แชร์

วิเคราห์ สถานการณ์อุตสาหกรรม และ โลหะ อุตสาหกรรม : ทั้ง FERROUS และ NON - FERROUS: ในสถานการณ์ที่โลกผันผวนจาก สถานการณ์ตะวันออกกลาง : บทความโดย SO OK TRADING: 9 APR 2026

อัพเดทล่าสุด: 9 เม.ย. 2026
89 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะโภคภัณฑ์ปี 2026 :  ณ วันที่ 9 เมษายน 2569  : โดย SO OK TRADING 

-------------

ปี 2026 คือปีที่โลหะโภคภัณฑ์ทั่วโลกเต็มไปด้วยความผันผวนและโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในตลาดโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง

-------------

ตลาดโลหะในแต่ละภูมิภาคมีทิศทางและปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อราคาและอุปสงค์อย่างชัดเจน ดังนี้:

เอเชีย-แปซิฟิก: ยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตและบริโภคโลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีนที่มีบทบาทสำคัญในตลาดโลหะเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พลวงและสังกะสี การฟื้นตัวของภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้หนุนความต้องการทองแดงและดีบุกอย่างต่อเนื่อง

อเมริกาเหนือ: การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูล AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดโลหะ โดยเฉพาะทองแดงและอลูมิเนียมที่ใช้ในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า

ยุโรป: เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ความต้องการโลหะที่ใช้ในแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น เช่น พลวงและสังกะสี

----------------

โลหะมีค่า: ดาวเด่นแห่งปี

ทองคำ (Gold): ราคาพุ่งแตะระดับสูงสุด $5,000 ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับฐานลงมาแถว $4,400  และ ดีดตัวกลับไป ที่ระดับ $4,723 ในเดือนเมษายน แต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง

เงิน (Silver): จากจุดสูงสุด $120 ต่อออนซ์ในต้นปี ปรับฐานลงมาอยู่ที่ $68 – $72 ต่อออนซ์ แต่ยังถือว่าร้อนแรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม 5G และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

แพลทินัม (Platinum): ราคายังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี 2025 ด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมและภาวะอุปทานตึงตัว

----------------

โลหะอุตสาหกรรม: พลังงานสะอาดหนุนราคา

ทองแดง (Copper): ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องแตะ ณ ปัจจุบันที่ระดับ  $12,709 ต่อตัน โดยความต้องการจาก AI Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นแรงผลักดันสำคัญ : ทิศทางในอนาคตคาดการณ์ที่ระดับ 13,500 $ ต่อตัน

อลูมิเนียม (Aluminum): ราคาตลาดโลกทะยานขึ้นกว่า 25% อยู่ที่ $3,450 – $3,478 ต่อตัน จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการปิดเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง : ทิศทางในอนาคตคาดการณ์ที่ระดับ 3,500 - 3,600 USD/MT

ดีบุก (Tin): ราคาเคยทะลุ $51,000 ต่อตัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากความต้องการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการปราบปรามเหมืองผิดกฎหมายในอินโดนีเซีย ช่วงนี้ราคาอาจสวิง แต่มีแนวโน้มอยู่ที่ระดับ 45,000 - 48,000 USD/MT

ตะกั่ว (Lead): ปัจจุบัน ราคาทรงตัวที่ $1,900 – $1,950 ต่อตัน แต่ยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ : คาดการณ์ราคาจะอยู่ที่ระดับ 1,930 - 1,975 USD/MT

พลวง (Antimony): แม้ราคาลดลงจากจุดสูงสุด แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยอุปสงค์จากแผงโซลาร์เซลล์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังแข็งแรง ตอนนี้ราคาอยู่ที่ระดับ 28,000 - 29,000 USD/MT : - คาดการณ์ราคาพลวงในอนาคตอาจอยู่ที่ระดับ 30,000 USD/MT

สังกะสี (Zinc): ราคาสังกะสีในปี 2026 มีความผันผวน โดยราคาปรับตัวอยู่ในช่วง $2,700 – $3,300 ต่อตัน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการในอุตสาหกรรมก่อสร้างและยานยนต์ รวมถึงการใช้สังกะสีในการชุบสังกะสีเพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเหล็ก ราคาสังกะสีได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของจีน

---------------

สถานการณ์ในประเทศไทย

เหล็ก: ผู้ประกอบการไทยปรับขึ้นราคาเหล็กทุกประเภท 10–15% ในเดือนเมษายน 2569 จากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง

อลูมิเนียม: ราคาขายปลีกในไทยปรับขึ้น 10–15% เช่นกัน โดยอลูมิเนียมเส้น/ฉากอยู่ที่ 90–150 บาทต่อกิโลกรัม และแผ่นเกรด 1100 หนา 1 มม. ขนาด 4x8 ฟุต อยู่ที่ 1,221.99 บาทต่อแผ่น

เศษโลหะรีไซเคิล: ทองแดงปอกสายไฟรับซื้อที่ 348–355 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนอลูมิเนียมกระป๋องอยู่ที่ 61–84.50 บาทต่อกิโลกรัม

--------------

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา 

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบอุปทานโลหะ
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการเติบโตของ AI Data Center ที่เพิ่มความต้องการทองแดงและดีบุกอย่างมหาศาล
นโยบายการส่งออกของจีนที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาโลหะเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พลวง

--------------

ปี 2026 คือปีแห่งการปรับฐานและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลหะโภคภัณฑ์ โลหะมีค่ามีความผันผวนสูง แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกใช้ป้องกันความเสี่ยง ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและ AI กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ที่สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับตลาดโลก และ อุตสาหกรรม

-------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
Wood Pellets: จากเศษไม้สู่พลังงานแห่งอนาคต : จากแกลบสู่กิโลวัตต์ — เม็ดไม้ไทยเปลี่ยนเศษวัสดุให้มีค่า บทความโดย SO OK TRADING
พลังงานสะอาดที่ไทยกำลังสร้าง! เม็ดไม้ (Wood Pellets) กำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงดาวรุ่งของยุค Carbon Neutrality — เผาไหม้ดี ขี้เถ้าน้อย ส่งออกได้ ตลาดโตแรงทั้งในไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
10 ก.พ. 2026
ADC 12: ALUMINUM INGOT ตัวรับจบสำหรับการขึ้นรูปอลูมิเนียม
อลูมิเนียมอัลลอยด์ ADC 12 นิยมใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีในการหล่อขึ้นรูป, ทนทาน, และกระจายความร้อนได้ดี. การใช้งานหลักๆ เช่น การผลิตฝาสูบรถยนต์, แผงระบายความร้อนสำหรับแล็ปท็อป, และชิ้นส่วนภายในอื่นๆ ที่ต้องการความแม่นยำ. การใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ยานยนต์: ใช้ทำฝาสูบ, บล็อกกระบอก, และชิ้นส่วนภายในอื่นๆ ที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน. อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: ส่วนห่อหุ้มและแผงระบายความร้อน: ใช้ผลิตเปลือกหุ้มและแผงระบายความร้อนสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แล็ปท็อป, สมาร์ทโฟน, และแท็บเล็ต เพื่อกระจายความร้อนและรักษาอุณหภูมิการทำงานให้ปลอดภัย. ชิ้นส่วนภายใน: ใช้ทำตัวเชื่อมต่อและส่วนประกอบภายในที่ต้องการความแม่นยำและความทนทานสูง. อื่นๆ: ใช้ทำชิ้นส่วนที่ต้องการความสมดุลของคุณสมบัติการตัดเฉือน, การฉีดขึ้นรูป, และความแข็งแรง. คุณสมบัติที่ทำให้เหมาะสมกับการใช้งาน หล่อขึ้นรูปได้ดี: มีความสมดุลที่ดีในคุณสมบัติการแมชชีนนิ่งและประสิทธิภาพการฉีดขึ้นรูป. กระจายความร้อนได้ดี: มีความสามารถในการนำความร้อนสูง ช่วยให้ชิ้นส่วนไม่ร้อนเกินไป. ทนทานต่อการกัดกร่อน: มีความต้านทานต่อการกัดกร่อนได้ดี เหมาะสำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย. แข็งแรง: มีความแข็งและความแข็งแกร่ง เหมาะสำหรับงานที่ต้องทนแรงอัดสูง. ชุบผิวได้ดี: สามารถชุบ Anodize และเคลือบผิวด้วยไฟฟ้าได้ดี.
19 พ.ย. 2025
Rare Earth Elements: Neodymium & Dysprosium  พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดและอนาคตพลังงานโลก เกร็ดความรู้ BY SOOK TRADING
Rare Earth: Neodymium & Dysprosium แร่หายาก ขับเคลื่อนอนาคตโลก และ แนวโน้มทิศทางการใช้งานในอนาคต แหล่งวัตถุดิบ สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต แร่หายาก: นีโอดีเมียม (Neodymium) และ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตโลก — พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SOOK TRADING ข้อมูลเชิงลึก คุณสมบัติ - นีโอดีเมียม (Nd): โลหะสีเงิน เป็นองค์ประกอบหลักของแม่เหล็กนีโอดีเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB Magnet) ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรที่ทรงพลังที่สุดในโลก ให้พลังแม่เหล็กสูงในขนาดเล็ก เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่กะทัดรัด - ดิสโพรเซียม (Dy): โลหะหายากที่มีจุดหลอมเหลวและเดือดสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนของแม่เหล็กนีโอดีเมียม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในสภาวะอุณหภูมิสูง เช่น มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า และกังหันลมกลางทะเล การใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ (ปี 2026) - ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): แม่เหล็ก NdFeB ทำให้มอเตอร์มีขนาดเล็ก เบา แต่ทรงพลัง ขณะที่ Dy ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน - พลังงานหมุนเวียน: กังหันลม โดยเฉพาะ Offshore ใช้แม่เหล็ก NdFeB หลายร้อยกิโลกรัมต่อเมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ใช้ในข้อต่อและระบบขับเคลื่อนที่ต้องการความแม่นยำสูง สนับสนุนการเติบโตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์: ลำโพงสมาร์ทโฟน หูฟัง ระบบสั่น (Haptic Feedback) เครื่อง MRI และเรดาร์ทางทหาร SOOK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านแร่หายากและโซลูชันพลังงานสะอาด เราพร้อมจัดหาวัสดุคุณภาพสูงและโซลูชันครบวงจรเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมของคุณ
22 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy