แชร์

“Trump–Xi Summit 2026: ดีลใหญ่เขย่าโลก เกมแลกหมัดเศรษฐกิจ พลังงาน และเทคโนโลยี”: SO OK TRADING: 14 MAY 2026

อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ค. 2026
712 ผู้เข้าชม

ซัมมิต ทรัมป์–สี จิ้นผิง: ดีลใหญ่ที่เขย่าโลก เศรษฐกิจ พลังงาน และเทคโนโลยี : SO OK TRADING : 14 MAY 2026

------------

การเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างวันที่ 12–15 พฤษภาคม 2026 ถือเป็นการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 9 ปี หลังจากครั้งแรกเมื่อปี 2017 การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็น “ดีลใหญ่” ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก พลังงาน และเทคโนโลยีในอนาคต

------------

 ✈️ ไฮไลต์การเดินทางและกำหนดการ

การต้อนรับสมเกียรติ: ทรัมป์เดินทางถึงปักกิ่งด้วย Air Force One โดยมีหาน เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน ปูพรมแดงและกองทหารเกียรติยศต้อนรับ

การประชุมสุดยอด: เริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันที่ 14 พฤษภาคม โดยหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

กิจกรรมพิเศษ: เยือนหอฟ้าเทียนถาน และร่วมงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ

---------------
 
4 ประเด็นร้อนบนโต๊ะเจรจา

สงครามตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ ต้องการให้จีนช่วยเป็นตัวกลางกดดันอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
จีนเองมีบทบาทสำคัญเพราะเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจากอิหร่าน


ไต้หวัน

ทรัมป์ประกาศชัดว่าจะหยิบยกเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน
จีนอาจใช้เป็น “แต้มต่อ” แลกกับการผ่อนปรนมาตรการอื่น ๆ


การค้าและภาษี

ทั้งสองฝ่ายพยายามต่ออายุ “สงบศึกทางการค้า” เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามภาษี
มีการหารือเรื่องแร่โลหะหายาก (Rare Earths) ที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมชิปและ EV


เทคโนโลยีและ AI

จีนผลักดันให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง
ซีอีโอระดับโลกอย่าง Elon Musk (Tesla), Tim Cook (Apple), Jensen Huang (Nvidia) ร่วมคณะเพื่อเจรจาโดยตรง

----------------
 
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

การค้าโลก: หากข้อตกลงพักรบภาษีขยายออกไป จะช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ IMF ประเมินไว้ที่ 3.1%

พลังงานและเงินเฟ้อ: การเปิดเส้นทางน้ำมันจะช่วยลดต้นทุนการผลิตทั่วโลก บรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อทั้งจีนและสหรัฐฯ

ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี: การเข้าถึงแร่โลหะหายากและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร จะเป็นตัวแปรสำคัญต่ออนาคตตลาดเซมิคอนดักเตอร์และ AI

ตลาดทุนโลก: หากผลลัพธ์เป็นบวก เม็ดเงินลงทุนจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงทันที

----------------
 
️ ฉากทัศน์ราคาน้ำมันและผลต่อไท

ดีลสำเร็จ: ราคาน้ำมัน Brent อาจลดลงเหลือ 75–80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยปรับตัวลงภายใน 1–2 สัปดาห์

ดีลล่ม: หากสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางทหาร ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซ้ำเติมเงินเฟ้อและค่าครองชีพในไทย

----------------
 
กลยุทธ์ “แลกหมัด” และเงื่อนไขอิหร่าน

อิหร่านยื่น 5 เงื่อนไข: เช่น ยุติการโจมตีเลบานอน ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และชดเชยความเสียหายจากสงคราม
ท่าทีสหรัฐฯ: รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ย้ำว่า “อิหร่านต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”

โมเดล Grand Bargain: สหรัฐฯ อาจแลกการผ่อนปรนเรื่องไต้หวันและชิป AI กับการที่จีนช่วยบีบอิหร่านหยุดซื้อน้ำมัน

-----------------
 
สรุป
ซัมมิตครั้งนี้คือ “เกมแลกหมัด” ระหว่างสองมหาอำนาจที่ครองเศรษฐกิจโลกกว่า 42% ของ GDP รวมกัน หากสหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนเรื่องไต้หวันและภาษี จีนก็อาจยอมบีบอิหร่านให้ถอย ส่งผลให้สงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย และเศรษฐกิจโลกกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

-----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
SILVER PRICE TREND AND IT CONTINUE UPWARD ON VALUE FOR YEAR 2026
SILVER PRICE 2026 EVALUATION : The Bank of America believe silver will average around $56 in 2026, but could climb to a peak of $65. Robert Kiyosaki believes $75 can be reached, while analysts at CNBC even suggested $100 is achievable following a breakout above $50. Anyhow according to China Policy (start on 1 JAN 2026) on restrict SILVER to export this might create a shortage on Industry which use silver as raw material such as SEMI-CONDUCTER, ARMY HI-TECH WEAPON, SOLAR CELL, EV Car, This will be the pressure on SILVER PRICE To Increae from 72 USD/ONZE to more than 80 USD/ONZ within Early 2026
2 ม.ค. 2026
เกร็ดความรู้ ซิลิคอน by SO OK
ซิลิคอน (Silicon) คือธาตุสารกึ่งตัวนำสำคัญที่พบมากบนเปลือกโลก (ในรูปซิลิกา) ใช้ทำชิปอิเล็กทรอนิกส์, แผงโซลาร์เซลล์, แก้ว, เซรามิก, และผสมโลหะ; ส่วน ซิลิโคน (Silicone) คือพอลิเมอร์ที่ใช้ทำกาวอุดรอยรั่ว, สารหล่อลื่น, เครื่องสำอาง, ยา, และอุปกรณ์การแพทย์ คุณสมบัติเด่นคือทนความร้อน, ทนสารเคมี, เป็นฉนวนไฟฟ้า, ยืดหยุ่น, และกันน้ำ แม้ชื่อคล้ายกัน แต่คือคนละอย่าง. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ซิลิคอน (Silicon - Si) (ธาตุ) ธาตุสำคัญ: เป็นธาตุที่พบมากเป็นอันดับสองในเปลือกโลก (รองจากออกซิเจน) มักอยู่ในรูปซิลิก้า (Silicon Dioxide - SiO2) เช่น ทราย, ควอตซ์. หัวใจอิเล็กทรอนิกส์: ซิลิคอนบริสุทธิ์พิเศษ (Doped Silicon) เป็นหัวใจของวงจรรวม (IC) และเซมิคอนดักเตอร์ในคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, และแผงโซลาร์เซลล์. โลหะผสม: ผสมกับอะลูมิเนียมเพื่อทำชิ้นส่วนรถยนต์ และผสมเหล็กเพื่อทำเหล็กกล้า. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ซิลิโคน (Silicone - พอลิเมอร์สังเคราะห์) คุณสมบัติมหัศจรรย์: ทนร้อน/เย็นจัด, กันน้ำ, ยืดหยุ่น, เป็นฉนวนไฟฟ้า, ทนสารเคมี, ไม่ติดไฟ. งานก่อสร้าง: กาวซิลิโคนใช้อุดรอยต่อกระจก, หน้าต่าง, หลังคา, ป้องกันน้ำรั่วซึม. เครื่องสำอาง: ทำให้ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย, เงางาม, ติดทนนาน (เช่น ลิปสติก), นุ่มลื่น (เช่น แชมพู). ทางการแพทย์: ใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์, และซิลิโคนเจลสำหรับแผลเป็น. ระวังโรคปอด: การสูดดมฝุ่นผงซิลิก้า (ซิลิคอนไดออกไซด์) เป็นเวลานานในงานก่อสร้าง (เช่น โม่หิน) อาจทำให้เป็นโรคปอดฝุ่นหิน (Silicosis) ได้. ข้อแตกต่างที่สำคัญ ซิลิคอน (Silicon - Si): ธาตุโลหะ (สารกึ่งตัวนำ). ซิลิโคน (Silicone): สารประกอบพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่มาจากซิลิคอน (มีออกซิเจนและคาร์บอน) มีความยืดหยุ่นและใช้งานหลากหลายกว่า.
11 ธ.ค. 2025
“เศษอลูมิเนียม = ทองคำใหม่แห่งโลกรีไซเคิล : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่สินทรัพย์ระดับโลก — Aluminum Scrap 2026”: SO OK TRADING: 30 MAY 2026
เศษอลูมิเนียม: จากของเก่า สู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน SO OK TRADING | 30 พฤษภาคม 2026 เศษอลูมิเนียมที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียง “ของเหลือใช้” วันนี้กลับกลายเป็น วัตถุดิบพรีเมียมที่ทั่วโลกแย่งชิง ราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี และถูกยกให้เป็น “ทองคำใหม่” ของอุตสาหกรรมรีไซเคิลและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุคที่โลกกำลังเดินหน้าสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดคาร์บอน (Decarbonization) เศษอลูมิเนียมจึงไม่ใช่แค่เศษโลหะอีกต่อไป แต่คือ สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 95% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาในรถยนต์ไฟฟ้า ตลาดโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว — จากมูลค่า 56.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 สู่ 91.49 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่า 39% และประเทศไทยเองก็อยู่ในจุดที่น่าจับตามอง
30 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy