แชร์

“MJP Q4/2026: จากจุดสูงสุดสู่ Bearish Shift — เจาะลึกตลาดอะลูมิเนียมญี่ปุ่น เมื่อ Seller’s Market พลิกสู่ Buyer’s Market”: SO OK TRADING 'S INSIGHT: 30 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
436 ผู้เข้าชม

Deep Dive Analysis : Mid West Japan Premium (MJP) Q4/2026 – การปรับตัวลงแรงและกลยุทธ์สำหรับผู้จัดซื้อ

-----------------
 
บทนำ

ตลาดอะลูมิเนียมญี่ปุ่น (Mid West Japan Premium – MJP) กำลังพลิกเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในไตรมาส 4 ปี 2026 หลังจากราคาพรีเมียมพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบทศวรรษที่ $395/mt ใน Q3/2026 ล่าสุดการเจรจาสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม–ธันวาคมสะท้อนภาพตลาดที่กลับทิศอย่างชัดเจน โดยราคามีแนวโน้มปรับลดลงแรงถึง 29–34% สู่ระดับ $260–$280/mt ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจาก Seller’s Market สู่ Buyer’s Market อย่างเต็มรูปแบบ

-----------------
 
ปัจจัยเชิงลึกที่ขับเคลื่อนตลาด

การฟื้นตัวของซัพพลายในตะวันออกกลาง

โรงถลุงในแถบอ่าวเปอร์เซียที่เคยหยุดชะงักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาผลิตและส่งมอบได้ตามปกติ ทำให้ความกังวลเรื่องสินค้าขาดแคลนในเอเชียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซัพพลายที่ฟื้นตัวนี้เป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคาพรีเมียมในภูมิภาค

ค่าพรีเมียมฝั่งตะวันตกอ่อนตัว

ค่าพรีเมียมในยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มปรับลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาภูมิภาคแคบลง หากผู้ผลิตยังคงราคาสูงในเอเชียจะเสี่ยงต่อการเกิด Arbitrage ทำให้ต้องยอมปรับลดราคาลงเพื่อรักษาสมดุลตลาดโลก

ท่าทีผู้ซื้อญี่ปุ่น

แม้สต็อกในท่าเรือหลักของญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำ (~201,000 ตัน) และมีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้ซื้อกลับมองว่าราคาที่เคยสูงสะท้อนความเสี่ยงเกินจริง จึงใช้โอกาสนี้กดดันให้ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Rio Tinto ยอมลดข้อเสนอจาก $325 → $280/mt และยังคงพยายามต่อรองให้ลงไปแตะระดับ $260–$270/mt

-------------------
 
OUTLOOK: ทิศทางในอนาคต

แนวโน้มราคาพรีเมียม MJP Q4/2026 มีความชัดเจนว่าเป็น ขาลง (Bearish) โดยคาดว่าราคาจะจบในกรอบ $260–$280/mt

โอกาสสูงสุด (55%): ราคาจบที่ $260–$275 หากผู้ซื้อสามารถกดดันต่อรองได้สำเร็จ
โอกาสปานกลาง (35%): ราคาจบที่ $280 ตามข้อเสนอสุดท้ายของ Rio Tinto
โอกาสต่ำมาก (10%): ราคาดีดกลับขึ้นไป $285–$300 หากเกิดปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงานโลกพุ่ง หรือโลจิสติกส์ติดขัดเฉียบพลัน

น้ำหนักตลาดกว่า 90% เทไปทางราคาต่ำกว่า $280 ซึ่งสะท้อนภาพการครอบงำของฝั่งผู้ซื้ออย่างชัดเจน

-------------------
 
วิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Downstream

ยานยนต์ (Automotive)

ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงจะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนสามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม EV (Electric Vehicles) ที่ต้องใช้อลูมิเนียมจำนวนมากในการผลิตตัวถังและโครงสร้างเพื่อลดน้ำหนักรถ การที่ราคาพรีเมียมลดลงจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตญี่ปุ่นและอาเซียนในตลาดโลก

เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความต้องการอลูมิเนียม โดยเฉพาะในส่วนของ heat sinks, casings และ precision components ราคาที่ลดลงจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถขยายกำลังการผลิตโดยไม่ถูกกดดันจากต้นทุนสูงเหมือนใน Q3/2026

ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน

การลดลงของราคาพรีเมียมจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้าง เช่น extrusions, panels และ structural components ถูกลง ซึ่งเป็นผลดีต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในญี่ปุ่นและอาเซียนที่กำลังเร่งตัวในช่วงปลายปี 2026

-----------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ตลาด MJP Q4/2026 กำลังเข้าสู่ภาวะ Buyer's Market อย่างเต็มรูปแบบ ราคาพรีเมียมมีแนวโน้มจบที่ $260–$280/mt ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดใน Q3/2026 กว่า 30%

----------------

กลยุทธ์สำหรับผู้จัดซื้อ:

ชะลอการล็อกสัญญาระยะยาว รอการสรุปราคา Settlement อย่างเป็นทางการ
ใช้กรอบ $260–$280 เป็นฐานต้นทุนล่วงหน้าสำหรับ Q4/2026

----------------

ติดตามสถานการณ์โลจิสติกส์ในตะวันออกกลางและปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น ราคาพลังงานโลก

➡️ ภาพรวม: ตลาดขาลงค่อนข้างเบ็ดเสร็จ ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูงสุดในรอบหลายปี การบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบในช่วงนี้จะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรม downstream ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และงานก่อสร้างในเอเชียช่วงปลายปี 2026

----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

----------------

SO OK TRADING ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

----------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ทองพุ่งแรง! จับตาเป้าหมาย 5,000 USD/ONZ.” “Q1/2569: ทองคำทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่” By SO OK TRADING
ราคาทองคำพุ่งแรง Q1/2569 — โอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้ส่งออกไทย วันที่ 19 มกราคม 2569 ราคาทองคำในประเทศพุ่งขึ้นแรงถึง 500 บาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาทองโลกทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มแตะ 5,000 ดอลลาร์ภายในไตรมาสแรก SO OK TRADING มองว่า ปีนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ — โอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในไทย และ โลก ในการป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงในพอร์ตการลงทุน พร้อมก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ แม้ตลาดจะผันผวน แต่โอกาสยังคงสดใสเสมอ
19 ม.ค. 2026
เกร็ดความรู้ พลวง และ พลวงแท่ง by SO OK
พลวง (Antimony, Sb) คือธาตุกึ่งโลหะสีเทาเงิน มีคุณสมบัติแข็งแต่เปราะ ทนความร้อนและสารเคมีได้ดี นิยมใช้ผสมโลหะอื่น (เช่น ตะกั่ว) เพิ่มความแข็งในแบตเตอรี่, โลหะตัวพิมพ์ และแบริ่ง รวมถึงใช้ทำสารหน่วงไฟ, พลาสติก, สารกึ่งตัวนํา และดอกไม้ไฟ โดยแหล่งแร่พลวงสำคัญพบได้ในหลายจังหวัดของไทย เช่น แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก. เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับพลวง ชื่อ: พลวง หรือ แอนทิโมนี (Antimony) มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Sb มาจากภาษาลาตินว่า Stibium. ลักษณะ: เป็นผลึกแข็งสีขาวคล้ายเงิน มีความเงา แต่เปราะมาก และเป็นตัวนำไฟฟ้าความร้อนที่ไม่ดี. คุณสมบัติเด่น: ผสมกับโลหะอื่น: เมื่อผสมกับโลหะอ่อน เช่น ตะกั่ว จะเพิ่มความแข็งแรงได้อย่างมาก. ทนทาน: ทนความร้อนและปฏิกิริยาเคมีได้ดี. การนำไปใช้ประโยชน์: อุตสาหกรรม: ผสมในโลหะทำแบตเตอรี่ (ตะกั่ว-พลวง), โลหะตัวพิมพ์, ลูกปืน, แบริ่งรถยนต์, บัดกรี, ท่อปลอกสายเคเบิล. สารหน่วงไฟ: ใช้ในพลาสติก, ใยสังเคราะห์, เสื้อผ้าเด็ก, ของเล่น เพื่อชะลอการติดไฟ. อิเล็กทรอนิกส์: ทำสารกึ่งตัวนำ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด (Diode). อื่นๆ: ทำสีทนไฟ, เครื่องสำอาง (หลอดยาสีฟัน), ดอกไม้ไฟ, เชื้อปะทุ. แหล่งที่พบในไทย: พบได้ในหลายจังหวัด เช่น แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, ตาก, ระยอง, สุราษฎร์ธานี. แร่สำคัญ: แร่พลวงซัลไฟด์ (Stibnite) หรือ พลวงเงิน, พลวงออกไซด์.
10 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy