แชร์

Global Energy Crisis 2026: จุดเดือดช่องแคบฮอร์มุซ – Supply Shock ที่โลกจับตา : วิเคราะห์ฉากทรรศน์ By SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 7 มี.ค. 2026
613 ผู้เข้าชม

วิกฤตพลังงานโลก: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด : บทความ และ การวิเคราะห์ฉากทรรศน์ โดย SO OK TRADING

Strait of Hormuz เส้นทางยุทธศาสตร์ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20–30% ของโลก กำลังกลายเป็น “จุดเดือด” ของเศรษฐกิจโลกในเดือนมีนาคม 2569 หลังจากอิหร่านประกาศปิดทางเดินเรือเพื่อตอบโต้การโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ตลาดพลังงานไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน


⛽ ราคาน้ำมันพุ่งทะยานแบบไม่เคยมีมาก่อน

WTI ปิดตลาดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล (+12.21%)
Brent Crude ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์/บาร์เรล (+8.52%)
นักวิเคราะห์เตือน หากการปิดช่องแคบยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจทะลุ 150–200 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาขายปลีกในไทยอาจพุ่งเกิน 60 บาท/ลิตร แม้รัฐบาลยังตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร แต่แรงกดดันจากตลาดโลกกำลังถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

เงินเฟ้อ: ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ดันราคาสินค้าและอาหาร
ค่าไฟฟ้า: LNG ที่นำเข้าผ่านเส้นทางนี้สะดุด ทำให้ค่าไฟมีแนวโน้มปรับขึ้น
ห่วงโซ่อุปทาน: กระทบการส่งออกและราคาปุ๋ยทั่วโลก
รัฐบาลไทยยืนยันมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 60 วัน และตั้ง “ศบก.” เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง

 
ปิดช่องแคบ HORMUZ : Turning Point – จุดเปลี่ยนที่โลกจับตา

สหรัฐฯ และจีน กดดันให้เปิดเส้นทางเร็วที่สุด เพราะต่างก็ได้รับผลกระทบหนัก
หากมีการเจรจาและเรือเริ่มผ่าน ราคาน้ำมันอาจร่วงลงแรงจาก Panic Sell
แต่ในระยะสั้น “Risk Premium” จะยังคงอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันไม่กลับไปต่ำเหมือนเดิมทันที
 

ภาพรวมผลกระทบระดับโลก

จีน/อินเดีย: ฐานการผลิตโลกสะดุด ต้นทุนพุ่ง
ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้: พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบนี้กว่า 85–90% เสี่ยงวิกฤตพลังงาน
ยุโรป: เผชิญราคาปุ๋ยและค่าไฟสูงจากการขาด LNG
สหรัฐฯ: บริษัทพลังงานกำไรพุ่ง แต่ผู้บริโภคเจอราคาน้ำมันแพง
 

ประเมินฉากทัศน์ราคาน้ำมัน Q2/2569

Base Case (60%): 85–105 ดอลลาร์/บาร์เรล หากปิดช่องแคบไม่เกิน 1 เดือน
Bearish Case (25%): 120–150+ ดอลลาร์/บาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อและ Supply หายไปจริง
Optimistic Case (15%): 75–85 ดอลลาร์/บาร์เรล หากมีการหยุดยิงหรือเจรจาสันติภาพเร็ว
 

✨ บทสรุป วิกฤติพลังงานจากการปิดช่องแคบ Hormuz

การปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้คือ Supply Shock ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และสร้างผลกระทบแบบ “โดมิโน” ต่อเศรษฐกิจโลก ไทยเองแม้มีน้ำมันสำรอง แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้น

ผู้ประกอบการขนส่ง - อุตสาหกรรม ควร ล็อกต้นทุนพลังงานล่วงหน้า และหาทางเลือกพลังงานหมุนเวียน
ผู้บริโภคควร เติมน้ำมันเต็มถังเมื่อมีโอกาส เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับขึ้นอีกใน 1–2 สัปดาห์
นักลงทุนควรจับตา หุ้นพลังงาน โลจิสติกส์ และสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
 
SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : "FAST SHARP RELIABLE"

ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com หรือ ส่งอีเมลล์หาเราได้ที่ sooktrading@outlook.com

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
มันสำปะหลังและข้าวโพด: จากอาหารสู่พลังงานและบรรจุภัณฑ์สีเขียว พลาสติกชีวภาพและเชื้อเพลิงสะอาด — จากครัวโลกสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียว : บทความโดย SO OK TRADING :24.3.2026
พลิกโฉมพืชไทยสู่ Net Zero: จากมันสำปะหลังและข้าวโพดสู่พลาสติกชีวภาพ บรรจุภัณฑ์ และเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ไม่ได้เป็นแค่พืชอาหารอีกต่อไป — แต่กำลังกลายเป็นวัตถุดิบแห่งอนาคตสำหรับ บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, พลาสติกชีวภาพ, และ เชื้อเพลิงสะอาด ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero บทความโดย SO OK TRADING ฉบับนี้จะพาคุณเจาะลึก
24 มี.ค. 2026
อนาคตอุตสาหกรรมไทย 2568–2570: Green Transformation สู่ Circular Economy พร้อม Rare Earth และ EV พลังงานสะอาด
ปี 2568–2570 จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรมไทย — จากการผลิตแบบเดิม สู่ยุคดิจิทัล พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ตอบโจทย์โลกใหม่ บทความนี้สรุปแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ทั้ง REEs, EV, Solar, Recycling และกฎหมายใหม่ที่ผู้ผลิตต้องรู้ พร้อมบทบาทของ SO OK TRADING ในการเชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ
27 ก.พ. 2026
COPPER PRICE AND TREND  2026
Copper prices are expected to remain elevated and bullish in 2026, driven by strong demand from the green energy transition (EVs, renewables, grid upgrades) and persistent mine supply constraints/disruptions, with forecasts generally placing prices in the $10,000 to over $12,000 per tonne range, although some analysts foresee a slight cooling to $10,000-$11,000 as market balances tighten. Key factors include IRA spending, AI infrastructure needs, constrained new mine supply, and potential Chinese economic recovery, creating tight markets despite some projected minor surpluses. Key Price Predictions (2026): Goldman Sachs: $10,000 - $11,000/tonne range, averaging $10,710/tonne in H1 2026. J.P. Morgan: Averaging around $12,075/tonne, with potential spikes to $12,500/tonne in Q2. Bank of America: Average of $11,313/tonne, with potential for $15,000/tonne spikes. UBS: $11,000/tonne by Sept 2026. World Bank: Average of $9,800/tonne. Bullish Drivers: Energy Transition: Massive demand for grid expansion, EVs, and renewable infrastructure. AI Infrastructure: Increased demand for data centers. Supply Deficit: Mine disruptions (Grasberg, Kamoa-Kakula, etc.) and difficulty bringing new mines online. China: Potential economic rebound acting as a catalyst. Potential Headwinds/Volatility: Policy-induced Surpluses: E.g., from IRA incentives or scrap availability. Stronger USD: Can weigh on commodity prices. Slower Demand: If China's recovery falters. Overall Outlook: Expect a tight market with strong underlying demand, leading to high prices, but with significant volatility due to policy shifts and mine output fluctuations. The market is moving towards a structural deficit, supporting higher prices long-term
30 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy