แชร์

“Copper Fever 2026: ทองแดงเดือดสะท้านโลก เจาะลึกแนวโน้มราคาปีแห่งโลหะยุทธศาสตร์”: SO OK TRADING: 6 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 6 ส.ค. 2026
138 ผู้เข้าชม

“ทองแดงเดือดสะท้านโลก: OUTLOOK ราคาทองแดงปี 2026” : SO OK TRADING : 6 AUGUST 2026

------------------

ภาพรวมตลาด

ปี 2026 คือปีที่ทองแดงถูกยกให้เป็น “โลหะยุทธศาสตร์” ของโลก ราคายังคงอยู่ในภาวะ ขาขึ้นเชิงโครงสร้างระยะยาว (Structural Bull Market) โดยเฉลี่ยเคลื่อนไหวในกรอบ 11,000 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน แต่เส้นทางไม่ได้ราบเรียบ เพราะครึ่งปีหลังเริ่มมีแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของจีน

------------------
 
OUTLOOK ราคาทองแดงแบบละเอียด

ครึ่งปีแรก: ความร้อนแรงจากการกักตุน
ราคาทะยานขึ้นแตะระดับสูงกว่า 14,000 ดอลลาร์/ตัน จากการเร่งกักตุนของสหรัฐฯ ก่อนมาตรการภาษี

ความต้องการจาก AI, Data Center และ EV ทำให้ตลาดยังคงตึงตัว

สต็อกทองแดงในคลัง LME นอกสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการจริงที่แข็งแกร่ง

Q3/2026: ช่วงพักฐานและทดสอบแนวรับ

ราคาทรงตัวในกรอบ 12,000 – 13,000 ดอลลาร์/ตัน

ตลาดเริ่มชะลอหลังการกักตุนครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ

โรงงานจีนเข้าซื้อช่วงราคาปรับฐาน (Buy the dip) ทำให้ราคายังไม่หลุดกรอบ

Q4/2026: การปรับฐานลงอย่างชัดเจน

ราคาทยอยลดลงสู่ 11,000 – 11,500 ดอลลาร์/ตัน

สถาบันการเงินอย่าง Goldman Sachs คาดเป้าหมายปลายปีใกล้เคียง 11,000 ดอลลาร์/ตัน

ตลาดฟิวเจอร์ส COMEX ระบุแนวรับสำคัญที่ $5.85 – $6.30 ต่อปอนด์

ภาวะ Supply Surplus ชัดเจนขึ้น โดยทั้งปีคาดมีทองแดงส่วนเกินราว 490,000 ตัน

เศษทองแดงรีไซเคิลไหลกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้นจากแรงจูงใจราคาสูงในครึ่งปีแรก

------------------
 
ปัจจัยบวกที่ยังคงหนุนราคาทองแดง

AI และ Data Center: ความต้องการสายไฟมหาศาล

พลังงานสะอาดและ EV: รถยนต์ไฟฟ้าใช้ทองแดงมากกว่า ICE 3–4 เท่า

เหมืองผลิตไม่ทัน: ชิลีและอินโดนีเซียเจอปัญหาการผลิต

------------------
 
ปัจจัยเสี่ยงและแรงกดดัน ต่อ ราคาทองแดง

ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ: หากบังคับใช้จริงจะกดดันตลาดปลายปี

จีนชะลอการซื้อ: ทำให้เกิดทองแดงส่วนเกินในตลาดโลก

เศษทองแดงรีไซเคิลเพิ่มขึ้น: ลดแรงตึงตัวของอุปทาน

------------------
 
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

สายไฟและอิเล็กทรอนิกส์: ต้นทุนสูงสุด กำไรหด ต้องใช้ Hedging และผลักภาระไปผู้บริโภค

ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): ราคาสูงกดดันต้นทุน แต่ Q4 ช่วยผ่อนคลาย

ก่อสร้างและอสังหาฯ: งานระบบภายในต้นทุนพุ่ง แต่ Q4 เป็นจังหวะซื้อวัสดุถูกกว่า

พลังงานหมุนเวียน: โครงการโซลาร์–ลม IRR ลดลงเล็กน้อย หลายโครงการชะลอซื้อเพื่อรอราคาปรับฐาน

-------------------
 
วัสดุทดแทนทองแดงที่กำลังมาแรง

อลูมิเนียม: ถูกกว่า เบากว่า ใช้ใน Power Grid และ HVAC

Copper-Clad Aluminum (CCA): เบา ราคาถูก ใช้ในสายสัญญาณและสายไฟรถยนต์

Carbon Nanotubes (CNTs): เบากว่า 5 เท่า ใช้ใน Aerospace และ EV

Galvorn: แข็งแรงกว่าเหล็ก ใช้ในกังหันลมและเครื่องบิน

Copper-Graphene Composites: นำไฟฟ้าสูง ใช้ใน Semiconductor และ AI Chips

--------------------
 
สถานการณ์ล่าสุด (สิงหาคม 2026)

ราคาทองแดงพุ่งทะลุ 14,167.50 ดอลลาร์/ตัน ใกล้สถิติสูงสุดต้นปี

สหรัฐฯ กักตุนทองแดงกว่า 200,000 ตัน
สต็อก LME นอกสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมสายไฟและโครงการพลังงานต้องปรับแผนเร่งด่วน เพื่อ หา SUPPLY ทองแดงให้เพียงพอ และ ป้องกันความเสี่ยงเรื่องราคาทองแดงที่แกว่งตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

--------------------
 
✅ สรุป OUTLOOK ราคาทองแดง

ทองแดงปี 2026 คือปีแห่งการ “เดือดสะท้านโลก” ราคายังอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นระยะยาว แต่ครึ่งปีหลังจะเจอแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของจีน ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับฐานลงสู่ระดับ 11,000 ดอลลาร์/ตัน อย่างไรก็ตาม ทองแดงยังคงเป็นโลหะอุตสาหกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปีนี้ และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางต้นทุนของหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW. SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

----------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS 

----------------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ดีบุก: โลหะยุทธศาสตร์แห่งโลกอนาคต AI และพลังงานสะอาด – พลังโลหะที่ขับเคลื่อนยุคดิจิทัลสีเขียว”:SO OK TRADING: 17 JUNE 2026
ปี 2569 คือปีที่ “ดีบุก” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! โลหะสีเงินที่มนุษย์รู้จักมานานหลายพันปี กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลกเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด — ตั้งแต่ชิป AI, ศูนย์ข้อมูล, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์ ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะธรรมดา แต่คือ “แร่ยุทธศาสตร์แห่งยุคใหม่” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและโลกสีเขียว ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ดัดงอได้ง่าย ไม่เป็นสนิม และหลอมได้ที่อุณหภูมิต่ำ ทำให้ดีบุกถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม — ตั้งแต่ ลวดบัดกรี (Solder) และ ตะกั่วผสมเงิน (Silver Solder) สำหรับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึง การเคลือบกระป๋องอาหาร, งานหล่อพระ, และ การผลิตกระจกแผ่นเรียบ (Float Glass) ราคาดีบุกในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 53,000–55,000 ดอลลาร์/ตัน และยังคงเป็นโลหะที่นักลงทุนและผู้ผลิตทั่วโลกจับตามอง เพราะนี่คือยุคที่ “ดีบุก” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนโลกแห่ง AI และพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
17 มิ.ย. 2026
COPPER PRICE AND TREND  2026
Copper prices are expected to remain elevated and bullish in 2026, driven by strong demand from the green energy transition (EVs, renewables, grid upgrades) and persistent mine supply constraints/disruptions, with forecasts generally placing prices in the $10,000 to over $12,000 per tonne range, although some analysts foresee a slight cooling to $10,000-$11,000 as market balances tighten. Key factors include IRA spending, AI infrastructure needs, constrained new mine supply, and potential Chinese economic recovery, creating tight markets despite some projected minor surpluses. Key Price Predictions (2026): Goldman Sachs: $10,000 - $11,000/tonne range, averaging $10,710/tonne in H1 2026. J.P. Morgan: Averaging around $12,075/tonne, with potential spikes to $12,500/tonne in Q2. Bank of America: Average of $11,313/tonne, with potential for $15,000/tonne spikes. UBS: $11,000/tonne by Sept 2026. World Bank: Average of $9,800/tonne. Bullish Drivers: Energy Transition: Massive demand for grid expansion, EVs, and renewable infrastructure. AI Infrastructure: Increased demand for data centers. Supply Deficit: Mine disruptions (Grasberg, Kamoa-Kakula, etc.) and difficulty bringing new mines online. China: Potential economic rebound acting as a catalyst. Potential Headwinds/Volatility: Policy-induced Surpluses: E.g., from IRA incentives or scrap availability. Stronger USD: Can weigh on commodity prices. Slower Demand: If China's recovery falters. Overall Outlook: Expect a tight market with strong underlying demand, leading to high prices, but with significant volatility due to policy shifts and mine output fluctuations. The market is moving towards a structural deficit, supporting higher prices long-term
30 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy