แชร์

“ตลาดอลูมิเนียมโลกหลังสงครามสงบ – จุดเปลี่ยนสู่สมดุลใหม่ของราคาและซัพพลาย”: บทความโดย SO OK TRADING: 20 JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 20 มิ.ย. 2026
165 ผู้เข้าชม

ตลาดอลูมิเนียมโลกหลังสงครามสงบ – เจาะลึกทุกมิติ : วิเคราะห์สถานการณ์ราคา และ การ SUPPLY สินค้า ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2026 โดย SO OK TRADING 

---------------

หลังจากข่าวใหญ่เรื่อง ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่าน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาที่เคยพุ่งทะลุ 3,700 ดอลลาร์/ตัน ร่วงลงทันทีสู่ระดับ 3,400 ดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว ถือเป็น Knee-jerk drop ที่สะท้อนการหายไปของ “Risk Premium” ที่ตลาดเคยบวกเพิ่มจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

---------------
 
⚡ ปัจจัยระยะสั้นที่กดดันราคา ALUMINUM

เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด → ช่องแคบฮอร์มุซปลดล็อกการส่งออกอลูมิเนียมจากกลุ่มอ่าวอาหรับ (คิดเป็น 9% ของซัพพลายโลก)

ราคาพลังงานลดลง → น้ำมันดิบและไฟฟ้าถูกลง ลดต้นทุนการถลุงซึ่งใช้พลังงานสูง - ราคาน้ำมันลดลงจากระดับ 100 USD/ BARREL มาที่ระดับ 75 USD / BARREL ในปัจจุบัน

แรงเทขายทำกำไรจากกองทุน → นักลงทุนรีบปิดสัญญาหลังราคาทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปี - ขายอลูมิเนียมทำกำไรในช่วง 3,800 USD/MT ซึ่งเป็นกรอบราคาสูงสุดในรอบก่อนหน้า

การชดเชยซัพพลายจากจีน → จีนเร่งส่งออกแท่งอลูมิเนียมเติมเต็มตลาด ลดความกังวลขาดแคลน - ALUMINUM SUPPLY ยังไม่ตึงเต็มที่เนื่องจากมี SUPPLY จากจีนเข้ามาช่วย

------------
 
ปัจจัยระยะกลาง–ยาวที่ยังหนุนราคา ALUMINUM

โรงถลุงในตะวันออกกลางเสียหายหนัก → ต้องใช้เวลา 3 เดือน–1 ปีในการฟื้นฟู (ALBA , EGA)

สินค้าคงคลังโลกต่ำสุดในรอบประวัติการณ์ → Invisible & Visible Inventories ถูกดึงใช้จนร่อยหรอ - STOCK ALUMINUM ในคลัง LME ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี

เมกะเทรนด์ยังแรง → EV, AI, พลังงานสะอาด ดึงดีมานด์ต่อเนื่อง (ความต้องการใช้ ALUMINUM ไม่มีตก)

ผู้เล่นรายใหญ่ในซัพพลายเชน เช่น Portland, Tomago, RUSAL เร่งปรับกำลังการผลิตเพื่อกดดันราคาไม่ให้พุ่งสูงเกินไป - เพิ่มกำลังการผลิตเข้ามาเพื่อชดเชย SUPPLY จากตะวันออกกลางที่หายไป)

---------------
 
กรอบราคา ALUMINUM คาดการณ์

สิ้นเดือนมิถุนายน 2026: 3,300 – 3,500 ดอลลาร์/ตัน → ตลาดสร้างฐาน (Consolidation)

กรกฎาคม 2026: 3,200 – 3,450 ดอลลาร์/ตัน → ปรับลงจำกัด แต่มีแรงซื้อคืนจากผู้ผลิตในเอเชีย–ยุโรป

เฉลี่ยปี 2026: 3,000 – 3,400 ดอลลาร์/ตัน → สูงกว่าปี 2025 ที่ 2,635 ดอลลาร์

ปี 2027: คาดทยอยกลับสู่สมดุลเดิมที่ 2,900 – 3,000 ดอลลาร์ เมื่ออินเดียและอินโดนีเซียเพิ่มกำลังการผลิต

----------------
 
คาดการณ์ราคา Premium  (MJP) Q3/2026

ผู้ผลิตเสนอ: 460 – 480 ดอลลาร์/ตัน (Rio Tinto, South32)
ผู้ซื้อกดราคา: 400 – 440 ดอลลาร์/ตัน (ญี่ปุ่น + ASEAN)

คาดสรุปจริง: 355 – 400 ดอลลาร์/ตัน → สูงกว่ารอบก่อน (350 – 353 ดอลลาร์) และทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 11 ปี

-----------------
 
คาดการ์ณ์ราคาขาย Ingot 99.7% Q3/2026 (CIF Asia) 

---> ราคา LME ALUMINUM + MJP PREMIUM + LOCAL SURSURGE + OTHER COST

กรอบราคาต่ำสุด: 3,850 ดอลลาร์/ตัน
กรอบราคาสูงสุด: 4,100 ดอลลาร์/ตัน


คาดการณ์ราคาส่งมอบถึงไทย (CIF Laem Chabang + Local Premium):

ต่ำสุด: 3,850 ดอลลาร์ ≈ 142,000 บาท/ตัน (ไม่รวม VAT)
สูงสุด: 4,100 ดอลลาร์ ≈ 148,000 บาท/ตัน (ไม่รวม VAT)

---> สินค้าส่งมอบได้ เดือนสิงหาคม 2569

------------------
 
กลยุทธ์ผู้ประกอบการ - ผู้ต้องใช้สินค้า ALUMINUM 

ผู้ขาย (Sellers):

ควรสรุปยอดขายล่วงหน้า (Forward Contracts) โดยอิง MJP ที่ 370 – 380 ดอลลาร์/ตัน
หลีกเลี่ยงการล็อกราคา LME แบบคงที่ → ใช้สูตรราคาลอยตัวตามเดือนส่งมอบจริง
ผู้ซื้อ (Buyers):

หาก LME ไหลลงทดสอบ 3,200 – 3,300 ดอลลาร์/ตัน ในปลายมิถุนายน–กรกฎาคม → รีบทำสัญญา Call Options หรือล็อกราคา ระดับ 3,200 – 3,350 ดอลลาร์ คือ “โซนปลอดภัยชวนสะสม (Buying Zone)”

------------------
 
ตลาดอลูมิเนียมโลกกำลัง “ปรับฐานเพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่” ไม่ใช่ Bear Market ถาวร ระดับ 3,200 – 3,350 ดอลลาร์ คือจุดที่ผู้ประกอบการควรจับตาและเข้าซื้อเพื่อปิดความเสี่ยงต้นทุนในไตรมาส 3

------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

----------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Rare Earth Elements: Neodymium & Dysprosium  พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดและอนาคตพลังงานโลก เกร็ดความรู้ BY SOOK TRADING
Rare Earth: Neodymium & Dysprosium แร่หายาก ขับเคลื่อนอนาคตโลก และ แนวโน้มทิศทางการใช้งานในอนาคต แหล่งวัตถุดิบ สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต แร่หายาก: นีโอดีเมียม (Neodymium) และ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตโลก — พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SOOK TRADING ข้อมูลเชิงลึก คุณสมบัติ - นีโอดีเมียม (Nd): โลหะสีเงิน เป็นองค์ประกอบหลักของแม่เหล็กนีโอดีเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB Magnet) ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรที่ทรงพลังที่สุดในโลก ให้พลังแม่เหล็กสูงในขนาดเล็ก เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่กะทัดรัด - ดิสโพรเซียม (Dy): โลหะหายากที่มีจุดหลอมเหลวและเดือดสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนของแม่เหล็กนีโอดีเมียม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในสภาวะอุณหภูมิสูง เช่น มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า และกังหันลมกลางทะเล การใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ (ปี 2026) - ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): แม่เหล็ก NdFeB ทำให้มอเตอร์มีขนาดเล็ก เบา แต่ทรงพลัง ขณะที่ Dy ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน - พลังงานหมุนเวียน: กังหันลม โดยเฉพาะ Offshore ใช้แม่เหล็ก NdFeB หลายร้อยกิโลกรัมต่อเมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ใช้ในข้อต่อและระบบขับเคลื่อนที่ต้องการความแม่นยำสูง สนับสนุนการเติบโตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์: ลำโพงสมาร์ทโฟน หูฟัง ระบบสั่น (Haptic Feedback) เครื่อง MRI และเรดาร์ทางทหาร SOOK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านแร่หายากและโซลูชันพลังงานสะอาด เราพร้อมจัดหาวัสดุคุณภาพสูงและโซลูชันครบวงจรเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมของคุณ
22 ม.ค. 2026
“เจาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569: AI พลังงานสะอาด และการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์” บทความโดย SO OK TRADING
ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI และพลังงานสะอาด พร้อมการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์อย่าง ทอง เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงกดดัน ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง Transition ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้าน R&D เพื่อไม่ให้ตกขบวน ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569 พร้อมชี้โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ตั้งแต่ เทคโนโลยีดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร พลังงานสะอาด ไปจนถึงตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ พลังงานสะอาด พร้อมกับการผงาดขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง การเปลี่ยนผ่าน (Transition) ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อคว้าโอกาสใหม่ใน การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) การผลิตสีเขียว (Green Manufacturing) และตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
17 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy