“Copper Rising 2026: ทองแดงเดือด! จากสงครามสู่พลังงานสะอาด – โลหะแห่งโลกใหม่ โดย SO OK TRADING”: แนวโน้มราคา และ สถานการณ์Supply ทองแดง

“แนวโน้มการใช้งานทองแดง และ วิเคราะห์ราคาทองแดง ผลกระทบจากสงครามและพลังงานสะอาด ” : บทความโดย SO OK TRADING : 28 เมษายน 2026
เดือนเมษายนปีนี้ ตลาดทองแดงโลก ได้รับผลกระทบจากวิกฤติสงคราม พลังงาน และเทคโนโลยีการใช้งานทองแดงต่างๆ ผลักดันราคาให้แกว่งตัวอย่างรุนแรงและน่าตื่นเต้น
ราคาที่พุ่งทะยานและผันผวน
กลางเดือนเมษายน ราคาทองแดงพุ่งทะยานแตะ 13,300 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้นกว่า 6.4% ภายในสัปดาห์เดียว นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองเหมือนกำลังดูการแสดงที่ถึงจุดไคลแมกซ์ แต่ในช่วงปลายเดือนราคาก็อ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 13,257 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนความระมัดระวังต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สงคราม –ผลักต้นทุน
สงครามในตะวันออกกลางคือ “ปัจจัยหลัก” ที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตทองแดงจึงเพิ่มขึ้นมหาศาล ขณะเดียวกัน ฟอยล์ทองแดง (Copper Foil) ขาดแคลนและราคาพุ่งกว่า 30% ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก --> LME ทองแดงราคาขยับขึ้นตลอดไม่ลดเนื่องจาก SUPPLY ขาดแคลน
วิเคราะห์และพยากรณ์ราคาจากสถาบันการเงิน
Goldman Sachs มองว่าราคาเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 12,650 ดอลลาร์ต่อตัน แม้มีอุปทานส่วนเกิน แต่ความเสี่ยงจากเหมืองและการขนส่งยังคงพยุงราคา
Citigroup กลับมองบวกสุด ๆ คาดว่าราคาอาจพุ่งถึง 15,000 ดอลลาร์ ในไตรมาส 2 จากความต้องการมหาศาลของ AI และ Data Centers
J.P. Morgan เตือนว่าความตึงเครียดในอิหร่านอาจทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไร มองแนวรับที่ระดับ 12,000 ดอลลาร์ต่อตันโดยประมาณ
Bank of America ปรับคาดการณ์ขึ้น โดยมองไปถึง 13,501 ดอลลาร์ในปี 2027 จากแรงหนุนพลังงานหมุนเวียน
ฉากทัศน์ และ แนวโน้มราคาทองแดงทางอนาคต
Bullish Case – สงครามพลังงานยืดเยื้อ ราคามีโอกาสทะลุ 15,000 ดอลลาร์ หากเส้นทางขนส่งพลังงานถูกปิด
Base Case – Solar Cell บูมสุดขีด ความต้องการจากพลังงานสะอาดจะพยุงราคาให้อยู่ในกรอบ 12,000 – 13,500 ดอลลาร์
Bearish Case – Stagflation หากเศรษฐกิจโลกถดถอย ราคามีสิทธิ์ร่วงลงไปทดสอบ 10,500 – 11,000 ดอลลาร์
แหล่งแร่ทองแดงหลักในโลกจาก ชิลี กับแนวโน้มการผลิตทองแดงที่ลดลง
แม้ชิลีจะเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุด แต่ปีนี้ต้องเผชิญกับต้นทุนพุ่งสูง การขาดแคลนกรดซัลฟิวริก และแรงงานประท้วง ทำให้การผลิตต่ำสุดในรอบ 9 ปี แม้รัฐบาลใหม่พยายามเร่งการลงทุน แต่โลกก็ยังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว ---> CODELCO ชิลีผู้ผลิตทองแดงคุณภาพสูงออกมา Supply ตลาดโลก การผลิตมีไม่เพียงพอ (Supply Deficit) กดดันราคาทองแดงในตลาดโลกให้อยู่ในเกณฑ์สูง เพิ่มจากระดับเฉลี่ย 9,500 ดอลลาร์ต่อตันในปี 2025 มาเป็นเฉลี่ยที่สูงกว่า 12,400 ดอลลาร์ต่อตันในปี 2026 (ปรับฐานราคาสูงขึ้น)
จีน – ผู้บริโภคทองแดงจากกำลังการผลิตครึ่งโลก
จีนใช้ทองแดงกว่า 50% ของโลก และกำลังเปลี่ยนการใช้งานจากอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ EV, Solar, Wind, Batteries และ AI Data Centers พร้อมทั้งเร่งรีไซเคิลและกักตุนทองแดงเพื่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรม
Demand-Supply ทองแดงในตลาดโลกที่ตึงเครียด
โลกกำลังเผชิญภาวะ “อุปสงค์พุ่งแต่อุปทานจำกัด” เหมืองใหม่ผลิตไม่ทันความต้องการ ขณะที่สต็อกทองแดงใน LME อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาตอบสนองต่อข่าวสารอย่างรุนแรง --> สต๊อกทองแดงต่ำ ราคาทองแดง ใน LME ยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงยังไม่มีแนวโน้มที่จะหลุดแนวรับที่ระดับ 12,000 ดอลลาร์ต่อตันในเร็วๆนี้
บทสรุปทองแดง: เวทีแห่งการเปลี่ยนผ่าน
ทองแดงในปี 2026 --> วิกฤตพลังงาน และ พลังงานสะอาด ราคายังคงผันผวนบนฐานที่สูงขึ้น โดยมีโอกาสแตะ 15,000 ดอลลาร์ หากสงครามยืดเยื้อ แต่ในระยะยาว Solar Cell, EV และ AI จะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ทองแดงกลายเป็นโลหะแห่งอนาคต
✨ ทองแดงในเดือนเมษายน 2026 กสะท้อนว่าโลกกำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทองแดงคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง.
-------
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SO OK TRADING
------

