แชร์

“วิกฤตเหล็กไทย 2569: ยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันโลก กับ SO OK TRADING – พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้”

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.ค. 2026
1699 ผู้เข้าชม

เหล็กไทยปี 2569: เมื่ออุตสาหกรรมต้องยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันและเหล็กนำเข้าจากจีน : SO OK TRADING : 12 JULY 2026 

-------------
 
ภาพรวมสถานการณ์
ปี 2569 อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญกับ ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก:

ราคาเหล็กในประเทศปรับขึ้น 10–15% จากต้นทุนเศษเหล็กและเงินบาทอ่อนค่า
แต่ กำลังการผลิตจริงต่ำกว่า 30% เพราะถูกเหล็กราคาถูกจากจีนทุ่มตลาดแย่งส่วนแบ่งไปเกือบครึ่ง
“Supply ท่วม  — สะท้อนโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของตลาดเหล็กไทย

-------------
 
️ ตลาดเหล็กก่อสร้าง

แรงหนุนหลัก: โครงการก่อสร้างทั้งจากภาครัฐบาล และ เอกชน, งานเสาเข็ม ฐานราก และโครงการ EEC

การผลิตในประเทศลดลงกว่า 28% เพราะผู้ผลิตเน้นระบายสต็อกเก่าและควบคุมปริมาณเพื่อพยุงราคา

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

RB6/RB9: 18.35–18.87 บาท/กก.
DB12/DB16: 17.40–17.83 บาท/กก.

--------------
 
ตลาดเหล็กโครงสร้าง

จุดเปลี่ยนสำคัญ: มาตรการ Anti-Dumping (AD) และการควบคุม Prefab จากจีน

ผลลัพธ์: ผู้รับเหมาหันมาซื้อเหล็กผลิตในประเทศมากขึ้น

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

H-Beam/Wide Flange: เริ่มต้น 32 บาท/กก.
เหล็กรางน้ำ: เริ่มต้น 24 บาท/กก.

--------------

 ตลาดเหล็กรูปพรรณ

การแข่งขันดุเดือด: ทุนจีนตั้งโรงงานรีดเหล็กในไทยเพิ่มขึ้น

เทรนด์สินค้าใหม่: เหล็กเคลือบกัลวาไนซ์และ ZAM ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยลดขั้นตอนการทาสีกันสนิม

ราคาอัปเดต (ก.ค. 2569):

เหล็กกล่องดำ: 23.50–25.70 บาท/กก.
เหล็กตัวซี: 23.34–26.90 บาท/กก.
เหล็กฉาก: ประมาณ 30 บาท/กก.

----------------
 
ตลาดเหล็กโลก vs ตลาดเหล็กไทย

ตลาดเหล็กโลก:

Demand โตเพียง 0.3% (1,724 ล้านตัน)

Supply ล้นทะลักกว่า 2,550 ล้านตัน

จีนยังคงมีปัญหา Overcapacity และระบายของออกสู่ตลาดโลก

----------------

ตลาดเหล็กไทย:

Demand อยู่ที่ 16–17 ล้านตัน (+1–1.6%)

แต่ Supply ถูกเหล็กนำเข้าจากจีนครองตลาดไปแล้วเกือบ 50%

----------------
 
♻️ ทางรอดของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

Green Steel Revolution

ใช้เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ลดคาร์บอน
ตอบโจทย์คู่ค้าพรีเมียม และเลี่ยงกำแพงภาษี CBAM ของยุโรป

มาตรการรัฐเข้มงวดขึ้น
สมาคมเหล็กไทยเร่งผลักดัน Anti-Dumping
ปรับมาตรฐาน มอก. ใหม่ เพื่อสกัดเหล็กด้อยคุณภาพ
 
ผู้ผลิตไทยที่อยู่รอดได้จะไม่ใช่ผู้ที่ขายถูกที่สุด แต่คือผู้ที่ สร้างมาตรฐานใหม่และเชื่อมโยงกับความต้องการโลกที่เปลี่ยนไป
 
 ปี 2026 คือปีแห่งการ “เปลี่ยนฐานต้นทุน” และ “ปรับโครงสร้างใหม่” ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ผู้เล่นที่ปรับตัวได้เร็วและยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล จะเป็นผู้ครองตลาดในอนาคต

-------------

SO OK TRADING
“พันธมิตรเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างที่คุณวางใจได้”
 
จุดแข็งของ SO OK TRADING
ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการค้าระหว่างประเทศและการจัดหาวัตถุดิบอุตสาหกรรม
เชี่ยวชาญทั้ง Ferrous และ Non-Ferrous Metals โดยเฉพาะเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย และวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มอก.
เครือข่ายซัพพลายเชนแข็งแกร่ง สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา ทั้งโรงงานและโกดังทั่วประเทศ
 
สินค้าเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้าง
เหล็กเส้นกลม (RB6, RB9) สำหรับงานเสริมคอนกรีตทั่วไป
เหล็กข้ออ้อย (SD40, DB12, DB16) สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง
มาตรฐาน มอก. ครบถ้วน พร้อมเอกสาร Mill Certificate ตรวจสอบย้อนกลับได้
MOQ เริ่มต้นเพียง 2 MT เหมาะทั้งผู้รับเหมารายใหญ่และรายกลาง
 
ทำไมต้องเลือก SO OK TRADING
ราคาสมเหตุสมผล สะท้อนต้นทุนจริง ไม่ใช่สงครามตัดราคา
คุณภาพระดับสากล เทียบเท่ามาตรฐานญี่ปุ่นและยุโรป
บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงานลูกค้า
ตอบโจทย์โครงการรัฐและเอกชน ทั้งงานโครงสร้างพื้นฐาน, อาคารสูง, และงานก่อสร้างทั่วไป
 
“SO OK TRADING ไม่ใช่แค่ผู้ขายเหล็ก แต่คือ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่วยให้โครงการของคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยเหล็กเส้นและเหล็กก่อสร้างคุณภาพสูงที่ส่งตรงถึงมือคุณ”
 

ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com
อีเมล: sooktrading@outlook.com
พร้อมให้คำปรึกษาและเสนอราคาอย่างมืออาชีพ

FACEBOOK : SO OK TRADING.COM

+66 95 556 4255

------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เศษอลูมิเนียม = ทองคำใหม่แห่งโลกรีไซเคิล : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่สินทรัพย์ระดับโลก — Aluminum Scrap 2026”: SO OK TRADING: 30 MAY 2026
เศษอลูมิเนียม: จากของเก่า สู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน SO OK TRADING | 30 พฤษภาคม 2026 เศษอลูมิเนียมที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียง “ของเหลือใช้” วันนี้กลับกลายเป็น วัตถุดิบพรีเมียมที่ทั่วโลกแย่งชิง ราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี และถูกยกให้เป็น “ทองคำใหม่” ของอุตสาหกรรมรีไซเคิลและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุคที่โลกกำลังเดินหน้าสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดคาร์บอน (Decarbonization) เศษอลูมิเนียมจึงไม่ใช่แค่เศษโลหะอีกต่อไป แต่คือ สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 95% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาในรถยนต์ไฟฟ้า ตลาดโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว — จากมูลค่า 56.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 สู่ 91.49 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่า 39% และประเทศไทยเองก็อยู่ในจุดที่น่าจับตามอง
30 พ.ค. 2026
“รีไซเคิลโลหะไทย พลิกเกมสู่เศรษฐกิจสีเขียวโลก — Copper & Aluminum Revolution: ศูนย์กลางเศรษฐกิจหมุนเวียนเอเชีย ขับเคลื่อนสู่ยุค Decarbonization และ Circular Economy แห่งอนาคต”
อุตสาหกรรมรีไซเคิลทองแดงและอลูมิเนียมในประเทศไทย หัวใจเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวโน้มตลาดโลก 2026–2032 บทความโดย SO OK TRADING — ตัวจริงในธุรกิจ NON‑FERROUS ไทย (29 กรกฎาคม 2026) ในยุคที่โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อุตสาหกรรมรีไซเคิล ทองแดงและอลูมิเนียม ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่าง “เศรษฐกิจ–สิ่งแวดล้อม–ความยั่งยืน” อย่างแท้จริง โลหะทั้งสองชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่จำกัดครั้งโดยไม่สูญเสียคุณสมบัติทางกายภาพ อีกทั้งกระบวนการรีไซเคิลยังช่วย ประหยัดพลังงานได้มากถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิตจากแร่บริสุทธิ์ใหม่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมาย ESG ขององค์กรทั่วโลก ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกภาพรวมของธุรกิจรีไซเคิลโลหะในประเทศไทย ตั้งแต่โครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน การตั้งราคา ความแตกต่างของสินค้า ไปจนถึงแนวโน้มตลาดโลกและไทยในช่วงปี 2026–2032 พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยหนุนและความท้าทายที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม NON‑FERROUS ให้กลายเป็น “เส้นเลือดใหม่ของเศรษฐกิจสีเขียว”
29 ก.ค. 2026
“เหล็กคุณภาพ มาตรฐานสากล ส่งตรงถึงทุกโครงการ สร้างความมั่นใจในทุกงานก่อสร้าง — SO OK TRADING”
SO OK TRADING “ผู้เชี่ยวชาญด้านเหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ และเหล็กโครงสร้าง เพื่อทุกโครงการก่อสร้างในประเทศไทย”
18 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy