แชร์

ทุเรียนไทย (หมอนทอง) เกรด AAA ส่งขายยังประเทศจีน และ ประเทศต่างๆ

อัพเดทล่าสุด: 9 ม.ค. 2026
4921 ผู้เข้าชม

ทุเรียนหมอนทอง

ทุเรียนหมอนทองเป็นพันธุ์ทุเรียนยอดนิยมของไทย มีเนื้อสีเหลืองอ่อนละเอียด หนา แห้ง เนื้อเยอะ รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมอ่อนๆ มีเอกลักษณ์เด่นคือเปลือกบาง พูใหญ่ชัดเจน โดยเฉพาะ "พูเอก" และมีหนามเล็กๆ "เขี้ยวงู" แซมระหว่างหนามใหญ่ กิ่งก้านใหญ่ ตั้งฉากกับลำต้น ทนทาน ปลูกง่าย ให้ผลดก และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ. 

ลักษณะเด่น:
ผล: ขนาดกลางถึงใหญ่ รูปร่างค่อนข้างยาว ปลายแหลม.
เนื้อ: สีเหลืองอ่อนละเอียด หนา แน่น ไม่แฉะ เส้นใยน้อย.
รสชาติ: หวานมันพอดี กลมกล่อม กลิ่นหอม.
เปลือก: บาง แยกเป็นพูชัดเจน
.หนาม: ฐานหนามเป็นเหลี่ยม มีหนามเล็กแซม (เขี้ยวงู).
 
 
ถิ่นกำเนิด:
เพาะจากเมล็ดกำปั่นเหลือง เกิดที่ตำบลบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรี. ---> ทุเรียนหมอนทองที่ SO OK จัดจำหน่ายเป็นสายพันธ์นี้
ได้รับความนิยมและปลูกแพร่หลายในจันทบุรี ระยอง และภาคอื่นๆ.  ---> SO OK TRADING ส่งจากสวนจากจังหวัดจันทบุรี
 
 ทำไมทุเรียนพันธ์หมอนทอง
คุณภาพดี: เนื้อหนา รสชาติอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค เนื้อหอมสวย เนื้อแน่น หวานละมุน หอม และ กลิ่นไม่แรง * (รายละเอียดตามรูป)
เนื้อทุเรียนหมอนทองคงสภาพได้นานหลังเก็บเกี่ยว. 
 
 -----

ทุเรียน หมอนทองไทย กับ ความต้องการที่สูงมากยังตลาดจีน ---> โซโอเคเทรดดิ้ง

ทุเรียนหมอนทองเป็นที่นิยมมากในจีน (金枕榴莲 - จินเจิ่นหลิวเหลียน) ถูกส่งออกเป็นหลักและทำราคาสูงในตลาดจีน ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าทุเรียนเวียดนามมาเสริมแต่คุณภาพของทุเรียนเวียดนามและรสชาติยังไม่ได้ถึงมาตรฐานทุเรียนไทย โดยทุเรียนหมอนทองไทยยังคงเป็นที่ต้องการสูง โดยมีราคาขายปลีกในจีนพุ่งสูงถึงเกือบ 600 บาท/กก. ในช่วงพีค และมีการซื้อขายตามตลาดใหญ่อย่างกวางโจวที่ราคาผันผวนตามคุณภาพและปริมาณ. 
ความนิยมในตลาดจีน


ทุเรียนหมอนทองเป็นพันธุ์ยอดนิยมสูงสุดในตลาดจีน เนื้อสวย เหลืองนวล นุ่มฟู และเป็นที่รู้จักดี. 
ตลาดใหญ่: จีนเป็นผู้นำเข้าและบริโภคทุเรียนมากที่สุดในโลก. 

การเปลี่ยนแปลงของตลาด (ข้อมูล ณ ม.ค. 2026)
ราคา fluctuates: ราคาในจีนผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณนำเข้า โดยเคยสูงมากจนขาดตลาด แต่ก็มีการแข่งขันจากทุเรียนเวียดนาม.
ตลาดหลัก: ตลาดกวางโจวมีการซื้อขายทุเรียนไทยเกรดสวยในราคาที่สูงขึ้น. 

ราคาขายปลีกในจีน (ตัวอย่าง)
ซูเปอร์มาร์เก็ตในเซินเจิ้นเคยขายหมอนทองไทยกิโลกรัมละเกือบ 600 บาท (60 หยวน/ครึ่งกิโลกรัม).
ราคาในตลาดจีนมีการแบ่งเกรด เช่น คุณภาพสูง ราคา 650-750 หยวน/หน่วย (ข้อมูล พ.ค. 2025). 

ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อภาษาจีน: หมอนทอง (金枕榴莲 - จินเจิ่นหลิวเหลียน).
ผู้ส่งออก: ต้องลงทะเบียนและขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate). 

โดยสรุป ทุเรียนหมอนทองไทยยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดจีน และมีการซื้อขายในราคาสูง แต่ผู้ส่งออกต้องปรับตัวตามสถานการณ์ตลาดและการแข่งขันจากประเทศอื่น ***

-----

โซโอเคเทรดดิ้งเรามีความสามารถในการจัดหาทุเรียนเกรด AAA จากจังหวัดจันทบุรีเพื่อจัดจำหน่าย ไปยังตลาดจีน โดยทุเรียนที่เราส่งออกจะเป็นสายพันธ์หมอนทอง ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่นิยมในตลาดจีน โดยทางเราจะส่งจากสวนในไทยที่คุณภาพสูง และ ทำการส่งออกไปยังจีน กวางโจว หรือ เมืองอื่นๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วันจากสวนต้นทาง เพื่อคงความสดใหม่ และ รสชาติของผลผลิต : ทุเรียนของเรารับประกันความอร่อย และ เราส่งออกให้คู่ค้าด้วยราคาพิเศษ (คู่ค้าเราสามารถไปต่อในตลาด และ ค้าขายได้กำไร) YOU WIN : I WIN 

------

หากสนใจ กรุณาติดต่อ

WECHAT : SO OK TRADING : +66955566352

WHATAPP : SO OK TRADING : +66955566352

FACEBOOK : SO OK TRADING 

E-MAIL : SOOKTRADING@OUTLOOK.com

หรือติดต่อพวกเราผ่าน ช่อง Contact Us ในหน้า Web www.sooktrading.com ได้เลยครับ

-----

ขอบคุณมากครับ .....!!!!!


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ศึกสองขั้วเกษตรไทย 2569: ปีทองของทุเรียน VS ปีท้าทายของข้าวไทย — จากสวนถึงโลก เส้นทางใหม่สู่เวทีโลก”: SO OK TRADING:4 JUNE 2026
ตลาดเกษตรไทย 2569 – ดาวรุ่งพุ่งแรง VS ศึกหนักในเวทีโลก บทความโดย SO OK TRADING | 4 มิถุนายน 2569 ปี 2569 คือปีแห่ง “สองขั้วความจริง” ของภาคเกษตรไทย — ด้านหนึ่งผลผลิตเริ่มฟื้นตัวจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
4 มิ.ย. 2026
ข้าวโพดไทย — พลังแห่งอาหารและอุตสาหกรรมโลก By SO OK TRADING
ข้าวโพด: พืชมหัศจรรย์ที่ขับเคลื่อนโลกอาหารและอุตสาหกรรม จากซีเรียลมื้อเช้าไปจนถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ ข้าวโพดคือทรัพยากรสำคัญที่เชื่อมโยงโภชนาการของมนุษย์ การเลี้ยงสัตว์ และนวัตกรรมสีเขียว ปี 2569 ความต้องการยังคงเติบโต โครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนแปลง และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดมากขึ้น SO OK TRADING มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ข้าวโพดคุณภาพสูง มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และปลอดการเผา เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ และพันธมิตรระดับโลก ครอบคลุมตลาดจีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ✨ ข้าวโพดไทย · คุณภาพระดับโลก · อนาคตที่ยั่งยืน
28 ม.ค. 2026
“น้ำตาลไทย 2026: จากไร่อ้อยสู่โลกสีเขียว พลิกโฉมสู่ยุค Bio‑Circular‑Green Economy และพลังแห่งชีวเศรษฐกิจยั่งยืน”: SO OK TRADING: 25 AUG
น้ำตาลไทย 2026: จากผลผลิตพุ่งทะยาน สู่การพลิกโฉมสู่ชีวเศรษฐกิจและพลังงานสีเขียว SO OK TRADING | 24 สิงหาคม 2026 ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำตาลและโมลาสไทย — ปีแห่ง “ผลผลิตเพิ่ม แต่รายได้หดตัว” จากแรงกดดันของราคาตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง แม้สภาพอากาศจากปรากฏการณ์ลานีญาจะช่วยให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายขยายตัวกว่า 6% แต่รายได้รวมของภาคอุตสาหกรรมกลับลดลงราว 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางความผันผวนนี้ โรงงานน้ำตาลไทยได้เร่งปรับตัวเข้าสู่ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio‑Circular‑Green Economy) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกหยดของอ้อย — ตั้งแต่การผลิตน้ำตาลและโมลาส ไปจนถึงการต่อยอดสู่พลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง SO OK TRADING มองเห็นโอกาสใหม่ในตลาดโลก โดยเฉพาะ ภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ที่กำลังผลักดันนโยบาย Food Security และ Green Economy อย่างจริงจัง ทั้งในตลาดน้ำตาลทรายที่มีความต้องการสูง และตลาดโมลาสที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลและอาหารสัตว์ในทะเลทราย ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยยังเดินหน้าสู่ New S‑Curve แห่งอนาคต ด้วยการผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF – Sustainable Aviation Fuel) จากเอทานอลอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของโลก ปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัว แต่คือการ “พลิกโฉม” อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของภูมิภาค — สู่อนาคตที่ยั่งยืน แข็งแกร่ง และเชื่อมโยงโลกอย่างมั่นคง SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE
25 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy