แชร์

สงครามดันโลหะพุ่ง! อลูมิเนียม 2026 – โลหะยุทธศาสตร์แพงทะลุเพดาน เมื่อพลังงานขาดแคลน ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และโลกเข้าสู่ปีแห่งการแย่งชิงวัตถุดิบ : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 9 มี.ค. 2026
3236 ผู้เข้าชม

อลูมิเนียม 2026 – โลหะร้อนแรง ต้นทุนแพง ของหายาก ผลกระทบจาก วิกฤติพลังงานจากสถานการณ์สงคราม และ การปิดช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง

ปีนี้ตลาดโลหะโลกกำลังเผชิญกับ “วิกฤตอุปทานตึงตัว” ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยมีสงครามในตะวันออกกลางเป็นตัวเร่งสำคัญ ทำให้ราคาพุ่งทะยานและสร้างแรงกดดันต่อทุกอุตสาหกรรมที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบหลัก

 
สรุปสถานการณ์ราคาอลูมิเนียม รายไตรมาส และ คาดการณ์ราคา อลูมิเนียมในอนาคต

ปี 2025 : ราคาอลูมิเนียมค่อนข้างเสถียร โดยทั้งปี ราคาอลูมิเนียม ใน LONDON METAL EXCHANGE อยู่ที่ระดับ 2,750 USD/MT โดยเฉลี่ย โดยราคาอลูมิเนียมพึ่งเริ่มขยับขึ้นสูงเข้าใกล้ระดับ 3,000 USD/MT ในช่วงไตรมาส 4


ไตรมาส 1 (มกราคม – มีนาคม 2026)

ราคาพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญจาก 3,150 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมกราคม ขึ้นไปแตะ 3,450 – 3,683 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

โรงหลอม Qatalum (กาตาร์) และ Alba (บาห์เรน) ต้องหยุดผลิตชั่วคราวเพราะปัญหาพลังงานและสงคราม
จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังการผลิตใกล้แตะเพดานที่ 45 ล้านตัน/ปี ไม่สามารถขยายได้มากกว่านี้
ปริมาณคงคลัง LME ลดลงเหลือเพียง 375,525 ตัน ต่ำที่สุดตั้งแต่กันยายน 2025 สะท้อนภาวะตลาดที่ตึงตัวและแรงซื้อเร่งด่วน
 

⚡ ไตรมาส 2 (เมษายน – มิถุนายน 2026)

ตลาดยังคงตึงตัวอย่างหนัก ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านใหม่ที่ 4,000 ดอลลาร์/ตัน หากความขัดแย้งยืดเยื้อ

ความต้องการจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียนยังแข็งแกร่ง
ค่า Physical Premium ในยุโรปและอเมริกาเหนือพุ่งสูงขึ้น เพราะผู้ซื้อกังวลเรื่องการส่งมอบสินค้า
การหยุดผลิตในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดโลกขาดอุปทานเชิงโครงสร้าง
 

ไตรมาส 3 (กรกฎาคม – กันยายน 2026)

ราคามีแนวโน้มเริ่ม ปรับฐานลงมาอยู่ที่ 2,800 – 3,000 ดอลลาร์/ตัน หากสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลาย หรือหากอินโดนีเซียเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเสริมตลาด

การเร่งเติมสต็อกในญี่ปุ่นและเอเชียอาจสิ้นสุดลง ทำให้แรงซื้อชะลอตัว
แต่หากสงครามยังยืดเยื้อ ราคายังมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย
 

ไตรมาส 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2026)

ราคามีโอกาสทรงตัวในกรอบ 2,900 – 3,150 ดอลลาร์/ตัน ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2025 ราว 10–20%

ตลาดโลกคาดว่าจะขาดดุลอะลูมิเนียมประมาณ 1.5 – 2 ล้านตัน ตลอดทั้งปี
ภาษีคาร์บอน (CBAM) ของยุโรปทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตที่ไม่ใช่ “Green Metal”
 

Mid-west Japan Premium (MJP) – พรีเมียมที่แรงไม่แพ้ราคา

Q1: ปิดดีลที่ 195 ดอลลาร์/ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 127% จาก Q4/2025
Q2: ผู้ผลิตเสนอราคาในช่วง 220 – 250 ดอลลาร์/ตัน
ครึ่งปีหลัง: คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 85 – 200 ดอลลาร์/ตัน หากอุปทานใหม่จากอินโดนีเซียเข้ามาเติม
ค่าเฉลี่ยทั้งปีคาดอยู่ที่ 180 – 230 ดอลลาร์/ตัน สูงสุดในรอบหลายปี
 
ผลกระทบจากสงคราม – โลหะกลายเป็นอาวุธเศรษฐกิจ

สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้เพียงทำให้เส้นทางขนส่งเสี่ยงถูกปิด แต่ยังทำให้โลหะอย่างอะลูมิเนียมกลายเป็น “อาวุธเศรษฐกิจ” ที่ทุกประเทศต้องแย่งชิง

ผู้ผลิตในตะวันออกกลางหยุดผลิต → อุปทานหายไปทันที
จีนไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ → ตลาดโลกขาดแคลนเชิงโครงสร้าง
เส้นทางขนส่งเสี่ยงถูกปิด → ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งสูง
ยุโรปและสหรัฐฯ เร่งตุนสินค้า → เอเชียต้องแข่งขันด้วยราคาพรีเมียมที่สูงขึ้น
 
แนวทางการจัดการวัตถุดิบอลูมิเนียมในช่วงตลาดผันผวน และ ราคาสูง

บริหารสต็อกให้แม่นยำ – ซื้อช่วงราคาย่อตัวเพื่อกันความเสี่ยง
เสริมสภาพคล่อง – รับมือกับต้นทุนที่สูงและผันผวน
จับตา Green Metal – ภาษี CBAM และความต้องการ EV จะดันราคาอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำให้สูงกว่าตลาดทั่วไป
เฝ้าระวัง Logistics – เส้นทางเดินเรือโลกยังมีความเสี่ยง
 

✨ สรุปทิศทางอลุมิเนียมปี 2026 หลังจากเกิดสงคราม USA - IRAN ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปี 2026 คือปีที่อะลูมิเนียมกลายเป็น “โลหะร้อนแรง ต้นทุนแพง ของหายาก” ผู้ประกอบการที่มีสายตาเฉียบคมและบริหารสต็อกได้ดี จะเป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดโลหะโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง
สงครามเดือด เขย่าโลก 100 วันแห่งการปะทะ — Middle East Crisis 2026: เมื่อภูมิรัฐศาสตร์สั่นคลอนเศรษฐกิจและวัตถุดิบโลก: SO OK TRADING 8 JUNE 2026
วิกฤตตะวันออกกลาง 8 มิถุนายน 2026: เมื่อสงครามเขย่าเศรษฐกิจโลกและวัตถุดิบสำคัญ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ขณะที่สหรัฐฯ เข้าปะทะในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งแรง ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน และห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญสั่นสะเทือนอย่างหนัก
8 มิ.ย. 2026
จากเจรจาสู่แรงสั่นสะเทือน: เกมกดดันสหรัฐฯ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจโลก ผ่านพลังงาน เงินทุน และทองคำ
สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ณ ปลายกุมภาพันธ์ 2569 กำลังเขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ทั้งด้านการเมือง การทหาร และตลาดการเงิน SO OK TRADING สรุปภาพรวมแบบเข้าใจง่าย พร้อมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
28 ก.พ. 2026
เกร็ดความรู้ ตะกั่วแท่ง by SO OK
ตะกั่วแท่ง (Lead Ingot) หลักๆ ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำ ตะกั่วบัดกรี สำหรับงานเชื่อมโลหะต่างๆ เช่น สแตนเลส ทองเหลือง ทองแดง เพื่อให้รอยต่อแข็งแรง เงางาม, และยังใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ หรือเป็นวัตถุดิบในการหลอมเป็นผลิตภัณฑ์ตะกั่วรูปแบบต่างๆ ด้วย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายตั้งแต่ถ่วงน้ำหนัก, แบตเตอรี่ (โดยเฉพาะแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด) ไปจนถึงงานฉนวนกันรังสี. การใช้งานหลักๆ ของตะกั่วแท่ง: เป็นวัตถุดิบทำตะกั่วบัดกรี (Solder): ผสมกับดีบุก (Tin) เพื่อหลอมใช้บัดกรี เชื่อมต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์, ท่อ, หรือโลหะต่างๆ ให้ติดกันอย่างแน่นหนา. อุตสาหกรรมแบตเตอรี่: ใช้ทำแผ่นขั้วบวกและขั้วลบของแบตเตอรี่รถยนต์และแบตเตอรี่สำรอง. ถ่วงน้ำหนัก: ใช้ทำน้ำหนักถ่วงเรือ, อุปกรณ์ดำน้ำ, หรือล้อรถยนต์. การป้องกันรังสี (Radiation Shielding): เนื่องจากตะกั่วมีความหนาแน่นสูง จึงใช้ทำเป็นฉนวนป้องกันรังสีเอกซ์ (X-ray) ในโรงพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ. อุตสาหกรรมอื่นๆ: ใช้ทำกระสุนปืน, ลูกดอก, ลูกโซ่ (ลูกตุ้ม), อุปกรณ์ประมง (ตะกั่วถ่วงเบ็ด), หรือนำไปผสมทำโลหะผสม (Alloys) อื่นๆ. ตะกั่วแท่งจึงเป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่สำคัญในหลายอุตสาหกรรมที่ต้องการคุณสมบัติของตะกั่ว เช่น ความหนาแน่น, การนำไฟฟ้า, การหลอมง่าย, และความสามารถในการป้องกันรังสี.
8 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy