แชร์

“ทองคำร่วงแรงหลุด 4,400 ดอลลาร์ – Bond Yield พุ่งทะลุสถิติ 18 ปี เขย่าตลาดโลก นักลงทุนชะลอซื้อ รอเฟดชี้ชะตา ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซ”: SO OK TRADING 19 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 19 ส.ค. 2026
1807 ผู้เข้าชม

“ทองคำร่วงแรงหลุด 4,400 ดอลลาร์ – Bond Yield พุ่งสูงสุดรอบ 18 ปี กดดันตลาดโลก” : SO OK TRADING : 19 AUGUST 2026 

------------------
 
ภาพรวมราคาทองคำประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำแท่งในประเทศปิดตลาดลดลงแรง 450 – 550 บาท อยู่ที่ 68,300 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ดิ่งหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ ลงมาสร้างฐานที่ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความผันผวนที่มีการปรับเปลี่ยนราคามากกว่า 20 ครั้งในวันเดียว

-------------------
 
OUTLOOK ราคาทองคำระยะสั้น (20–31 สิงหาคม 2569)

Gold Spot: เคลื่อนไหวในกรอบ 4,300 – 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่งในประเทศ: เคลื่อนไหวในกรอบ 67,500 – 69,000 บาทต่อบาททองคำ (อิงค่าเงินบาท 33.00–33.30 บาท/ดอลลาร์)
แนวโน้มโดยรวม: พักฐานออกด้านข้าง (Sideway) สลับแรงกดดันจาก Bond Yield และแรงซื้อพยุงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

-------------------
 
⚖️ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ

ปัจจัยกดดัน (Downside Risks)

Bond Yield พุ่งสูงสุดในรอบ 18–19 ปี: เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
ท่าทีเข้มงวดของเฟด: ประธานเฟด Kevin Warsh มีแนวโน้มส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
สถาบันการเงินปรับลดเป้าหมาย: Wells Fargo ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ลงเหลือ $4,900 – $5,100


✅ ปัจจัยหนุน (Supportive Factors)

ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย หนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก: รายงาน WGC ยืนยันการเข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบพุ่ง: แม้กดดันเงินเฟ้อ แต่ยังช่วยพยุงความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง

-------------------
 
ฉากทัศน์ตลาดและกลยุทธ์การลงทุน ทองคำ ช่วง 20-31 สิงหาคม 2026

1) พักฐานออกข้าง (Sideway) – โอกาสเกิด 65%

Gold Spot: $4,300 – $4,440
กลยุทธ์: Swing Trade ซื้อที่แนวรับ ขายทำกำไรที่แนวต้าน


2) ปรับฐานลึก (Bearish Break) – โอกาสเกิด 20%

Gold Spot: $4,214 – $4,270
กลยุทธ์: Wait & See รอดูฐานใหม่ก่อนสะสม


3) ดีดตัวกลับ (Bullish Rebound) – โอกาสเกิด 15%

Gold Spot: $4,450 – $4,500
กลยุทธ์: Take Profit ทยอยขายทำกำไรที่แนวต้าน

--------------------
 
20–25 สิงหาคม: รอจังหวะเข้าซื้อสะสม หากราคาทองคำแท่งยังไม่หลุดแนวรับ 67,800 บาท ตั้งจุดตัดขาดทุนหากต่ำกว่านั้น
26–31 สิงหาคม: หาก Gold Spot ยืนเหนือ $4,440 ได้มั่นคง ถือเป็นสัญญาณบวก แต่หากหลุดต่ำกว่า $4,300 ควรชะลอการลงทุนฝั่งซื้อ

---------------------
 
✨ สรุปภาพรวม ราคาทองคำยังถูกกดดันจาก Bond Yield และความกังวลเงินเฟ้อ แต่แรงซื้อจากธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงตลาดไม่ให้ร่วงลึก ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวแบบ Sideway พร้อมโอกาสดีดกลับทางเทคนิค 

---------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
ZINC INGOT สังกะสีแท่ง และ การใช้งาน
สังกะสีแท่ง (Zinc Ingot) ส่วนใหญ่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น ทำแผ่นสังกะสีสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดน้ำมัน, ทำสังกะสีสำหรับเคลือบกันสนิม (Galvanizing), และใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์ ในการใช้งานกับโลหะ สังกะสีจะทำหน้าที่เป็นขั้วบวกเพื่อป้องกันการกัดกร่อน (Zinc Anode) การใช้งานหลักของ Zinc Ingot อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ทำชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้น้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง การเคลือบกันสนิม: นิยมนำไปใช้ในกระบวนการเคลือบสังกะสี (Galvanizing) เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะ เช่น เหล็ก สังกะสีอัลลอยด์: ใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์สำหรับงานต่างๆ
26 พ.ย. 2025
พลิกวิกฤตเหล็กล้นตลาด สู่โอกาสแห่งเหล็กคาร์บอนต่ำ: Insight Report 2026–2027 อุตสาหกรรมเหล็กไทย–โลก จุดเปลี่ยนสู่ความยั่งยืน โดย SO OK TRADING: 26 SEP 2026
สถานการณ์และแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กโลกและประเทศไทย ปี 2569–2570 จากวิกฤตล้นตลาดสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Steel บทความโดย SO OK TRADING | 26 กันยายน 2569 อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางภาวะเหล็กล้นตลาด (Global Oversupply) และความต้องการใช้เหล็กที่ฟื้นตัวอย่างช้า ขณะที่ประเทศจีนยังคงส่งออกเหล็กปริมาณมหาศาลออกสู่ตลาดโลก กดดันราคาและการแข่งขันในทุกภูมิภาค สำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมเหล็กต้องเผชิญแรงบีบจากทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน SO OK TRADING วิเคราะห์แนวโน้มปี 2569–2570 พบว่า “Green Steel” หรือเหล็กคาร์บอนต่ำ จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกเกมอุตสาหกรรมเหล็กไทยและโลกให้กลับมามีศักยภาพอีกครั้ง พร้อมแนวทางการปรับตัวสู่การผลิตที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก ✨ SO OK TRADING — พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ FAST | SHARP | RELIABLE
26 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy