แชร์

ตลาดโลหะพื้นฐาน กุมภาพันธ์ 2569: เมื่อความผันผวนคือโอกาส : จากความผันผวนสู่โอกาส: วิเคราะห์ตลาดโลหะพื้นฐานกับ SO OK TRADING: อลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี ดีบุก ตะกั่ว

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
511 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะพื้นฐาน กุมภาพันธ์ 2569: โอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

ต้นปี 2569 ตลาดโลหะพื้นฐานทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนที่ชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังกับราคาปัจจุบัน (2–3 กุมภาพันธ์ 2569) พบว่าแนวโน้มโดยรวมอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากแรงกดดันของ ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า และ นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น แต่ภาพรวมยังสะท้อนโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่มองระยะกลาง–ยาว

 ภาพรวมราคาโลหะหลัก (กุมภาพันธ์ 2569)

ทองแดง (Copper):
เคลื่อนไหวในกรอบ 13,000–14,000 ดอลลาร์/ตัน
JP Morgan คาดเฉลี่ยปีนี้ที่ 11,000–12,500 ดอลลาร์/ตัน โดยแรงหนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและ AI แม้จะมีแรงกดดันจากอุปสงค์จีน
อะลูมิเนียม (Aluminum):
เคลื่อนไหวในกรอบ 3,000–3,200 ดอลลาร์/ตัน
Goldman Sachs คาดเฉลี่ย H1/2026 ที่ 3,150 ดอลลาร์/ตัน จากอุปทานจีนที่ตึงตัวและต้นทุนพลังงานสูง
ดีบุก (Tin):
เคลื่อนไหวในกรอบ 36,000–40,000 ดอลลาร์/ตัน
BMI/Fitch Solutions ปรับคาดการณ์ขึ้นเป็น 35,000 ดอลลาร์/ตัน ตลอดปี 2026 จากซัพพลายตึงตัวและความต้องการเซมิคอนดักเตอร์
สังกะสี (Zinc):
เคลื่อนไหวใกล้ 3,400–3,500 ดอลลาร์/ตัน
Traders Union คาดราคาเฉลี่ย Q1/2026 ที่ 3,400–3,600 ดอลลาร์/ตัน แต่ตลาดอาจเผชิญอุปทานส่วนเกินกว่า 270,000 ตัน
ตะกั่ว (Lead):
เคลื่อนไหวในกรอบ 1,950–2,050 ดอลลาร์/ตัน
Trading Economics คาดเฉลี่ย ก.พ. 2026 ราว 1,900–2,000 ดอลลาร์/ตัน โดยอุปทานส่วนเกินจากจีนและยุโรปยังเป็นแรงกดดัน
 
ปัจจัยที่ต้องจับตา

นโยบาย Fed และค่าเงินดอลลาร์ → ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ความต้องการ EV และพลังงานสะอาด → หนุนทองแดงและอะลูมิเนียม
ซัพพลายจากเหมืองในเอเชีย → ดีบุกและสังกะสีอ่อนไหวต่อข่าวการผลิต
ภูมิรัฐศาสตร์ → เพิ่มแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง
 
สรุปเชิงกลยุทธ์ (SO OK TRADING Insight)

Copper & Tin: ยังคงเป็นตัวนำตลาด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองระยะกลาง–ยาว แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร ---> ราคาไม่ทรุด เต็มที่ทรง แล้วขยับขึ้น
Aluminum & Zinc: ราคาทรงตัวในกรอบสูง เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยง (hedging) มากกว่าการเก็งกำไร --> ราคาทรงตัวในเกณฑ์สูง
Lead: เคลื่อนไหวใกล้ 2,000 ดอลลาร์/ตัน เหมาะสำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ต้องการล็อกต้นทุน --> ราคาทรงตัวระดับ 2,000 USD/MT อาจขยับขึ้นได้ถึง 2,050-2,100 USD/MT
 
เกี่ยวกับ SO OK TRADING

SO OK TRADING ยืนหยัดในฐานะผู้ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก ด้วยการวิเคราะห์ที่ครบถ้วนและทันสมัย เราไม่เพียงแค่ติดตามราคา แต่ยังเชื่อมโยงปัจจัยเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มอุตสาหกรรม เพื่อให้ลูกค้าและนักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

“ในโลกที่ผันผวน โลหะพื้นฐานคือเส้นเลือดของเศรษฐกิจโลก — และ SO OK TRADING คือคู่คิดที่ช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสก่อนใคร”


บทความที่เกี่ยวข้อง
SOOK ขอเสนอการข้อมูลการใช้งานสายไฟฟ้า ทองแดง และ อลูมิเนียม รวมทั้งสายไฟรถ EV เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า สายไฟทองแดง (Copper) คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum) คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50% ราคา: ถูกกว่าทองแดง การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา สรุป ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025
ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – โอกาสทองของนักลงทุน : สรุปสถานการณ์ทองคำ และ คาดการณ์แนวโน้ม BY SO OK TRADING
ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – ก้าวต่อไปของนักลงทุนคืออะไร ทองคำเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรก และราคาทองคำไทยก็พุ่งทะยานสู่ระดับ 80,000 บาท ความผันผวนยังสูง แต่แนวโน้มระยะยาวชัดเจนแล้วว่า ทองคำกลับมาเป็น “สินทรัพย์ดาวเด่น” ของปี 2569 ที่ SO OK TRADING เรามองว่านี่ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวของตลาด แต่คือ สัญญาณสำคัญ ทองคำคือ เกราะป้องกันความมั่งคั่ง และเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนไทยในการสร้างความมั่นคงและการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก
4 ก.พ. 2026
REES Rare Earth Element, แร่หายาก คือ อะไรใช้งาน อะไร เกร็ดความรู้ รวมรวมโดย SO OK TRADING
แร่หายาก (Rare Earth Elements: REEs) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิดที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น รถไฟฟ้า กังหันลม สมาร์ทโฟน) แม้ชื่อจะบอกว่า "หายาก" แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ในโลก แต่กระจายตัวไม่เข้มข้นและแยกสกัดยาก ทำให้มีต้นทุนสูง และมักพบรวมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แร่ดีบุก ทังสเตน และพบได้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ครองตลาดใหญ่. แร่หายากคืออะไร? กลุ่มธาตุ 17 ชนิด: ประกอบด้วยธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ (Lanthanides) 15 ธาตุ + สแกนเดียม (Sc) และ อิตเทรียม (Y). ธาตุสำคัญ: ซีเรียม (Ce), นีโอไดเมียม (Nd), ยูโรเปียม (Eu), เทอร์เบียม (Tb). ทำไมถึงสำคัญ? ส่วนประกอบเทคโนโลยี: ใช้ทำแม่เหล็กกำลังสูง (รถยนต์ไฟฟ้า), สารเรืองแสง (LED), ตัวเร่งปฏิกิริยา (ลดมลพิษ), ไฟเบอร์ออปติก, เครื่อง MRI. พบได้ที่ไหน? กระจายทั่วโลก: แต่แหล่งที่พบมากและแปรรูปได้ง่ายมีไม่กี่แห่ง (เช่น จีน, เวียดนาม, บราซิล). ในไทย: พบกระจายทางภาคตะวันตก (เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี) มักปนกับแร่ดีบุกและทังสเตน. ความท้าทายในการทำเหมือง: ต้นทุนสูง และกระบวนการสกัดซับซ้อน ต้องใช้เทคโนโลยีสูง. ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมหากจัดการไม่ดี. ---------------
14 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy