แชร์

Outlook อุตสาหกรรมอาหารทะเลและเครื่องดื่มไทย ปี 2026: SEAFOOD & BEVERAGE THAILAND — มุมมองเศรษฐกิจและบทบาทในเวทีโลก”

อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ค. 2026
2008 ผู้เข้าชม

ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารทะเลและเครื่องดื่มไทย ปี 2026 : บทความโดย SO OK TRADING : 19 JULY 2026 

----------------

อุตสาหกรรมอาหารทะเลและเครื่องดื่มยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ปี 2026 กลับเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มาตรการกีดกันทางการค้า และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น

---------------
 
อุตสาหกรรมอาหารทะเล: จากทะเลสู่การปรับตัวเพื่อความยั่งยืน

การส่งออกอาหารทะเลไทยกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก ตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีนมีอุปสงค์ที่อ่อนแอ ขณะที่นโยบายภาษีนำเข้าก็สร้างแรงกดดันเพิ่มเติม กุ้งไทยที่เคยเป็นสินค้าหลักกลับสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนให้กับเอกวาดอร์และอินเดีย ส่วนทูน่ากระป๋องยังพอมีแรงส่งให้โตเล็กน้อยที่ราว +1.6% YoY


สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น Thai Union ที่หันมาเน้นการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน และการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงจากทูน่า หรือโปรตีนทางเลือกจากพืช ซึ่งสะท้อนว่าอนาคตของอาหารทะเลไทยจะไม่ใช่การแข่งด้านราคาอีกต่อไป แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ที่ตอบโจทย์โลกยุคสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

Outlook: แม้อุตสาหกรรมอาหารทะเลจะไม่เติบโตแรง แต่หากไทยสามารถยืนหยัดในเส้นทางความยั่งยืนและนวัตกรรมได้จริง ก็จะยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดโลกในฐานะผู้ผลิตที่มีมาตรฐานสูงและเชื่อถือได้

---------------------
 
อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม: ตลาดในประเทศยังสดใส

ตรงกันข้ามกับอาหารทะเล เครื่องดื่มไทยกลับมีแนวโน้มสดใสกว่า โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวและกระแสรักสุขภาพ ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาดื่มน้ำผสมวิตามิน น้ำด่าง และน้ำอัดลมสูตรลดน้ำตาลมากขึ้น ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ฟื้นตัวตามภาคบริการและสถานบันเทิง โดยคราฟต์เบียร์และสุราชุมชนเริ่มได้รับความนิยม

แม้การส่งออกไปยัง CLMV จะชะลอตัว แต่ตลาดในประเทศยังโตต่อเนื่อง มูลค่าตลาดทะลุ 56,900 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 1.8% - 2.8% ต่อปี

Outlook: เครื่องดื่มไทยจะยังคงเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพและความสะดวกสบาย หากผู้ผลิตสามารถปรับสูตรให้สอดคล้องกับภาษีความหวานและรับมือกับต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ก็จะสามารถรักษาความได้เปรียบในตลาดได้

-----------------------------
 
บรรจุภัณฑ์โลหะ: จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา

Tinplate (เหล็กเคลือบดีบุก) – บรรจุภัณฑ์อาหารทะเล
บรรจุภัณฑ์อาหารทะเลกระป๋อง เช่น ทูน่าและซาร์ดีน ยังคงใช้ Tinplate/TFS เป็นวัสดุหลัก แต่แนวโน้มการใช้งานกำลังชะลอตัวตามการส่งออกที่ลดลง ผู้ผลิตต้องปรับตัวตามกฎระเบียบสากล เช่น PPWR ของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้กระป๋องต้องปลอดสารอันตราย (BPA-Free) และสามารถรีไซเคิลได้จริง 100%

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพื่อลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ (Lightweighting) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ แต่ความท้าทายใหญ่คือราคาวัตถุดิบโลหะที่ผันผวนสูง ทำให้ผู้ผลิตต้องบริหารความเสี่ยงด้านสต็อกอย่างเข้มงวด

Outlook Tinplate: ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารทะเลจะยังคงอยู่ในภาวะเปราะบางและโตชะลอตัว หากไทยสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมได้ทัน จะยังรักษาตลาดส่งออกได้ แต่การเติบโตจะอยู่ในระดับจำกัดและต้องพึ่งพาการสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการแข่งขันด้านราคา

-----------------------------
 
Aluminum – บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม

บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มกระป๋องมีแนวโน้มสดใสกว่า โดยเฉพาะ อลูมิเนียม ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกแบบ “On-the-Go” และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะสามารถรีไซเคิลได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ตลาดไทยlสำหรับบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมมีขนาดใหญ่กว่า 9,500 ล้านชิ้นต่อปี และกำลังขยายตัวตามความนิยมของคราฟต์เบียร์ น้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล และกาแฟพร้อมดื่ม อีกทั้งเทรนด์ใหม่อย่าง Sleek Cans ที่พิมพ์ลวดลายลงบนกระป๋องโดยตรง กำลังมาแรงและช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกผสม

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือราคาวัตถุดิบอลูมิเนียมที่พุ่งสูงจากข้อจำกัดซัพพลายและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ผู้ผลิตต้องแบกรับต้นทุนมหาศาล

Outlook Aluminum: แม้ต้นทุนสูง แต่อลูมิเนียมจะยังคงเป็นวัสดุหลักที่เติบโตต่อเนื่องในตลาดเครื่องดื่ม เพราะตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและแนวทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว หากผู้ผลิตสามารถบริหารต้นทุนและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ได้ทัน จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน

----------------------------
 
บทสรุป
ปี 2026 เป็นปีที่อุตสาหกรรมอาหารทะเลและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ การส่งออกโดยรวมโตชะลอตัวเพียง 1.3% - 2.0% (มูลค่าราว 36,090 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนโฟกัสจาก การแข่งขันด้านราคา ไปสู่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านสินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าพรีเมียม และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ หากไทยสามารถปรับตัวได้ทัน อุตสาหกรรมอาหารทะเลและเครื่องดื่มจะยังคงเป็นเสาหลักที่แข็งแรงของเศรษฐกิจไทย และพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

----------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING 

--------------------------

ประสบการณ์กว่า 15 ปีในวงการ บรรจุภัณฑ์เหล็ก และ อลูมิเนียม เราคือตัวจริงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย

-------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“วิกฤตทองแดงโลก 2027: ขุมทรัพย์ใหม่–ดีมานด์พุ่ง ซัพพลายตึง หัวใจเศรษฐกิจอนาคต : SO OK TRADING: 14 OCT 2026
Copper Crunch 2027: ขุมทรัพย์ใหม่–วิกฤตซัพพลายโลก ในยุคที่โลกกำลังเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ “ทองแดง” ได้กลายเป็นโลหะยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนทุกนวัตกรรม ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล AI ที่ต้องใช้ทองแดงมหาศาลในการส่งผ่านพลังงานและระบายความร้อน แต่เบื้องหลังความต้องการที่พุ่งทะยาน คือสัญญาณเตือนของ วิกฤตซัพพลายทองแดงระดับโลก (Copper Supply Crunch) ที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เหมืองเก่ากำลังหมดแรง ขณะที่เหมืองใหม่ยังอยู่ในขั้นสำรวจและพัฒนา โลกจึงกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ “ทองแดง” ไม่ใช่แค่โลหะอุตสาหกรรมอีกต่อไป — แต่คือ หัวใจของเศรษฐกิจพลังงานใหม่ (New Energy Economy) SO OK TRADING รวบรวมข้อมูลล่าสุดจากทั่วโลก ทั้งแหล่งค้นพบใหม่ใน DRC, ชิลี, จีน และคาซัคสถาน พร้อมแนวโน้มราคาและกลยุทธ์จัดซื้อทองแดงในยุคที่ดีมานด์พุ่งทะยาน เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมตลาดโลหะเชิงลึก และเตรียมพร้อมรับมือกับ “Copper Crunch 2027” ที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลกไปตลอดทศวรรษนี้
14 ต.ค. 2026
“ทุเรียนไทยส่งออกทะลุล้านตัน! Q4/2026 สู่สมรภูมิ Red Ocean ตลาดจีน”: SO OK TRADING: 19 SEP 2026
ทุเรียนไทย Q4/2026 – จากราชาผลไม้สู่สมรภูมิ Red Ocean ในตลาดจีน SO OK TRADING | 19 กันยายน 2026 ปี 2026 ถือเป็นปีทองของทุเรียนไทยในด้านการส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังคงเป็นปลายทางหลักของ “ราชาผลไม้” จากประเทศไทย เพียง 7 เดือนแรกของปีนี้ ไทยสามารถส่งออกทุเรียนสดไปจีนทะลุ 1,005,267 ตัน มูลค่ากว่า 124,658 ล้านบาท — ตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพและความนิยมของทุเรียนไทยในตลาดโลก แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี (ตุลาคม–ธันวาคม) ซึ่งเป็นช่วง ทุเรียนนอกฤดูกาลและปลายฤดูภาคใต้ ตลาดกลับต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งด้าน ราคา การแข่งขัน และพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จาก “ผลไม้หรูหราเฉพาะกลุ่ม” สู่ “ผลไม้ในชีวิตประจำวัน” ทุเรียนไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของยุค — ยุคที่คุณภาพ ความสะอาด และความเร็วโลจิสติกส์ คือกุญแจสู่การอยู่รอดในสมรภูมิ Red Ocean ที่เต็มไปด้วยคู่แข่งจากทั่วอาเซียน
19 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy