มันอัดเม็ด เม็ดเล็ก พลังยิ่งใหญ่ --> มันอัดเม็ดไทย ศักยภาพสู่ตลาดโลก
อัพเดทล่าสุด: 12 ม.ค. 2026
167 ผู้เข้าชม

มันอัดเม็ดไทย: นวัตกรรมสินค้าเกษตรเชิงยุทธศาสตร์สู่ตลาดโลก
มันอัดเม็ดจากไทยกำลังกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพสูง โดยล่าสุดไทยได้ส่งออกล็อตแรกจำนวน 20,000 ตันไปยังซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ใน ตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยสามารถกระจายตลาดจากจีนและเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
วัตถุดิบหลัก: ผลิตจากมันเส้นที่ได้จากหัวมันสำปะหลังสด
การผลิต: ส่วนใหญ่ผลิตและแปรรูปในประเทศไทย โดยมีการเสริมวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านบางส่วน
ข้อดี:
ลดการสูญเสียระหว่างขนส่ง (ฝุ่นผงน้อยลง)
ความหนาแน่นสูง ขนส่งได้คุ้มค่า
เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และพลังงานชีวภาพ
ภาพรวมการส่งออก
ซาอุดีอาระเบีย: ล็อตแรก 20,000 ตันถึงท่าเรือดัมมามในปี 2025–2026 เพื่อทดลองใช้ในสูตรอาหารสัตว์
ตลาดหลักเดิม: จีนยังคงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ใช้ในอาหารสัตว์และเอทานอล
ตลาดใหม่: ตะวันออกกลางและแอฟริกา กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มมูลค่า
โอกาสเชิงกลยุทธ์
กระจายตลาด: การขยายไปยังซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลางช่วยลดการพึ่งพาจีน
เพิ่มรายได้เกษตรกร: ราคามันสำปะหลังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใหม่
ต่อยอดอุตสาหกรรม: สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม กาว และกระดาษ
⚠️ ความท้าทายสำคัญ
การแข่งขันระดับภูมิภาค: เวียดนามและอินโดนีเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก
มาตรฐานคุณภาพ: ต้องรักษามาตรฐาน GAP และระบบตรวจสอบย้อนกลับ
การพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง: จำเป็นต้องลงทุนในแป้งดัดแปรและผลิตภัณฑ์ชีวพลังงานเพื่อความมั่นคงระยะยาว
แนวโน้มในอนาคต
แม้จะเผชิญกับความท้าทาย เช่น ภัยเอลนีโญ โรคใบด่าง ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการทดแทนวัตถุดิบในจีน แต่มันอัดเม็ดยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ การปรับปรุงคุณภาพแป้ง และการใช้พันธุ์ต้านทานโรค
SOOK TRADING – พันธมิตรส่งออกที่คุณไว้วางใจ
SOOK TRADING ส่งออกมันอัดเม็ดไทยด้วยมาตรฐานสากล ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และโซลูชันเฉพาะตลาด
เราช่วยลูกค้าขยายสู่ตลาดศักยภาพสูง เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกา ด้วยโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ คุณภาพสม่ำเสมอ และมุมมองเชิงกลยุทธ์
ร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา เพื่อปลดล็อกศักยภาพของนวัตกรรมเกษตรไทยอย่างเต็มที่
มันอัดเม็ดจากไทยกำลังกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพสูง โดยล่าสุดไทยได้ส่งออกล็อตแรกจำนวน 20,000 ตันไปยังซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ใน ตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยสามารถกระจายตลาดจากจีนและเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
วัตถุดิบหลัก: ผลิตจากมันเส้นที่ได้จากหัวมันสำปะหลังสด
การผลิต: ส่วนใหญ่ผลิตและแปรรูปในประเทศไทย โดยมีการเสริมวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านบางส่วน
ข้อดี:
ลดการสูญเสียระหว่างขนส่ง (ฝุ่นผงน้อยลง)
ความหนาแน่นสูง ขนส่งได้คุ้มค่า
เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และพลังงานชีวภาพ
ภาพรวมการส่งออก
ซาอุดีอาระเบีย: ล็อตแรก 20,000 ตันถึงท่าเรือดัมมามในปี 2025–2026 เพื่อทดลองใช้ในสูตรอาหารสัตว์
ตลาดหลักเดิม: จีนยังคงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ใช้ในอาหารสัตว์และเอทานอล
ตลาดใหม่: ตะวันออกกลางและแอฟริกา กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มมูลค่า
โอกาสเชิงกลยุทธ์
กระจายตลาด: การขยายไปยังซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลางช่วยลดการพึ่งพาจีน
เพิ่มรายได้เกษตรกร: ราคามันสำปะหลังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการใหม่
ต่อยอดอุตสาหกรรม: สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม กาว และกระดาษ
⚠️ ความท้าทายสำคัญ
การแข่งขันระดับภูมิภาค: เวียดนามและอินโดนีเซียเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก
มาตรฐานคุณภาพ: ต้องรักษามาตรฐาน GAP และระบบตรวจสอบย้อนกลับ
การพัฒนาสินค้ามูลค่าสูง: จำเป็นต้องลงทุนในแป้งดัดแปรและผลิตภัณฑ์ชีวพลังงานเพื่อความมั่นคงระยะยาว
แนวโน้มในอนาคต
แม้จะเผชิญกับความท้าทาย เช่น ภัยเอลนีโญ โรคใบด่าง ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการทดแทนวัตถุดิบในจีน แต่มันอัดเม็ดยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ การปรับปรุงคุณภาพแป้ง และการใช้พันธุ์ต้านทานโรค
SOOK TRADING – พันธมิตรส่งออกที่คุณไว้วางใจ
SOOK TRADING ส่งออกมันอัดเม็ดไทยด้วยมาตรฐานสากล ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และโซลูชันเฉพาะตลาด
เราช่วยลูกค้าขยายสู่ตลาดศักยภาพสูง เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกา ด้วยโลจิสติกส์ที่เชื่อถือได้ คุณภาพสม่ำเสมอ และมุมมองเชิงกลยุทธ์
ร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา เพื่อปลดล็อกศักยภาพของนวัตกรรมเกษตรไทยอย่างเต็มที่
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทางมันเส้น และมันอัดเม็ดในอนาคตมีทั้งโอกาสจากความต้องการใช้ในพลังงานชีวภาพและอาหารสัตว์ โดยเฉพาะตลาดจีนและตะวันออกกลางที่ขยายตัว แต่ก็มีความท้าทายจากภัยธรรมชาติ, โรคใบด่าง, ต้นทุนสูง, และการแข่งขันจากพืชอื่นเช่นข้าวโพด แนวโน้มคือต้องพัฒนาพันธุ์ใหม่ที่ทนทาน มีแป้งสูง และปรับปรุงการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและแข่งขันได้. โอกาสและแนวโน้มเชิงบวก ตลาดส่งออกขยายตัว: ความต้องการมันสำปะหลังอัดเม็ดจากจีน (พลังงาน, อาหารสัตว์) และการบุกตลาดตะวันออกกลาง (ซาอุฯ) ที่ประสบความสำเร็จ ทำให้เกิดตลาดใหม่.
ทิศทางมันสำปะหลังและยางพาราในไทยมุ่งสู่ เกษตรยั่งยืน เทคโนโลยี และเพิ่มมูลค่าการแปรรูป โดยมันสำปะหลังปี 68 อาจหดตัวจากภัยแล้งแต่ปี 69 คาดฟื้นตัว แต่ยางพาราเน้นการพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่แข็งแกร่งในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของสภาพอากาศและตลาดโลก.
ทิศทางมันสำปะหลัง (2568-2570)
ปี 2568: คาดผลผลิตหดตัว (ลดลง 4.5-6.5%) เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ และการระบาดของโรคใบด่าง.
ปี 2569: คาดผลผลิตฟื้นตัวและขยายตัว (เพิ่ม 10-12%) จากสภาพอากาศที่ดีขึ้น (ปรากฏการณ์ลานีญา) ทำให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก.
ปี 2570: อาจกลับมาหดตัวอีกครั้ง (-2.5% ถึง -4.5%) เนื่องจากเข้าสู่ภาวะปกติของอากาศ.
แนวโน้มโดยรวม: มีความผันผวนตามสภาพอากาศ แต่ภาคอุตสาหกรรมยังคงพึ่งพาผลผลิตในประเทศเป็นหลัก.
ทิศทางยางพาราและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ
เน้นการพัฒนา: พัฒนาไปในทิศทางเกษตรยั่งยืน ใช้เทคโนโลยี และเพิ่มมูลค่าการแปรรูป เพื่อรักษาความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย.
การปรับตัว: เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศและความต้องการของตลาดโลก.
โอกาสและความท้าทาย
โอกาส: การพัฒนาสายพันธุ์, เทคโนโลยีการผลิต (เช่น ระบบน้ำหยด), การแปรรูปขั้นสูง และการตลาดที่ยั่งยืน.
ความท้าทาย: ความผันผวนของสภาพอากาศ (เอลนีโญ/ลานีญา), โรคพืช, และความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลง.
สรุป: ทั้งมันสำปะหลังและยางพาราอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเกษตรสมัยใหม่ โดยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ในระยะยาว.
4 ม.ค. 2026
มันอัดเม็ดหรือที่เรียกว่า มันเม็ดผลิตโดยการอัดมันเส้นโดยเครื่องอัดภายใต้สภาวะความร้อนและความดัน หลังจากอัดแล้วจะมีลักษณะเป็นท่อนยาว ประมาณ 2-3 ซม. เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 1 ซม. ความชื้นประมาณร้อยละ 14 ซึ่งจะส่งออกไปต่างประเทศเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ เนื่องจาก มันเม็ดจะมีีปริมาณแป้งสูง (มากกว่า
ร้อยละ 65) จึงใช้้เป็นแหล่งอาหารให้พลังงานของสัตว์
เนื่องจากมันเม็ดมีส่งได้ตลอดปีและราคาไม่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตผลของธัญพืชต่าง ๆ ดังนั้น หลายประเทศจึงนิยมใช้มันเม็ดของไทยในอุตสาหกรรม
อาหารสัตว์ มันเม็ดมีปริมาณการส่งออก ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของมันเม็ด คือ สามารถขนส่งได้ง่าย (ไม่มีฝุ่นเหมือนมันเส้น) ขนย้ายได้สะดวกสามารถใช้เครื่องจักร ในการขนส่งได้เช่นเดียวกับเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ
16 ธ.ค. 2025

