แชร์

ทิศทางอลูมิเนียมเดือนกุมภาพันธ์ 2569: SO OK TRADING Insight

อัพเดทล่าสุด: 1 ก.พ. 2026
2882 ผู้เข้าชม

วิเคราะห์แนวโน้มราคาอลูมิเนียม – กุมภาพันธ์ 2569 

ภาพรวมตลาดโลก

ราคาอลูมิเนียมในตลาดโลก (LME) ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุดปิดที่ 3,110 ดอลลาร์ต่อตัน (30 มกราคม 2569) และเคยพุ่งขึ้นไปแตะ 3,325 ดอลลาร์ ในวันที่ 29 มกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี การปรับตัวขึ้นกว่า 8.78% ภายใน 4 สัปดาห์ สะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งและความกังวลด้านอุปทานที่ตึงตัว

ปัจจัยหนุนราคา (Bullish Drivers)

จีนใกล้เพดานการผลิต: กำลังการผลิตรวมแตะ 45 ล้านตัน/ปี ทำให้การเพิ่มกำลังใหม่จำกัด
อุตสาหกรรม EV และพลังงานหมุนเวียน: ความต้องการอลูมิเนียมในโครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าและโครงการพลังงานสะอาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง
ต้นทุนพลังงานสูงในยุโรป: ค่าไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับสูง กดดันต้นทุนการผลิตโรงถลุง
ความเชื่อมั่นนักลงทุน: Goldman Sachs ปรับคาดการณ์ราคาเฉลี่ยครึ่งแรกปี 2569 ขึ้นเป็น 3,150 ดอลลาร์ต่อตัน

ปัจจัยกดดันราคา (Bearish Risks)

เทศกาลตรุษจีน: ความต้องการในจีนชะลอตัวชั่วคราวในเดือนกุมภาพันธ์
อินโดนีเซียเพิ่มกำลังผลิต: อุปทานใหม่เริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดในครึ่งหลังของปี อาจลดแรงกดดันด้านสต็อก
แนวโน้มเดือนกุมภาพันธ์ 2569

กรอบราคา: 2,950 – 3,300 ดอลลาร์ต่อตัน
แนวรับ: 2,950 – 3,000 ดอลลาร์
แนวต้าน: 3,250 – 3,300 ดอลลาร์
ราคาคาดการณ์เฉลี่ย: 3,000 – 3,150 ดอลลาร์ต่อตัน
ราคาในรูปเงินบาท (เรท 31.56 บาท/ดอลลาร์): 94.60 – 99.40 บาท/กิโลกรัม
ราคาตลาดไทย

อลูมิเนียมแท่ง (Ingot/Billet): 105 – 110 บาท/กิโลกรัม
เศษอลูมิเนียมรับซื้อ (Scrap): 60 – 70 บาท/กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเกรด)
ต้นทุนดิบ (Raw Material): ประมาณ 98 บาท/กิโลกรัม


แนวโน้มราคารายไตรมาส ปี 2569

Q1 (ม.ค.–มี.ค.): 3,000 – 3,150 ดอลลาร์ → ราคายังสูง แต่เริ่มพักฐาน
Q2 (เม.ย.–มิ.ย.): 3,100 – 3,250 ดอลลาร์ → ดีมานด์จีนกลับมา + EV/พลังงานหมุนเวียนหนุน
Q3 (ก.ค.–ก.ย.): 2,900 – 3,100 ดอลลาร์ → อุปทานอินโดนีเซียเริ่มเข้ามา
Q4 (ต.ค.–ธ.ค.): 3,050 – 3,200 ดอลลาร์ → ฤดูหนาว + เร่งผลิตก่อนปิดงบปี


ทิศทางราคา และ การประเมินจุดเข้าซื้อ 


ครึ่งปีแรก (Q1–Q2): เน้น Buy on dip เมื่อราคาย่อตัวต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ เพราะเทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น
ครึ่งปีหลัง (Q3–Q4): ติดตามกำลังการผลิตใหม่จากอินโดนีเซียและจีน หากอุปทานเพิ่มขึ้นมาก อาจเป็นจังหวะทำสัญญาระยะยาวในราคาที่นิ่งขึ้น
 
ปัจจุบัน ราคาอลูมิเนียมยังทรงตัวเหนือ 3,000 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดโลหะ
โอกาสในการลงทุน: หากราคาย่อตัวต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ ถือเป็นจังหวะเข้าซื้อสต็อกเพื่อรองรับดีมานด์ และการใช้งานในระยะสั้น
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วยลดต้นทุนนำเข้า ทำให้ลูกค้าได้รับราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น
ครึ่งปีหลังควรจับตาอุปทานใหม่จากอินโดนีเซีย เปิดเหมือง ALUMINUM ใหม่เพิ่ม SUPPLY
 
สรุปจาก SOOK TRADING 

1) ราคาอลูมิเนียม LME : เดือนกุมภาพันธ์ 2569 : ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ 2,950 - 3,150 : Floor ต่ำได้ถึง 2,900 Average 3,050  Ceiling อาจไปได้ถึง 3,250 USD/MT 

2) เงินบาท ยังคงแข็งค่าที่ระดับ 30.8 - 31.3 ต้นทุนนำเข้าถูกลง 

3) Demand Supply ของอลูมิเนียมในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2569 :Supply ยังคงค่อนข้างตึงตัว , Demand ยังคงดีต่อเนื่อง : ราคาอลูมเนียมน่าจะทรงตัวที่ระดับสูงกว่า 3,000 USD/MT ได้ 



บทความที่เกี่ยวข้อง
Rare Earth Elements: Neodymium & Dysprosium  พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดและอนาคตพลังงานโลก เกร็ดความรู้ BY SOOK TRADING
Rare Earth: Neodymium & Dysprosium แร่หายาก ขับเคลื่อนอนาคตโลก และ แนวโน้มทิศทางการใช้งานในอนาคต แหล่งวัตถุดิบ สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต แร่หายาก: นีโอดีเมียม (Neodymium) และ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตโลก — พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SOOK TRADING ข้อมูลเชิงลึก คุณสมบัติ - นีโอดีเมียม (Nd): โลหะสีเงิน เป็นองค์ประกอบหลักของแม่เหล็กนีโอดีเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB Magnet) ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรที่ทรงพลังที่สุดในโลก ให้พลังแม่เหล็กสูงในขนาดเล็ก เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่กะทัดรัด - ดิสโพรเซียม (Dy): โลหะหายากที่มีจุดหลอมเหลวและเดือดสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนของแม่เหล็กนีโอดีเมียม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในสภาวะอุณหภูมิสูง เช่น มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า และกังหันลมกลางทะเล การใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ (ปี 2026) - ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): แม่เหล็ก NdFeB ทำให้มอเตอร์มีขนาดเล็ก เบา แต่ทรงพลัง ขณะที่ Dy ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน - พลังงานหมุนเวียน: กังหันลม โดยเฉพาะ Offshore ใช้แม่เหล็ก NdFeB หลายร้อยกิโลกรัมต่อเมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ใช้ในข้อต่อและระบบขับเคลื่อนที่ต้องการความแม่นยำสูง สนับสนุนการเติบโตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์: ลำโพงสมาร์ทโฟน หูฟัง ระบบสั่น (Haptic Feedback) เครื่อง MRI และเรดาร์ทางทหาร SOOK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านแร่หายากและโซลูชันพลังงานสะอาด เราพร้อมจัดหาวัสดุคุณภาพสูงและโซลูชันครบวงจรเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมของคุณ
22 ม.ค. 2026
SOOK ขอเสนอการข้อมูลการใช้งานสายไฟฟ้า ทองแดง และ อลูมิเนียม รวมทั้งสายไฟรถ EV เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า สายไฟทองแดง (Copper) คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum) คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50% ราคา: ถูกกว่าทองแดง การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา สรุป ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy