แชร์

“อลูมิเนียมพุ่งแรงทะลุจุดเดือด! ซัพพลายสะเทือนโลก – เจาะลึกแนวโน้มราคาและพรีเมียม 2026 โดย SO OK TRADING”: 27/5/2026

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ค. 2026
259 ผู้เข้าชม

อลูมิเนียมโลกพุ่งแรงที่สุดในรอบ 4 ปี – ทิศทางตลาด แนวโน้มราคา , Supply และ ค่า PREMIUM MJP : บทความโดย SO OK TRADING : 27 MAY 2026

--------------------
 
ภาพรวมสถานการณ์

ตลาดอลูมิเนียมโลก ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2026 กำลังอยู่ในภาวะ “ร้อนแรงที่สุดในรอบหลายปี” ราคาล่าสุดปิดที่ 3,676 ดอลลาร์/ตัน และทำจุดสูงสุดที่ 3,768 ดอลลาร์/ตัน พร้อมภาวะ Backwardation ที่ราคาเงินสด (Cash) สูงกว่าสัญญาล่วงหน้า 3 เดือนถึง 77 ดอลลาร์ สะท้อนความตื่นตระหนกของผู้ซื้อที่ต้องการสินค้าทันที

--------------------

“แม้สงครามเริ่มคลี่คลาย แต่ตลาดยังเผชิญ Supply Shock เชิงโครงสร้างที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะสั้น”
 
⚙️ ปัจจัยขับเคลื่อนราคาหลัก

ตะวันออกกลาง: โรงถลุง EGA ในยูเออี และ ALBA ในบาห์เรน เสียหายหนัก กำลังการผลิตหายไปทันที 9% ของโลก

จีน: รัฐบาลสั่งเบรกกำลังผลิต ALUMINUM ในมณฑลกว่างซี → ซัพพลายโลกตึงตัว ---> จีนลดกำลังการผลิตเนื่องจาก นโยบายสิ่งแวดล้อม จำกัดมลพิษ

กินี: ประกาศจำกัดโควตาส่งออกแร่บ็อกไซต์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน → ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ---> ALUMINA ไม่เพียงพอในการผลิต

สต็อก LME: ลดลงเหลือเพียง 339,350 ตัน → เพิ่มแรงกดดันให้ตลาดเงินสด --> ดูจากปัจจยข้างต้นแนวโน้มขาดสินค้า

-------------------
 
บทวิเคราะห์ราคาและทิศทางตลาด

Q2/2026 (ปัจจุบัน–มิ.ย.)
กรอบราคา: 3,450 – 3,800 USD/ตัน (BACKWARDATION ตอนนี้ CASH อยู่ที่ 3,750 USD/ตัน)

ทิศทาง: ขาขึ้นรุนแรง (Peak)
วิเคราะห์: ตลาดรับรู้ความเสียหายของโรงถลุง EGA ที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานนับปี ทำให้ราคาถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการใช้อลูมิเนียมในอุตสาหกรรม ซึ่ง SUPPLY ในโลกมีแนวโน้มว่าไม่เพียงพอในตอนนี้

ราคาอลูมิเนียมเงินสดทันที (Cash Demand) ราคาสูงกว่าราคา 3 MONTH : ณ ตอนนี้ 3,750 เงินสด เทียบกับ ราคา 3 Month ที่ประมาณ 3,680 : บ่งบอกว่าในระยะสั้นราคาจะสามารถวิ่งขึ้นได้อีก

Q3/2026 (ก.ค.–ก.ย.)
กรอบราคา: 3,600 – 4,100 USD/ตัน

ทิศทาง: ทรงตัวระดับสูง / มีโอกาสทดสอบจุดสูงสุด

วิเคราะห์: CRU คาดว่าราคามีสิทธิ์ทะลุ 4,000 USD/ตัน จากผลกระทบเต็มที่ของการจำกัดส่งออกแร่บ็อกไซต์ในกินี + โควตาสิ่งแวดล้อมจีนที่จำกัดการผลิต

Q4/2026 (ต.ค.–ธ.ค.)
กรอบราคา: 2,500 – 3,200 USD/ตัน
ทิศทาง: เริ่มปรับฐานลง (Cool Down)
วิเคราะห์: Goldman Sachs ประเมินว่าซัพพลายใหม่จากอินโดนีเซียและอินเดียจะเข้ามาช่วยลดความร้อนแรง ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุล

ค่าพรีเมียม MJP (Main Japanese Ports) และประเมินค่า Premium ในอนาคต

Q2/2026: 350 – 353 USD/ตัน → สูงสุดในรอบ 11 ปี
Q3/2026: 355 – 380 USD/ตัน → ดีมานด์ EV หนุน และ อุตสาหกรรมหนุน
Q4/2026: 280 – 320 USD/ตัน 

--------------------------
 
ประเมินราคาต้นทุนนำเข้า ALUMINUM INGOT สำหรับอุตสาหกรรมไทย

ต้นทุนฐานนำเข้า (CIF) พุ่งแตะ 138,000 บาท/ตัน ณ 27/5/2026

--------------------------

 2026 คือ “ปีแห่งอลูมิเนียมแพงที่สุดในรอบหลายปี” ราคาจะพุ่งแรงใน Q2–Q3 ก่อนปรับฐานลงใน Q4 ผู้ประกอบการต้องวางแผนจัดซื้อเชิงรุก ใช้สัญญาล่วงหน้า และปรับกลยุทธ์สต็อกให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา เพื่อคุมต้นทุนและลดความเสี่ยง

--------------------------

สนใจสินค้า ALUMINUM INGOT , ALUMINUM SCRAP : ท่านสามารถติดต่อบริษัท SO OK TRADING ได้เลยครับ ขอขอบคุณมากๆครับ

--------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW. SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

--------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึกทิศทางโลกหลัง FED แถลง: เมื่อทองคำพุ่งทะยาน และเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบปี 29.1.2026 ฺBy SO OK TRADING
"เมื่อ FED เลือก 'คง' แต่ตลาด 'ไม่คง' ตาม! สรุปภาพรวมราคาสินทรัพย์หลังคืนวันประกาศมติดอกเบี้ย ใครถือทองหรือรอแลกเงินเยน/หยวน ต้องอ่านโพสต์นี้เลยครับ" หลัง FED แถลงมติล่าสุดเมื่อคืนนี้ ทิศทางราคาทองคำ Silver และค่าเงินบาทจะไปทางไหนต่อ? มาเช็กข้อมูลอัปเดตเตรียมรับมือความผันผวนกันครับ
29 ม.ค. 2026
ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING
ราคาทองคำต้นปี 2026 ณ วันที่ 5 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 4,300–4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากปี 2025 ที่ราคาพุ่งแรง,มาตลอดทั้งปี โดยแนวโน้มปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า นโยบายการค้าระหว่างชาติ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ นโยบายเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศ ภาพรวมราคาทองคำต้นปี 2026 - ราคาล่าสุด (5 มกราคม 2026): อยู่ในช่วง 4,400 - 4,450 USD/oz - แนวโน้มปี 2025: ราคาทองคำปิดปีด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (Always New High) สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลาง - สถานะตลาด: ทองคำไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ - นโยบายการเงินสหรัฐ (Fed): ความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ช่วยหนุนราคาทองคำ - เงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก: ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยและเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - ธนาคารกลางทั่วโลก: หลายประเทศยังคงเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรอง - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แนวโน้มปี 2026 - ฐานราคา: คาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–5,500 USD/oz --> มีโอกาสทะลุ 5,000 USD/oz ขึ้นไปสูงมาก - โอกาสปรับขึ้น: หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง หรือมีปัจจัยอื่นๆ เสริมแรง ราคามีโอกาสทะลุ 5,500 USD/oz - ความเสี่ยงปรับลง: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วและดอกเบี้ยยังสูง ราคาทองคำอาจปรับฐานลงใกล้ 4,000 USD/oz --->โอกาสมี แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น สรุปสำหรับผู้ลงทุนทอง - ระยะสั้น: จับตาการประชุม Fed, นโยบายทางเศรษฐกิจของนานาประเทศ , การจำกัดการส่งออกทรัพยากรของจีน การลดการพึ่งพา USD, ข่าวนโยบายการค้า - ระยะกลาง–ยาว: ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยง ---> ราคาน่าจะวิ่งขึ้นได้อีก สรุป: ราคาทองคำปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัว–ขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินสหรัฐ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ --> ทิศทางขาขึ้น แต่ ดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ ดูทิศทางขึ้นแน่ อาจมีย่อบางช่วงแต่โดยรวมขึ้น
6 ม.ค. 2026
โลกหลังตรุษจีน: เมื่อดอลลาร์แข็ง แร่หายากขาด และ AI พุ่งแรง : จากกำแพงภาษีสู่สงครามแร่: โลกปี 2569 ไม่เหมือนเดิม , Trump 2.0 พลิกโลก: เมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นสนามรบ
เศรษฐกิจโลกปี 2569 กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม จากนโยบาย “America First” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากสงครามการค้าไปสู่ สงครามทรัพยากร ที่แต่ละประเทศต้องเร่งปรับตัว
19 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy