แชร์

ถ่านกะลามะพร้าว ความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากจีน และญี่ปุ่น BY SOOK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
1105 ผู้เข้าชม

บทบาทของจีนในอุตสาหกรรม

ผู้ผลิตถ่านกัมมันต์รายใหญ่ และผู้ใช้งาน / แปรรูปถ่านกะลามะพร้าวเป็นสินค้า นวัตกรรมสูง เช่น แบตเตอรี่: จีนมีโรงงานผลิต Activated Carbon จากทั้งถ่านหินและถ่านกะลามะพร้าว ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, การบำบัดน้ำเสีย, และการกรองอากาศ

สรุปการใช้งานถ่านกะลามะพร้าวในจีน

ACTIVATED CARBON (ถ่านกัมมันต์) : การใช้งาน กรองน้ำ , ฟอกอากาศ, เคมี : ใช้งานในอุตสาหกรรม

พลังงาน / เทคโนโลยี : การใช้งาน แบตเตอรี่ และ วัสดุกรอง ความต้องการ สูงมาก 

------

ตัวอย่างการใช้งาน ถ่านกะลามะพร้าว

* การผลิตถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) *
โครงสร้างรูพรุนของถ่านกะลามะพร้าวเหมาะสำหรับดูดซับสิ่งเจือปน
ใช้ใน เครื่องกรองน้ำ, เครื่องฟอกอากาศ, อุตสาหกรรมเคมี และการบำบัดน้ำเสีย

*อุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยี --> (Future Trend)
ใช้เป็นวัตถุดิบใน แบตเตอรี่และอุปกรณ์เก็บพลังงาน --> Battery & Energy Storage System
มีบทบาทในอุตสาหกรรมไฮเทคที่ต้องการวัสดุกรองและดูดซับคุณภาพสูง ---> จีนกำลังพัฒนา นวัตกรรม

-------

บทบาทของญี่ปุ่นในอุตสาหกรรม

ญี่ปุ่นนิยมใช้ใน ยากินิกุ, ยากิโทริ, บาร์บีคิว เพราะถ่านกะลามะพร้าวให้ความร้อนสูง, ติดไฟนาน, และไร้ควัน
เหมาะกับการทำอาหารในพื้นที่ปิด เช่น ร้านอาหารในเมืองใหญ่
อุตสาหกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม
ใช้เทคโนโลยี ไพโรไลซิส (Pyrolysis) เพื่อผลิต ไบโอชาร์ จากกะลามะพร้าว ซึ่งช่วยกักเก็บคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลิต Activated Carbon สำหรับการกรองน้ำ, ฟอกอากาศ, และการใช้ในอุตสาหกรรมเคมี
การส่งออกและ OEM
โรงงานไทยหลายแห่งผลิตถ่านกะลามะพร้าวอัดแท่งเกรดพรีเมียมเพื่อส่งออกไปญี่ปุ่น โดยเน้น คุณภาพสูง, ไร้ควัน, เถ้าน้อย
ญี่ปุ่นนิยมสินค้าที่มีมาตรฐานสูงและสามารถทำแบรนด์ OEM ได้
 
สรุปการใช้งานถ่านกะลามะพร้าวในญี่ปุ่น

ACTIVATED CARBON (ถ่านกัมมันต์) : การใช้งาน กรองน้ำ , ฟอกอากาศ, เคมี --> ใช้งานในอุตสาหกรรมสูงมาก

BIOCHAR : การใช้งาน การกักเก็บคาร์บอน และ พลังงานสะอาด --> Trend การใช้งาน BIO CHAR กำลังเติบโตในญี่ปุ่น

การใช้ถ่านกะลามะพร้าวในร้านอาหารและครัวเรือน : ใช้ในร้านอาหารปิ้งย่าง ยากินิคุ ยากิโทริ BBQ  --> ความต้องการสูงในญี่ปุ่นโดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร 

------

จีนและญี่ปุ่นต่างมีความต้องการใช้ถ่านกะลามะพร้าวสูง แต่ทิศทางแตกต่างกัน: จีนเน้นการใช้ในอุตสาหกรรม (Activated Carbon, การกรองน้ำ–อากาศ, พลังงานสะอาด) ขณะที่ญี่ปุ่นเน้นตลาดพรีเมียมสำหรับอาหาร (ยากินิกุ, ยากิโทริ, BBQ) และการพัฒนา Biochar เพื่อลดคาร์บอน. ประเทศไทยมีโอกาสเป็นแหล่งส่งออกทั้งสองตลาด โดยไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพดี และ มีโรงงานผลิตถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูงที่สามารถส่งสินค้าไปยังการใช้งานที่หลากหลายในแต่ละ Application ได้ 

จีน – แนวโน้มการใช้

การนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง: เดือนเมษายน 2025 จีนมีการนำเข้าถ่านเปลือกเมล็ดพืช (รวมกะลามะพร้าว) 13,742.8 ตัน เพิ่มขึ้น 39% จากเดือนก่อนหน้า
ราคานำเข้าเฉลี่ยสูงขึ้น: 549.46 USD/ตัน (+12% MoM)
การใช้งานหลัก
BBQ และอาหาร: นิยมใช้เพราะไร้ควันและให้ความร้อนสูง
Activated Carbon: ใช้ในกรองน้ำ, ฟอกอากาศ, อุตสาหกรรมเคมี
เทคโนโลยีขั้นสูง: ใช้ในแบตเตอรี่และวัสดุกรอง
ทิศทางอนาคต: ความต้องการ Activated Carbon และการกรองน้ำ–อากาศจะโตต่อเนื่องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด

ญี่ปุ่น – แนวโน้มการใช้

การใช้งานหลัก
ร้านอาหารพรีเมียม: ยากินิกุ, ยากิโทริ, BBQ → ต้องการถ่านไร้ควัน, เถ้าน้อย, ความร้อนสม่ำเสมอ
Biochar: ผลิตด้วย Pyrolysis เพื่อกักเก็บคาร์บอนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Activated Carbon: ใช้ในกรองน้ำและฟอกอากาศ
ตลาดนำเข้า: ญี่ปุ่นเน้นสินค้าพรีเมียมและ OEM จากไทย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม
ทิศทางอนาคต: ญี่ปุ่นจะยังคงใช้ถ่านกะลามะพร้าวในอาหาร แต่จะขยายไปสู่ Biochar และการกรองสิ่งแวดล้อมเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero

บทสรุปการใช้งาน

จีน → เน้นถ่านกะลามะพร้าว เพื่อเป็นวัตถุดิบคุณภาพสำหรับ Activated Carbon และอุตสาหกรรมกรองน้ำ–อากาศ พร้อมทำสัญญาระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงด้านราคา
ญี่ปุ่น → เน้นการทำ ถ่านกะลามะพร้าวคุณภาพสูงเพื่อทำแบรนด์พรีเมียม, OEM, และการตลาดที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม (Biochar, Net Zero)

 
 --------
 
 หากท่านมีความต้องการจะ Import ถ่านกะลามะพร้าวจากไทย กรุณาติดต่อ SOOK TRADING ทางเราสามารถส่งได้ที่ขั้นต่ำ 25 ตัน โดยจะเป็นถ่านคุณภาพสูงตาม SPEC และ ราคาแข่งขันได้ : ทางเรามีผู้ผลิตในเครือที่ทำการส่งออกไปจีนอย่างต่อเนื่องอยู่ 

ติดต่อ SOOK TRADING ผ่านเพจ SOOK TRADING ในเฟสบุ๊ค หรือผ่านช่องทาง CONTRACT US ใน WEB SITE นะ

ครับ  https://www.sooktrading.com/contact

 

หรือติดต่อทางWHATAPP ที่เบอร์ +66955566352 , WECHAT ที่เบอร์ +66955566352
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกในจุดเปลี่ยน: จากสงครามสู่การปรับตัว พลังงานแพง ต้นทุนพุ่ง แต่โอกาสธุรกิจยังเปิดกว้าง : บทความโดย SO OK TRADING: 31.03.2026
✨ โลกเปลี่ยนทิศ: พลังงานแพง เศรษฐกิจผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาส ✨ วิเคราะห์สถานการณ์โดย SO OK TRADING วันที่ 31 มีนาคม 2026 ถูกบันทึกว่าเป็นวันสำคัญที่สงครามตะวันออกกลางได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันและก๊าซทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่พลาสติก ปุ๋ย ไปจนถึงอาหารและโลหะหนักเพิ่มขึ้นทันที ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ยังมี โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว — ไม่ว่าจะเป็นการหันสู่ Circular Economy, การใช้ พลังงานทางเลือก, หรือการเร่งลงทุนใน รีไซเคิลและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ SO OK TRADING มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ: - ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะได้เปรียบ - นักลงทุนที่มองหาโอกาสในวิกฤตจะเห็นช่องทางใหม่ใน Green Energy และ Supply Chain ทางเลือก - ผู้บริโภคจะเริ่มหันไปใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนต่ำกว่า
31 มี.ค. 2026
พลังงานชีวภาพ: พลิกขยะจากไร่นาสู่พลังงานโลก สู่ตลาดพันล้านดอลลาร์ – Bioenergy 2030 พลังงานสีเขียวที่โลกต้องการ ลงทุนวันนี้เพื่อธุรกิจยั่งยืนกับ SO OK TRADING :5 เมษายน 2569
พลังงานชีวภาพ: พลังงานหมุนเวียนที่กำลังกลายเป็น “หัวใจหลัก” ของโลกอนาคต บทความโดย SO OK TRADING | 5 เมษายน 2569 ในยุคที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด “พลังงานชีวภาพ” (Bioenergy) กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภาคการบิน การขนส่ง หรือโรงงานอุตสาหกรรม พลังงานนี้เกิดจากสิ่งที่เรามองข้ามในชีวิตประจำวัน — เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มูลสัตว์ หรือพืชพลังงาน — ที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดได้อย่างมหาศาล SO OK TRADING ขอพาทุกท่านเจาะลึกแนวโน้มของตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลกสู่ปี 2030 พร้อมบทวิเคราะห์ทิศทางในประเทศไทย ซึ่งกำลังขึ้นแท่นผู้นำอาเซียนด้านพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจในยุคที่ “พลังงานสีเขียว” คืออนาคตของโลก อ่านบทความเต็มได้ที่
5 เม.ย. 2026
 “Wood Pellets: พลังงานยุทธศาสตร์แห่งอนาคต พลิกเกมเศรษฐกิจไทย จากเศษไม้สู่พลังงานสะอาด สร้างรายได้และ Carbon Credit สู่โอกาสใหม่ในตลาดโลก"
Wood Pellets: พลังงานแห่งอนาคตที่โลกและไทยต้องจับตา เม็ดไม้เชื้อเพลิงกำลังกลายเป็นพลังงานยุทธศาสตร์ของโลกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือโอกาสทองสำหรับประเทศไทยในการส่งออกสู่ตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Green Steel และเคมีชีวภาพ ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตสูงถึง 5.32 ล้านตัน/ปี และเริ่มลงทุนใน Black Pellets ที่ให้ค่าความร้อนสูงและขอ Carbon Credit ได้
12 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy