แชร์

“แนฟทาเดือด! วิกฤตฮอร์มุซสะเทือนโลกพลังงาน – SO OK INSIGHT: บทเรียนซัพพลายเชนโลก 2026”

อัพเดทล่าสุด: 20 เม.ย. 2026
4642 ผู้เข้าชม

วิกฤตตะวันออกกลาง – แนฟทาเดือดสะเทือนโลก : กับช่องแคบฮอร์มุซที่ปิดๆเปิดๆ : 20 APR 2026 : สถานการณ์ผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง : ลุ้นการเจรจารอบ 2 ที่อิสลามาบัดเร็วๆนี้

------------

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ที่ถูกบีบ
การเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เข้าสู่วันที่ 50 และยังไม่มีทีท่าจะยุติลง การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและแนฟทาหยุดชะงักทันที ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ค่าระวางเรือดีดตัวสูง และตลาดการเงินทั่วเอเชียอยู่ในโหมดเฝ้าระวังเต็มที่

แม้จะมีการเปิดช่องแคบชั่วคราว แต่เรือที่ผ่านได้มีเพียง 19–35 ลำ ก่อนจะถูกปิดอีกครั้งพร้อมคำขู่ยิงเรือทุกลำที่เข้าใกล้ บรรยากาศการเดินเรือจึงยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง

------------
 
⛽ แนฟทา: วัตถุดิบต้นน้ำที่ขาดแคลน

แนฟทาเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก เมื่อขาดแคลน โรงงานในไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ต้องลดกำลังผลิตลง 20–30% หรือหยุดเดินเครื่องชั่วคราว หลายบริษัทใหญ่ประกาศ Force Majeure เพราะไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้ตามแผน

ราคาพุ่งแรง: แนฟทาขึ้นกว่า 18% ในสัปดาห์เดียว ขณะที่เม็ดพลาสติกแพงขึ้นถึง 37% ส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ และวัสดุก่อสร้างทั่วภูมิภาค

-----------
 
ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้: เผชิญวิกฤตหนักที่สุด

โรงงานยักษ์ Mitsubishi Chemical และ Yeochun NCC เริ่มหยุดผลิต

สินค้าอุปโภคบริโภคตั้งแต่ถุงพลาสติกไปจนถึงอุปกรณ์การแพทย์เริ่มขาดตลาด

กลุ่มยานยนต์และเซมิคอนดักเตอร์เสี่ยงสะดุดจากการขาดชิ้นส่วน

รัฐบาลทั้งสองประเทศต้องออกมาตรการฉุกเฉิน เช่น ห้ามกักตุนสารปิโตรเคมี และระงับการส่งออกแนฟทา พร้อมจับมือกันหาพลังงานทางเลือก แม้จะมีความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ก็ตาม

 ------------

ไทย: เรือ SCG หลุดมาได้หนึ่งลำ แต่ยังไม่พอ

ข่าวดีคือเรือบรรทุกแนฟทาของ SCG หลุดออกมาได้หนึ่งลำ ช่วยประคองการผลิตต่อไปได้ราว 7–10 วัน และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แต่ในเชิงโครงสร้างยังไม่เพียงพอ เพราะความต้องการมหาศาลและต้นทุนยังสูงลิ่ว

------------
 
❓ ทำไมแนฟทาจากแหล่งอื่นถึงแทนไม่ได้ทันที

แม้โลกจะมีผู้ผลิตแนฟทาหลายแห่ง แต่ปัญหาคือ “ปริมาณไม่พอ” และ “สเปกไม่ตรง”

สหรัฐฯ: ผลิตจาก Shale Gas ได้มาก แต่ระยะทางไกล ใช้เวลาเดินเรือกว่า 30–40 วัน และค่าขนส่งสูงมาก

อินเดีย: มีโรงกลั่นใหญ่ แต่เริ่มกักตุนไว้ใช้เองเพื่อความมั่นคง

รัสเซีย: มีปริมาณมาก แต่ติดปัญหาคว่ำบาตร ทำให้ธุรกรรมการเงินและการหาเรือขนส่งทำได้ยาก

แอฟริกาเหนือ (แอลจีเรีย/ลิเบีย): ส่งออกได้บ้าง แต่ปริมาณน้อย ไม่พอทดแทนความต้องการมหาศาลของเอเชีย
คุณภาพ (Grade): โรงงานในญี่ปุ่นและเกาหลีถูกออกแบบมาใช้ Paraffinic Naphtha จากตะวันออกกลาง ซึ่งให้ผลผลิตเอทิลีนสูง หากเปลี่ยนไปใช้แนฟทาจากแหล่งอื่นที่มีส่วนผสมต่างกัน อาจต้องปรับเครื่องจักรและได้ผลผลิตที่คุ้มทุนน้อยลง

ค่าระวางเรือ: เมื่อทุกประเทศแห่ไปซื้อจากที่ไกลๆ ความต้องการเรือบรรทุกน้ำมันพุ่งสูงจนค่าขนส่งอาจแพงกว่าตัวสินค้าเอง

------------

ตะวันออกกลางคือแหล่งแนฟทาหลักที่โลกยังขาดไม่ได้

แหล่งอื่นมี แต่ไม่สามารถทดแทนได้ทันที ทั้งเรื่องปริมาณ คุณภาพ และต้นทุน
ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ยังต้องเผชิญความเสี่ยงซัพพลายเชนสะดุด หากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อเนื่อง

“แนฟทาโลกไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือเกมคุณภาพ ปริมาณ และความเสี่ยงที่ไม่มีใครแทนตะวันออกกลางได้ทันที”

------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING:  FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------

ขอบคุณที่ติดตามครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เหล็กคุณภาพ มาตรฐานสากล ส่งตรงถึงทุกโครงการ สร้างความมั่นใจในทุกงานก่อสร้าง — SO OK TRADING”
SO OK TRADING “ผู้เชี่ยวชาญด้านเหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ และเหล็กโครงสร้าง เพื่อทุกโครงการก่อสร้างในประเทศไทย”
18 ก.ค. 2026
“ดีบุก: โลหะยุทธศาสตร์แห่งโลกอนาคต AI และพลังงานสะอาด – พลังโลหะที่ขับเคลื่อนยุคดิจิทัลสีเขียว”:SO OK TRADING: 17 JUNE 2026
ปี 2569 คือปีที่ “ดีบุก” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! โลหะสีเงินที่มนุษย์รู้จักมานานหลายพันปี กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลกเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด — ตั้งแต่ชิป AI, ศูนย์ข้อมูล, รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์ ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะธรรมดา แต่คือ “แร่ยุทธศาสตร์แห่งยุคใหม่” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและโลกสีเขียว ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ดัดงอได้ง่าย ไม่เป็นสนิม และหลอมได้ที่อุณหภูมิต่ำ ทำให้ดีบุกถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม — ตั้งแต่ ลวดบัดกรี (Solder) และ ตะกั่วผสมเงิน (Silver Solder) สำหรับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึง การเคลือบกระป๋องอาหาร, งานหล่อพระ, และ การผลิตกระจกแผ่นเรียบ (Float Glass) ราคาดีบุกในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 53,000–55,000 ดอลลาร์/ตัน และยังคงเป็นโลหะที่นักลงทุนและผู้ผลิตทั่วโลกจับตามอง เพราะนี่คือยุคที่ “ดีบุก” กลายเป็นพลังขับเคลื่อนโลกแห่ง AI และพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
17 มิ.ย. 2026
“ข้าวโพดไทย 2569–2570 : จากไร่สู่โลกแห่งโอกาส — SO OK TRADING เปิดมุมมองใหม่ สู่จังหวะเปลี่ยนผ่านของตลาดโลก”: 20 AUG 2026
ปี 2569 คือ “ปีแห่งการปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน” ของตลาดข้าวโพดไทยและโลก — จากภาวะอุปทานล้นตลาด สู่ “สมดุลตึงตัว” ที่ทุกประเทศต้องปรับกลยุทธ์รับมือทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยยังคงเผชิญช่องว่างระหว่าง ผลผลิตในประเทศ (4.5–5 ล้านตัน) กับ ความต้องการใช้จริงกว่า 8–9 ล้านตัน ทำให้ต้องนำเข้าจากเมียนมาและประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมาตรการ “ข้าวโพดไม่เผา” และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ในเวทีโลก ราคาข้าวโพด CBOT เดือนสิงหาคม 2569 ขยับขึ้นเหนือระดับ 4.98 ดอลลาร์ต่อบุชเชล จากผลผลิตสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดและปัญหาทะเลดำ ขณะที่บราซิล–อาร์เจนตินายังคงเป็นเสาหลักการส่งออก และจีนยังคงเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่เพื่อป้อนอุตสาหกรรมปศุสัตว์
20 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy