แชร์

วิเคราห์ สถานการณ์อุตสาหกรรม และ โลหะ อุตสาหกรรม : ทั้ง FERROUS และ NON - FERROUS: ในสถานการณ์ที่โลกผันผวนจาก สถานการณ์ตะวันออกกลาง : บทความโดย SO OK TRADING: 9 APR 2026

อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2026
1798 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะโภคภัณฑ์ปี 2026 :  ณ วันที่ 9 เมษายน 2569  : โดย SO OK TRADING 

-------------

ปี 2026 คือปีที่โลหะโภคภัณฑ์ทั่วโลกเต็มไปด้วยความผันผวนและโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในตลาดโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง

-------------

ตลาดโลหะในแต่ละภูมิภาคมีทิศทางและปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อราคาและอุปสงค์อย่างชัดเจน ดังนี้:

เอเชีย-แปซิฟิก: ยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตและบริโภคโลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีนที่มีบทบาทสำคัญในตลาดโลหะเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พลวงและสังกะสี การฟื้นตัวของภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้หนุนความต้องการทองแดงและดีบุกอย่างต่อเนื่อง

อเมริกาเหนือ: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูล AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดโลหะ โดยเฉพาะทองแดงและอลูมิเนียมที่ใช้ในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า

ยุโรป: เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ความต้องการโลหะที่ใช้ในแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น เช่น พลวงและสังกะสี

----------------

โลหะมีค่า: ดาวเด่นแห่งปี

ทองคำ (Gold): ราคาพุ่งแตะระดับสูงสุด $5,000 ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับฐานลงมาแถว $4,400  และ ดีดตัวกลับไป ที่ระดับ $4,723 ในเดือนเมษายน แต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง

เงิน (Silver): จากจุดสูงสุด $120 ต่อออนซ์ในต้นปี ปรับฐานลงมาอยู่ที่ $68 – $72 ต่อออนซ์ แต่ยังถือว่าร้อนแรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม 5G และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

แพลทินัม (Platinum): ราคายังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี 2025 ด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมและภาวะอุปทานตึงตัว

----------------

โลหะอุตสาหกรรม: พลังงานสะอาดหนุนราคา

ทองแดง (Copper): ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องแตะ ณ ปัจจุบันที่ระดับ  $12,709 ต่อตัน โดยความต้องการจาก AI Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นแรงผลักดันสำคัญ : ทิศทางในอนาคตคาดการณ์ที่ระดับ 13,500 $ ต่อตัน

อลูมิเนียม (Aluminum): ราคาตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 25% อยู่ที่ $3,450 – $3,478 ต่อตัน จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการปิดเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง : ทิศทางในอนาคตคาดการณ์ที่ระดับ 3,500 - 3,600 USD/MT

ดีบุก (Tin): ราคาเคยทะลุ $51,000 ต่อตัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความต้องการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการปราบปรามเหมืองผิดกฎหมายในอินโดนีเซีย ช่วงนี้ราคาอาจสวิง แต่มีแนวโน้มอยู่ที่ระดับ 45,000 - 48,000 USD/MT

ตะกั่ว (Lead): ปัจจุบัน ราคาทรงตัวที่ $1,900 – $1,950 ต่อตัน แต่ยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ : คาดการณ์ราคาจะอยู่ที่ระดับ 1,930 - 1,975 USD/MT

พลวง (Antimony): แม้ราคาลดลงจากจุดสูงสุด แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยอุปสงค์จากแผงโซลาร์เซลล์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังแข็งแรง ตอนนี้ราคาอยู่ที่ระดับ 28,000 - 29,000 USD/MT : - คาดการณ์ราคาพลวงในอนาคตอาจอยู่ที่ระดับ 30,000 USD/MT

สังกะสี (Zinc): ราคาสังกะสีในปี 2026 มีความผันผวน โดยราคาปรับตัวอยู่ในช่วง $2,700 – $3,300 ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้างและยานยนต์ รวมถึงการใช้สังกะสีในการชุบสังกะสีเพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเหล็ก ราคาสังกะสีได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของจีน

---------------

สถานการณ์ในประเทศไทย

เหล็ก: ผู้ประกอบการไทยปรับขึ้นราคาเหล็กทุกประเภท 10–15% ในเดือนเมษายน 2569 จากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง

อลูมิเนียม: ราคาขายปลีกในไทยปรับขึ้น 10–15% เช่นกัน โดยอลูมิเนียมเส้น/ฉากอยู่ที่ 90–150 บาทต่อกิโลกรัม และแผ่นเกรด 1100 หนา 1 มม. ขนาด 4x8 ฟุต อยู่ที่ 1,221.99 บาทต่อแผ่น

เศษโลหะรีไซเคิล: ทองแดงปอกสายไฟรับซื้อที่ 348–355 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนอลูมิเนียมกระป๋องอยู่ที่ 61–84.50 บาทต่อกิโลกรัม

--------------

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา 

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบอุปทานโลหะ
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการเติบโตของ AI Data Center ที่เพิ่มความต้องการทองแดงและดีบุกอย่างมหาศาล
นโยบายการส่งออกของจีนที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาโลหะเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พลวง

--------------

ปี 2026 คือปีแห่งการปรับฐานและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลหะโภคภัณฑ์ โลหะมีค่ามีความผันผวนสูง แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกใช้ป้องกันความเสี่ยง ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและ AI กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ที่สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตลาดโลก และ อุตสาหกรรม

-------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
อลูมิเนียมรีไซเคิล: พลิกเศษโลหะให้กลายเป็นมาตรฐานโลก - Circular Economy พลิกเกมอุตสาหกรรมด้วย Aluminum Remelt - Remelt Revolution: การปฏิวัติวงการโลหะเพื่อ Net Zero
อลูมิเนียมรีไซเคิล: จากเศษโลหะ สู่มาตรฐานใหม่ของโลก ในยุคที่ทุกอุตสาหกรรมกำลังเร่งเข้าสู่ Net Zero และ Circular Economy อลูมิเนียมแท่งหลอมซ้ำ (Aluminum Remelt Ingot) ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น พระเอกหลัก ที่ทุกประเทศต้องใช้เพื่อความยั่งยืนและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้ง น้ำหนักเบา แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน และนำความร้อน-ไฟฟ้าได้ดี ทำให้ Remelt Ingot ถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ยานยนต์ ก่อสร้าง อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ที่ต้องการวัสดุคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ การรีไซเคิลอลูมิเนียมใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 95% จึงช่วยลดต้นทุนและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันตลาดโลกก็มีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกรด ADC12 ที่เป็นที่นิยมในจีน ญี่ปุ่น และไทย รวมถึงเกรด A356 และ AC4B สำหรับงานยานยนต์และชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรง ในปี 2025–2026 เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: - จีน ขยายกำลังผลิตเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและการก่อสร้าง - สหรัฐฯ ใช้ Remelt มากที่สุดในโลกกว่า 81% ภายใต้กำแพงภาษีที่เข้มงวด - ญี่ปุ่น พึ่งพารีไซเคิลเต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีคัดแยกขั้นสูง - ไทย ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศษอลูมิเนียมในอาเซียน พร้อมโครงการ Circular Economy จากเศษโลหะ → สู่พระเอกแห่งอนาคต Aluminum Remelt Ingot กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกอุตสาหกรรมต้องใช้ หากคุณอยู่ในวงการโลหะและการผลิต วันนี้คือเวลาที่ต้องปรับตัวเพื่อคว้าโอกาสในตลาดโลก
21 ก.พ. 2026
“Q2/2026: คลื่นน้ำมันโลกหักหัว — จาก Peak สู่ Stability สัญญาณใหม่ของตลาดพลังงานโลก”
น้ำมันโลก Q2/2026: จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน หลังจากผ่านช่วง “รถไฟเหาะแห่งราคาพลังงานโลก” ในเดือนเมษายน–พฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่เคยพุ่งทะยานแตะระดับ 125–132 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังเริ่ม หักหัวลงและปรับฐาน เข้าสู่เดือนมิถุนายน เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด อุปทานจากสหรัฐฯ และประเทศนอก OPEC+ ทยอยไหลเข้าสู่ระบบ ส่งสัญญาณผ่อนคลายให้ตลาดพลังงานโลก และส่งผลดีโดยตรงต่อประเทศไทย — ราคาน้ำมันขายปลีกเริ่มลดลงทันที ⛽ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงราว 0.70–1.40 บาท/ลิตร
1 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy