โอกาสสดใส มันสำปะหลังไทย มันเส้น มันอัดเม็ด จากไทย ส่งไกลยัง ตลาดจีน ตะวันออกกลางและตลาดโลก : บทความจาก โซ โอเค เทรดดิ้ง
อัพเดทล่าสุด: 24 ม.ค. 2026
1806 ผู้เข้าชม

สถานการณ์และแนวโน้มตลาดส่งออกมันสำปะหลังไทย ปี 2569
1. ราคามันเส้นและหัวมันสด
มันเส้น ณ โกดัง (อยุธยา): 6.10 – 6.25 บาท/กก.
ราคาส่งออก FOB: 160 – 170 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน
หัวมันสด (เชื้อแป้ง 25%): 2.30 – 2.85 บาท/กก.
แนวโน้ม: ราคามีเสถียรภาพและมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามดีมานด์จากจีนและตะวันออกกลาง
2. ภาพรวมการส่งออกปี 2568–2569
ปี 2568: ไทยส่งออกมันสำปะหลังรวมกว่า 8.25 ล้านตัน (+26.53%)
กลุ่มสินค้าหลัก: มันเส้นและมันอัดเม็ด เติบโตเกิน 95%
ปี 2569: มี MOU และคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วกว่า 2.46 ล้านตัน สร้างความมั่นใจต่อเนื่อง
ตลาดหลัก:
จีน: ใช้ในอาหารสัตว์, แอลกอฮอล์, เคมีภัณฑ์
ตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย): ใช้ในอาหารสัตว์
ตลาดใหม่: ญี่ปุ่น, อเมริกาเหนือ, ยุโรป, จีนตอนใต้, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์
3. ปัจจัยบวกที่หนุนการส่งออก
ดีมานด์สูงในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และพลังงานชีวภาพ (เอทานอล)
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและระบบขนส่ง
นโยบายรัฐ: ผลักดันการกระจายตลาดใหม่และยกระดับมาตรฐานสินค้า
การทดแทนข้าวโพดในจีน: ราคาข้าวโพดสูง ทำให้มันสำปะหลังไทยเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
4. ความท้าทายและความเสี่ยง
ผลผลิตลดลง: จาก Climate Change และโรคใบด่างมันสำปะหลัง
การแข่งขัน: จากเวียดนามและกัมพูชา
ต้นทุนการผลิตสูง: ปุ๋ยและแรงงาน
ค่าเงินบาทผันผวน: อาจกระทบรายได้ผู้ส่งออก
5. แนวโน้มเชิงกลยุทธ์ปี 2569–2570
การกระจายตลาด: ลดการพึ่งพาจีน (80–90%) โดยขยายไปยังซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และ EU
การยกระดับสินค้า:
Functional Starch: สำหรับยา, เครื่องสำอาง, อาหารสุขภาพ
Bioplastic: พลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การผลิตเชิงเทคโนโลยี: ใช้เกษตรแม่นยำและพันธุ์มันต้านโรคเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่
การลงทุนต่อเนื่อง: เอทานอล, อาหารสัตว์, เคมีภัณฑ์, กาว, กระดาษ
6. บทสรุปสำหรับ SO OK TRADING
มันสำปะหลังไทยกำลังถูกยกระดับเป็น “สินค้าเกษตรดาวเด่น” และมีศักยภาพก้าวสู่ “พืชยุทธศาสตร์เกรดพรีเมียม”
SO OK TRADING สามารถใช้โอกาสนี้ในการ:
เจาะตลาดจีนและตะวันออกกลาง ที่มีความต้องการสูง
สร้างแบรนด์ด้านคุณภาพและความยั่งยืน เพื่อสร้างความแตกต่าง
ต่อยอดสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าสูง เช่น Functional Starch และ Bioplastic
วางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์: จาก “ผู้ส่งออกมันสำปะหลัง” → “ผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมโลก”
“อนาคตมันสำปะหลังไทยคือ ขาขึ้นในเชิงความต้องการ แต่ท้าทายในเชิงการผลิต หากไทยสามารถแก้ปัญหาโรคใบด่างและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ มันสำปะหลังจะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยอย่างยั่งยืน”
1. ราคามันเส้นและหัวมันสด
มันเส้น ณ โกดัง (อยุธยา): 6.10 – 6.25 บาท/กก.
ราคาส่งออก FOB: 160 – 170 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน
หัวมันสด (เชื้อแป้ง 25%): 2.30 – 2.85 บาท/กก.
แนวโน้ม: ราคามีเสถียรภาพและมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามดีมานด์จากจีนและตะวันออกกลาง
2. ภาพรวมการส่งออกปี 2568–2569
ปี 2568: ไทยส่งออกมันสำปะหลังรวมกว่า 8.25 ล้านตัน (+26.53%)
กลุ่มสินค้าหลัก: มันเส้นและมันอัดเม็ด เติบโตเกิน 95%
ปี 2569: มี MOU และคำสั่งซื้อล่วงหน้าแล้วกว่า 2.46 ล้านตัน สร้างความมั่นใจต่อเนื่อง
ตลาดหลัก:
จีน: ใช้ในอาหารสัตว์, แอลกอฮอล์, เคมีภัณฑ์
ตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย): ใช้ในอาหารสัตว์
ตลาดใหม่: ญี่ปุ่น, อเมริกาเหนือ, ยุโรป, จีนตอนใต้, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์
3. ปัจจัยบวกที่หนุนการส่งออก
ดีมานด์สูงในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และพลังงานชีวภาพ (เอทานอล)
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและระบบขนส่ง
นโยบายรัฐ: ผลักดันการกระจายตลาดใหม่และยกระดับมาตรฐานสินค้า
การทดแทนข้าวโพดในจีน: ราคาข้าวโพดสูง ทำให้มันสำปะหลังไทยเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
4. ความท้าทายและความเสี่ยง
ผลผลิตลดลง: จาก Climate Change และโรคใบด่างมันสำปะหลัง
การแข่งขัน: จากเวียดนามและกัมพูชา
ต้นทุนการผลิตสูง: ปุ๋ยและแรงงาน
ค่าเงินบาทผันผวน: อาจกระทบรายได้ผู้ส่งออก
5. แนวโน้มเชิงกลยุทธ์ปี 2569–2570
การกระจายตลาด: ลดการพึ่งพาจีน (80–90%) โดยขยายไปยังซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และ EU
การยกระดับสินค้า:
Functional Starch: สำหรับยา, เครื่องสำอาง, อาหารสุขภาพ
Bioplastic: พลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การผลิตเชิงเทคโนโลยี: ใช้เกษตรแม่นยำและพันธุ์มันต้านโรคเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่
การลงทุนต่อเนื่อง: เอทานอล, อาหารสัตว์, เคมีภัณฑ์, กาว, กระดาษ
6. บทสรุปสำหรับ SO OK TRADING
มันสำปะหลังไทยกำลังถูกยกระดับเป็น “สินค้าเกษตรดาวเด่น” และมีศักยภาพก้าวสู่ “พืชยุทธศาสตร์เกรดพรีเมียม”
SO OK TRADING สามารถใช้โอกาสนี้ในการ:
เจาะตลาดจีนและตะวันออกกลาง ที่มีความต้องการสูง
สร้างแบรนด์ด้านคุณภาพและความยั่งยืน เพื่อสร้างความแตกต่าง
ต่อยอดสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าสูง เช่น Functional Starch และ Bioplastic
วางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์: จาก “ผู้ส่งออกมันสำปะหลัง” → “ผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมโลก”
“อนาคตมันสำปะหลังไทยคือ ขาขึ้นในเชิงความต้องการ แต่ท้าทายในเชิงการผลิต หากไทยสามารถแก้ปัญหาโรคใบด่างและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ มันสำปะหลังจะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรไทยอย่างยั่งยืน”
บทความที่เกี่ยวข้อง
“ช่องแคบฮอร์มุซเดือด – โลจิสติกส์โลกสะเทือน, ค่าขนส่งแพงระเบิด”
SUPPLY & DEMAND SHOCK จากตะวันออกกลาง | 13 มีนาคม 2569
บทความโดย SO OK TRADING
เมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเรือพาณิชย์ เส้นทางขนส่งน้ำมันโลกกว่า 30% หยุดชะงักทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล และค่าระวางเรือพุ่งขึ้น 2-3 เท่าในเวลาไม่กี่วัน
ค่าระวางคอนเทนเนอร์ 40 ฟุตทะยานจาก 3,500 ➜ 10,000+ USD
ค่าธรรมเนียมฉุกเฉิน, War Risk, Bunker Surcharge เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ไทย-จีน / ไทย-ญี่ปุ่น กระทบหนัก: ตู้ขาดแคลน, ส่งออกล่าช้า
โลกกำลังเข้าสู่ยุค “Global Supply Chain Reset” ที่ต้นทุนสูงและผันผวนคือความปกติใหม่
อ่านบทความฉบับเต็ม พร้อมบทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทยและภูมิภาคต่างๆ ได้ที่:
13 มี.ค. 2026
มันอัดเม็ดหรือที่เรียกว่า มันเม็ดผลิตโดยการอัดมันเส้นโดยเครื่องอัดภายใต้สภาวะความร้อนและความดัน หลังจากอัดแล้วจะมีลักษณะเป็นท่อนยาว ประมาณ 2-3 ซม. เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 1 ซม. ความชื้นประมาณร้อยละ 14 ซึ่งจะส่งออกไปต่างประเทศเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์ เนื่องจาก มันเม็ดจะมีีปริมาณแป้งสูง (มากกว่า
ร้อยละ 65) จึงใช้้เป็นแหล่งอาหารให้พลังงานของสัตว์
เนื่องจากมันเม็ดมีส่งได้ตลอดปีและราคาไม่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตผลของธัญพืชต่าง ๆ ดังนั้น หลายประเทศจึงนิยมใช้มันเม็ดของไทยในอุตสาหกรรม
อาหารสัตว์ มันเม็ดมีปริมาณการส่งออก ประมาณ 5 ล้านตันต่อปี
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของมันเม็ด คือ สามารถขนส่งได้ง่าย (ไม่มีฝุ่นเหมือนมันเส้น) ขนย้ายได้สะดวกสามารถใช้เครื่องจักร ในการขนส่งได้เช่นเดียวกับเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ
16 ธ.ค. 2025
ทองคำพักฐาน – น้ำมันร่วง โลหะอุตสาหกรรมดีดแรง: เกมสลับขั้วของตลาดโลก ✨
ตลาดโลกกำลังพลิกขั้วครั้งใหญ่!
ทองคำ: ระวังแรงขายระยะสั้น แต่ยังเป็นโอกาสสะสมรอบใหม่สำหรับนักลงทุนที่มองยาว
น้ำมัน: ร่วงแรงหลังข่าวสันติภาพ แนวโน้มขาลงชัดเจน
โลหะอุตสาหกรรม: ฟื้นตัวแรง สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกที่กลับมาเดินหน้าเต็มสูบ
14 มิ.ย. 2026


