สงครามดันโลหะพุ่ง! อลูมิเนียม 2026 – โลหะยุทธศาสตร์แพงทะลุเพดาน เมื่อพลังงานขาดแคลน ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และโลกเข้าสู่ปีแห่งการแย่งชิงวัตถุดิบ : บทความโดย SO OK TRADING

อลูมิเนียม 2026 – โลหะร้อนแรง ต้นทุนแพง ของหายาก ผลกระทบจาก วิกฤติพลังงานจากสถานการณ์สงคราม และ การปิดช่องแคบฮอร์มุซในตะวันออกกลาง
ปีนี้ตลาดโลหะโลกกำลังเผชิญกับ “วิกฤตอุปทานตึงตัว” ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยมีสงครามในตะวันออกกลางเป็นตัวเร่งสำคัญ ทำให้ราคาพุ่งทะยานและสร้างแรงกดดันต่อทุกอุตสาหกรรมที่ใช้อะลูมิเนียมเป็นวัตถุดิบหลัก
สรุปสถานการณ์ราคาอลูมิเนียม รายไตรมาส และ คาดการณ์ราคา อลูมิเนียมในอนาคต
ปี 2025 : ราคาอลูมิเนียมค่อนข้างเสถียร โดยทั้งปี ราคาอลูมิเนียม ใน LONDON METAL EXCHANGE อยู่ที่ระดับ 2,750 USD/MT โดยเฉลี่ย โดยราคาอลูมิเนียมพึ่งเริ่มขยับขึ้นสูงเข้าใกล้ระดับ 3,000 USD/MT ในช่วงไตรมาส 4
ไตรมาส 1 (มกราคม – มีนาคม 2026)
ราคาพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญจาก 3,150 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมกราคม ขึ้นไปแตะ 3,450 – 3,683 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
โรงหลอม Qatalum (กาตาร์) และ Alba (บาห์เรน) ต้องหยุดผลิตชั่วคราวเพราะปัญหาพลังงานและสงคราม
จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังการผลิตใกล้แตะเพดานที่ 45 ล้านตัน/ปี ไม่สามารถขยายได้มากกว่านี้
ปริมาณคงคลัง LME ลดลงเหลือเพียง 375,525 ตัน ต่ำที่สุดตั้งแต่กันยายน 2025 สะท้อนภาวะตลาดที่ตึงตัวและแรงซื้อเร่งด่วน
⚡ ไตรมาส 2 (เมษายน – มิถุนายน 2026)
ตลาดยังคงตึงตัวอย่างหนัก ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านใหม่ที่ 4,000 ดอลลาร์/ตัน หากความขัดแย้งยืดเยื้อ
ความต้องการจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานหมุนเวียนยังแข็งแกร่ง
ค่า Physical Premium ในยุโรปและอเมริกาเหนือพุ่งสูงขึ้น เพราะผู้ซื้อกังวลเรื่องการส่งมอบสินค้า
การหยุดผลิตในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดโลกขาดอุปทานเชิงโครงสร้าง
ไตรมาส 3 (กรกฎาคม – กันยายน 2026)
ราคามีแนวโน้มเริ่ม ปรับฐานลงมาอยู่ที่ 2,800 – 3,000 ดอลลาร์/ตัน หากสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลาย หรือหากอินโดนีเซียเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเสริมตลาด
การเร่งเติมสต็อกในญี่ปุ่นและเอเชียอาจสิ้นสุดลง ทำให้แรงซื้อชะลอตัว
แต่หากสงครามยังยืดเยื้อ ราคายังมีโอกาสทรงตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย
ไตรมาส 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2026)
ราคามีโอกาสทรงตัวในกรอบ 2,900 – 3,150 ดอลลาร์/ตัน ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2025 ราว 10–20%
ตลาดโลกคาดว่าจะขาดดุลอะลูมิเนียมประมาณ 1.5 – 2 ล้านตัน ตลอดทั้งปี
ภาษีคาร์บอน (CBAM) ของยุโรปทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตที่ไม่ใช่ “Green Metal”
Mid-west Japan Premium (MJP) – พรีเมียมที่แรงไม่แพ้ราคา
Q1: ปิดดีลที่ 195 ดอลลาร์/ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 127% จาก Q4/2025
Q2: ผู้ผลิตเสนอราคาในช่วง 220 – 250 ดอลลาร์/ตัน
ครึ่งปีหลัง: คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 85 – 200 ดอลลาร์/ตัน หากอุปทานใหม่จากอินโดนีเซียเข้ามาเติม
ค่าเฉลี่ยทั้งปีคาดอยู่ที่ 180 – 230 ดอลลาร์/ตัน สูงสุดในรอบหลายปี
ผลกระทบจากสงคราม – โลหะกลายเป็นอาวุธเศรษฐกิจ
สงครามในตะวันออกกลางไม่ได้เพียงทำให้เส้นทางขนส่งเสี่ยงถูกปิด แต่ยังทำให้โลหะอย่างอะลูมิเนียมกลายเป็น “อาวุธเศรษฐกิจ” ที่ทุกประเทศต้องแย่งชิง
ผู้ผลิตในตะวันออกกลางหยุดผลิต → อุปทานหายไปทันที
จีนไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ → ตลาดโลกขาดแคลนเชิงโครงสร้าง
เส้นทางขนส่งเสี่ยงถูกปิด → ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งสูง
ยุโรปและสหรัฐฯ เร่งตุนสินค้า → เอเชียต้องแข่งขันด้วยราคาพรีเมียมที่สูงขึ้น
แนวทางการจัดการวัตถุดิบอลูมิเนียมในช่วงตลาดผันผวน และ ราคาสูง
บริหารสต็อกให้แม่นยำ – ซื้อช่วงราคาย่อตัวเพื่อกันความเสี่ยง
เสริมสภาพคล่อง – รับมือกับต้นทุนที่สูงและผันผวน
จับตา Green Metal – ภาษี CBAM และความต้องการ EV จะดันราคาอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำให้สูงกว่าตลาดทั่วไป
เฝ้าระวัง Logistics – เส้นทางเดินเรือโลกยังมีความเสี่ยง
✨ สรุปทิศทางอลุมิเนียมปี 2026 หลังจากเกิดสงคราม USA - IRAN ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปี 2026 คือปีที่อะลูมิเนียมกลายเป็น “โลหะร้อนแรง ต้นทุนแพง ของหายาก” ผู้ประกอบการที่มีสายตาเฉียบคมและบริหารสต็อกได้ดี จะเป็นผู้ชนะในเกมการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดโลหะโลก


