แชร์

ตลาดโลหะพื้นฐาน กุมภาพันธ์ 2569: เมื่อความผันผวนคือโอกาส : จากความผันผวนสู่โอกาส: วิเคราะห์ตลาดโลหะพื้นฐานกับ SO OK TRADING: อลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี ดีบุก ตะกั่ว

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
1357 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะพื้นฐาน กุมภาพันธ์ 2569: โอกาสและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา

ต้นปี 2569 ตลาดโลหะพื้นฐานทั่วโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนที่ชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังกับราคาปัจจุบัน (2–3 กุมภาพันธ์ 2569) พบว่าแนวโน้มโดยรวมอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากแรงกดดันของ ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า และ นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น แต่ภาพรวมยังสะท้อนโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่มองระยะกลาง–ยาว

 ภาพรวมราคาโลหะหลัก (กุมภาพันธ์ 2569)

ทองแดง (Copper):
เคลื่อนไหวในกรอบ 13,000–14,000 ดอลลาร์/ตัน
JP Morgan คาดเฉลี่ยปีนี้ที่ 11,000–12,500 ดอลลาร์/ตัน โดยแรงหนุนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและ AI แม้จะมีแรงกดดันจากอุปสงค์จีน
อะลูมิเนียม (Aluminum):
เคลื่อนไหวในกรอบ 3,000–3,200 ดอลลาร์/ตัน
Goldman Sachs คาดเฉลี่ย H1/2026 ที่ 3,150 ดอลลาร์/ตัน จากอุปทานจีนที่ตึงตัวและต้นทุนพลังงานสูง
ดีบุก (Tin):
เคลื่อนไหวในกรอบ 36,000–40,000 ดอลลาร์/ตัน
BMI/Fitch Solutions ปรับคาดการณ์ขึ้นเป็น 35,000 ดอลลาร์/ตัน ตลอดปี 2026 จากซัพพลายตึงตัวและความต้องการเซมิคอนดักเตอร์
สังกะสี (Zinc):
เคลื่อนไหวใกล้ 3,400–3,500 ดอลลาร์/ตัน
Traders Union คาดราคาเฉลี่ย Q1/2026 ที่ 3,400–3,600 ดอลลาร์/ตัน แต่ตลาดอาจเผชิญอุปทานส่วนเกินกว่า 270,000 ตัน
ตะกั่ว (Lead):
เคลื่อนไหวในกรอบ 1,950–2,050 ดอลลาร์/ตัน
Trading Economics คาดเฉลี่ย ก.พ. 2026 ราว 1,900–2,000 ดอลลาร์/ตัน โดยอุปทานส่วนเกินจากจีนและยุโรปยังเป็นแรงกดดัน
 
ปัจจัยที่ต้องจับตา

นโยบาย Fed และค่าเงินดอลลาร์ → ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ความต้องการ EV และพลังงานสะอาด → หนุนทองแดงและอะลูมิเนียม
ซัพพลายจากเหมืองในเอเชีย → ดีบุกและสังกะสีอ่อนไหวต่อข่าวการผลิต
ภูมิรัฐศาสตร์ → เพิ่มแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง
 
สรุปเชิงกลยุทธ์ (SO OK TRADING Insight)

Copper & Tin: ยังคงเป็นตัวนำตลาด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองระยะกลาง–ยาว แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร ---> ราคาไม่ทรุด เต็มที่ทรง แล้วขยับขึ้น
Aluminum & Zinc: ราคาทรงตัวในกรอบสูง เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยง (hedging) มากกว่าการเก็งกำไร --> ราคาทรงตัวในเกณฑ์สูง
Lead: เคลื่อนไหวใกล้ 2,000 ดอลลาร์/ตัน เหมาะสำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ต้องการล็อกต้นทุน --> ราคาทรงตัวระดับ 2,000 USD/MT อาจขยับขึ้นได้ถึง 2,050-2,100 USD/MT
 
เกี่ยวกับ SO OK TRADING

SO OK TRADING ยืนหยัดในฐานะผู้ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านตลาดโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก ด้วยการวิเคราะห์ที่ครบถ้วนและทันสมัย เราไม่เพียงแค่ติดตามราคา แต่ยังเชื่อมโยงปัจจัยเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มอุตสาหกรรม เพื่อให้ลูกค้าและนักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

“ในโลกที่ผันผวน โลหะพื้นฐานคือเส้นเลือดของเศรษฐกิจโลก — และ SO OK TRADING คือคู่คิดที่ช่วยให้คุณมองเห็นโอกาสก่อนใคร”


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทาง และ แนวโน้มราคาพลวงแท่ง 2021-2030 BY SO OK TRADING
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก. - ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - (ROTTERDAM PRICE) *** เป็นเงินไทยไประมาณ 1.15 - 1.2 MB ซึงปรับตัวลดลงจากช่วงกลางปี 2025 ที่เคยสูงสุดที่ระดับ 48,000 - 52,000 USD/MT อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดการส่งออกของรัฐบาลจีน
5 ม.ค. 2026
ทิศทางการใช้ อลูมิเนียมในอนาคต (ปี2026) , ทิศทางราคาอลูมิเนียม และ สถานะการณ์ Carbon Footprint
ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก. แนวโน้มสำคัญ: การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง. ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า. นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย. การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ. ความท้าทาย: ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน. การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ. โอกาส: ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร. การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล. สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025
“ตะกั่วแท่งรีไซเคิล: จากเศษแบตเตอรี่สู่พลังงานสะอาด เสาหลักแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน และพลังหมุนเวียนเพื่ออนาคต” บทความโดย SO OK TRADING – 14 มีนาคม 2026
♻️ Lead Ingot รีไซเคิล: โลหะหมุนเวียนที่โลกยังต้องพึ่งพา แม้จะถูกมองว่าเป็น “โลหะเก่า” แต่ตะกั่วแท่งจากการรีไซเคิลกำลังกลายเป็นหัวใจของ Circular Economy ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ Data Center และพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก
14 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy