แชร์

เศษเหล็กปี 2026: จาก “ขยะรีไซเคิล” สู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ : ดีมานต์ที่ขยายตัวขึ้นจากมาตรการสิ่งแวดล้อม CBAM BY SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 21 ม.ค. 2026
1262 ผู้เข้าชม

เศษเหล็กปี 2026: จาก “ขยะรีไซเคิล” สู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์

SO OK TRADING – ผู้จัดหาวัตถุดิบเศษเหล็กคุณภาพเพื่ออุตสาหกรรมไทยและตลาดโลก

ประเภทเศษเหล็กตามมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย

เศษเหล็กในประเทศไทยปี 2026 ถูกแบ่งชัดเจนตามมาตรฐานกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และพิกัดศุลกากร HS Code 7204:

Heavy Scrap (เศษเหล็กหนา): หนา 6 มม. ขึ้นไป เช่น เหล็กโครงสร้าง คานเหล็ก ราคาสูงสุดในตลาด
Light Scrap (เศษเหล็กบาง): หนาต่ำกว่า 3 มม. เช่น เศษแผ่นเหล็ก กระป๋องเปล่า
Mixed Scrap (เศษเหล็กคละ): ผสมหลายชนิด ขนาดไม่เกิน 80x60 ซม.
Cast Iron Scrap (เศษเหล็กหล่อ): จากชิ้นส่วนหล่อ เช่น เสื้อสูบ ท่อเหล็ก
Borings/Turnings (เศษขี้กลึง): เศษโลหะเล็กจากการผลิตเครื่องจักร
Steel Can Scrap (เศษกระป๋องเหล็ก): แบบอัดก้อนหรือกระป๋องเก่า
Shock Absorber Scrap (เศษโช๊คอัพ): ต้องผ่านการจัดการน้ำมันก่อนหลอม
ราคากลางรับซื้อ (มกราคม 2569)

เหล็กหนาพิเศษ / เหล็กหล่อ: 12.00 - 13.5บาท/กก.
เหล็กหนา: 11.00 -12.00บาท/กก.
เหล็กบาง / เมทัลชีท: 7.00 – 9.50 บาท/กก.
เหล็กโช๊คอัพ: 5.00 – 6.00 บาท/กก.
ข้อกำหนดคุณภาพ: เศษเหล็กต้องสะอาด ปราศจากน้ำมัน สารพิษ และโลหะปนเปื้อน เพื่อให้โรงหลอมรับซื้อในราคาพรีเมียม

แนวโน้มตลาดปี 2026

EAF (Electric Arc Furnace): โรงงานเหล็กไทยและอาเซียนเร่งเปลี่ยนสู่เตาหลอมไฟฟ้า ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลัก → อุปสงค์เพิ่มสูง
CBAM ของยุโรป: กฎภาษีคาร์บอนบังคับใช้เต็มรูปแบบ → เศษเหล็กกลายเป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์
การแข่งขันกับจีน: แม้เหล็กราคาถูกจากจีนยังคงกดดันตลาด แต่มาตรการ Anti-Dumping และระบบใบอนุญาตส่งออกใหม่ช่วยรักษาสมดุลราคา
กลุ่มผู้ใช้งานหลักในไทย

โรงหลอมรายใหญ่ (EAF Mills): MILL, TSTH, SYS, BISW, GSTEEL, GJS ใช้เศษเหล็กมหาศาลในการผลิตเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย และเหล็กรูปพรรณ
ผู้ใช้ปลายน้ำ: ภาคก่อสร้าง (คิดเป็น 64% ของการใช้เหล็กในประเทศ) และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งเศษจากการผลิตกลับเข้าสู่โรงหลอม
ภาพรวมอุปสงค์และอุปทาน

Global Demand 2026: คาดแตะ 748 ล้านเมตริกตัน เติบโตเฉลี่ย 4-5% ต่อปี
Thailand Demand 2026: อยู่ที่ 16.5 – 17.0 ล้านตัน จาก Mega Projects เช่น รถไฟความเร็วสูงและ EEC
Global Supply 2026: อยู่ที่ 740 – 750 ล้านเมตริกตัน → อุปทานตึงตัว
Thailand Supply: มาจาก Prompt Scrap (โรงงาน), Obsolete Scrap (รื้อถอน/ซากรถยนต์), และการนำเข้า (ซึ่งเริ่มยากขึ้นและแพงขึ้น)
โอกาสเชิงธุรกิจ

เศษเหล็กหนาและสะอาด = ราคาพรีเมียม
ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ Structurally Undersupplied → ผู้จัดหาที่มีระบบคัดแยกและบริหารจัดการมีความได้เปรียบสูง
จาก “ขยะรีไซเคิล” → สู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์” ที่ทุกโรงหลอมต้องการ
 

✨ SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรจัดหาวัตถุดิบเศษเหล็กคุณภาพสูงให้กับโรงหลอมและอุตสาหกรรมไทย ด้วยมาตรฐานสากลและการคัดแยกที่เข้มงวด เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2026 และอนาคต


บทความที่เกี่ยวข้อง
2 มีนาคม 2026 : สงครามสะเทือนตลาดโลก — ค่าเงินผันผวน น้ำมันพุ่ง หุ้นร่วง โลหะปรับแรง ทองคำทะยาน สรุปครบทุกมิติในที่เดียว : บทความโดย SO OK TRADING
สรุปสถานการณ์ตลาดโลก 2 มีนาคม 2569 สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จุดชนวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด “Risk-off” อย่างรุนแรง — ค่าเงินผันผวน หุ้นร่วง น้ำมันพุ่ง และทองคำทะยาน บทความนี้สรุปครบทุกมิติ: ค่าเงินโลกและเงินบาท ตลาดหุ้นจากสหรัฐฯ ถึงเอเชีย ราคาน้ำมันที่พุ่งแรง ทองคำและพันธบัตรในฐานะ Safe-haven โลหะพื้นฐานและแร่หายาก แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโลกในไตรมาส 2 ในภาวะที่ “วิกฤตคือโอกาส” SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรการค้าระดับโลก ส่งออกผลไม้พรีเมียม ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด เพื่อให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ
2 มี.ค. 2026
เหล็กเดือดทั่วโลก! เดือนเมษายน 2569 จุดเปลี่ยนใหญ่ – ต้นทุนพุ่ง เศษเหล็กขึ้น Green Steel ดาวรุ่ง และไทยเจอต้นทุน 4 เด้ง :11 เมษา 2569: บทความโดย SO OK TRADING
ตลาดเหล็กโลกเดือนเมษายน 2569 11 เมษายน 2569 | BY SO OK TRADING เดือนเมษายนนี้ ตลาดเหล็กทั่วโลกกำลัง “เดือด” ไม่แพ้อุณหภูมิจริง เพราะทุกภูมิภาคต่างเผชิญแรงกระแทกจากต้นทุนพลังงาน ภาษีนำเข้า และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ราคาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เหล็ก “วิ่งคนละทิศ” อย่างเห็นได้ชัด ฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐฯ และยุโรป ราคาพุ่งแรงจากภาษีนำเข้าและต้นทุนพลังงานที่สูงลิ่ว ขณะที่ฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอาเซียน ยังอยู่ในช่วงผันผวนและซบเซา ส่วนเศษเหล็กกลับกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ของยุค Green Steel ที่ทั่วโลกแย่งซื้อกันอย่างคึกคัก สำหรับประเทศไทย ผู้ผลิตเหล็กต้องรับแรงกดดันจาก “ต้นทุน 4 เด้ง” ทั้งพลังงาน ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และต้นทุนเศษเหล็กนำเข้า ส่งผลให้ราคาสินค้าเหล็กทุกประเภทปรับขึ้นทันที 10–15% และอาจมีรอบปรับขึ้นอีกในเดือนพฤษภาคม หากสถานการณ์พลังงานยังไม่คลี่คลาย บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกภาพรวมตลาดเหล็กโลกและไทยในเดือนเมษายน พร้อมแนวโน้มไตรมาส 2/2026 ที่คาดว่าจะเป็นช่วง “ผันผวนที่สุดของปี” เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง
11 เม.ย. 2026
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ความต้องการเหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจีนแม้ยังชะลอตัว แต่การลดลงเริ่มเบาลง ด้านราคาเหล็กมีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) แม้ยังมีแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินของจีนและมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่มั่นคงมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ความต้องการเหล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาคก่อสร้างและยานยนต์ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีนที่ครองตลาดสูงถึง 50% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวางและระบบโลจิสติกส์ราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคา พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวน ดูแลเอกสารและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนที่มองหาเหล็กเฉพาะทาง SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก
15 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy