสี.
8 ธ.ค. 2025

เกร็ดความรู้อลูมิเนี่ยม
อลูมิเนียมเป็นโลหะน้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน (เกิดชั้นฟิล์มออกไซด์ปกป้องตัวเอง) นำความร้อนและไฟฟ้าได้ดีเยี่ยม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะรีไซเคิลได้ 100% และปลอดภัยไม่เป็นพิษ ใช้กันแพร่หลายตั้งแต่ภาชนะอาหาร (หม้อ, กระทะ) ไปจนถึงโครงสร้างเครื่องบิน โดยมีการแบ่งเกรดตามธาตุผสมเพื่อให้คุณสมบัติเฉพาะทางมากขึ้น เช่น เกรด 7xxx ผสมสังกะสีเพื่อความแข็งแรงสูงสำหรับอวกาศ หรือ 2xxx ผสมทองแดงสำหรับล้อแม็ก.
คุณสมบัติเด่น
น้ำหนักเบา: เบากว่าเหล็ก 3 เท่า (ความหนาแน่น 2.7) ทำให้ขนส่งและติดตั้งง่าย.
ทนทานการกัดกร่อน: สร้างชั้นฟิล์มอลูมิเนียมออกไซด์บางๆ เคลือบผิวเพื่อป้องกันการเกิดสนิมและกัดกร่อนได้ดี.
นำความร้อน/ไฟฟ้าได้ดี: ดีกว่าสแตนเลสหลายเท่า จึงนิยมใช้ในงานไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบายความร้อน.
ขึ้นรูปง่าย: ดัด พับ หรือแปรรูปเป็นรูปทรงซับซ้อนได้โดยไม่แตกหัก.
ปลอดภัย: ไม่เป็นพิษและไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร จึงนิยมใช้ทำภาชนะอาหารและบรรจุภัณฑ์.
รีไซเคิลได้ 100%: เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง.
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับอลูมิเนียม
มาจากไหน: พบในธรรมชาติในรูปแร่บอกไซต์ (Bauxite).
จุดหลอมเหลว: อลูมิเนียมบริสุทธิ์หลอมที่ 660°C แต่เมื่อผสมกับโลหะอื่นจุดหลอมเหลวจะสูงขึ้น.
การเกิดออกไซด์: ต่างจากสนิมเหล็กที่เป็นรูพรุน, ออกไซด์ของอลูมิเนียมจะเกาะแน่นเป็นชั้นฟิล์มป้องกันเนื้อโลหะ.
เกรดอลูมิเนียม: มี 8 ซีรีส์ (เช่น 1xxx, 2xxx, 3xxx...) แต่ละซีรีส์มีธาตุผสมต่างกัน (เช่น ทองแดง, แมกนีเซียม, สังกะสี) เพื่อให้ได้คุณสมบัติเฉพาะ เช่น ซีรีส์ 7xxx (ผสมสังกะสี) แข็งแรงมาก เหมาะกับยานอวกาศ.
การใช้งานหลัก
โครงสร้าง: ประตู หน้าต่าง ราวกั้น (น้ำหนักเบา แต่แข็งแรง).
ภาชนะ/บรรจุภัณฑ์: หม้อ กระทะ กระป๋องอลูมิเนียม ฟอยล์ (ทนการกัดกร่อน ไม่เป็นพิษ).
อุตสาหกรรม: ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องบิน (น้ำหนักเบา + แข็งแรง).
อื่นๆ: อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ และอุปกรณ์ระบายความร้อ
6 ธ.ค. 2025

เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า
สายไฟทองแดง (Copper)
คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก
ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า
ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน
การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย
ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า
สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum)
คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50%
ราคา: ถูกกว่าทองแดง
การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน
การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง
ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา
สรุป
ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง
อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025


