แชร์

Global Energy Crisis 2026: จุดเดือดช่องแคบฮอร์มุซ – Supply Shock ที่โลกจับตา : วิเคราะห์ฉากทรรศน์ By SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 7 มี.ค. 2026
1922 ผู้เข้าชม

วิกฤตพลังงานโลก: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด : บทความ และ การวิเคราะห์ฉากทรรศน์ โดย SO OK TRADING

Strait of Hormuz เส้นทางยุทธศาสตร์ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20–30% ของโลก กำลังกลายเป็น “จุดเดือด” ของเศรษฐกิจโลกในเดือนมีนาคม 2569 หลังจากอิหร่านประกาศปิดทางเดินเรือเพื่อตอบโต้การโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ตลาดพลังงานไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน


⛽ ราคาน้ำมันพุ่งทะยานแบบไม่เคยมีมาก่อน

WTI ปิดตลาดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล (+12.21%)
Brent Crude ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์/บาร์เรล (+8.52%)
นักวิเคราะห์เตือน หากการปิดช่องแคบยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจทะลุ 150–200 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาขายปลีกในไทยอาจพุ่งเกิน 60 บาท/ลิตร แม้รัฐบาลยังตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร แต่แรงกดดันจากตลาดโลกกำลังถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

เงินเฟ้อ: ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ดันราคาสินค้าและอาหาร
ค่าไฟฟ้า: LNG ที่นำเข้าผ่านเส้นทางนี้สะดุด ทำให้ค่าไฟมีแนวโน้มปรับขึ้น
ห่วงโซ่อุปทาน: กระทบการส่งออกและราคาปุ๋ยทั่วโลก
รัฐบาลไทยยืนยันมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 60 วัน และตั้ง “ศบก.” เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง

 
ปิดช่องแคบ HORMUZ : Turning Point – จุดเปลี่ยนที่โลกจับตา

สหรัฐฯ และจีน กดดันให้เปิดเส้นทางเร็วที่สุด เพราะต่างก็ได้รับผลกระทบหนัก
หากมีการเจรจาและเรือเริ่มผ่าน ราคาน้ำมันอาจร่วงลงแรงจาก Panic Sell
แต่ในระยะสั้น “Risk Premium” จะยังคงอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันไม่กลับไปต่ำเหมือนเดิมทันที
 

ภาพรวมผลกระทบระดับโลก

จีน/อินเดีย: ฐานการผลิตโลกสะดุด ต้นทุนพุ่ง
ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้: พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบนี้กว่า 85–90% เสี่ยงวิกฤตพลังงาน
ยุโรป: เผชิญราคาปุ๋ยและค่าไฟสูงจากการขาด LNG
สหรัฐฯ: บริษัทพลังงานกำไรพุ่ง แต่ผู้บริโภคเจอราคาน้ำมันแพง
 

ประเมินฉากทัศน์ราคาน้ำมัน Q2/2569

Base Case (60%): 85–105 ดอลลาร์/บาร์เรล หากปิดช่องแคบไม่เกิน 1 เดือน
Bearish Case (25%): 120–150+ ดอลลาร์/บาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อและ Supply หายไปจริง
Optimistic Case (15%): 75–85 ดอลลาร์/บาร์เรล หากมีการหยุดยิงหรือเจรจาสันติภาพเร็ว
 

✨ บทสรุป วิกฤติพลังงานจากการปิดช่องแคบ Hormuz

การปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้คือ Supply Shock ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และสร้างผลกระทบแบบ “โดมิโน” ต่อเศรษฐกิจโลก ไทยเองแม้มีน้ำมันสำรอง แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้น

ผู้ประกอบการขนส่ง - อุตสาหกรรม ควร ล็อกต้นทุนพลังงานล่วงหน้า และหาทางเลือกพลังงานหมุนเวียน
ผู้บริโภคควร เติมน้ำมันเต็มถังเมื่อมีโอกาส เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับขึ้นอีกใน 1–2 สัปดาห์
นักลงทุนควรจับตา หุ้นพลังงาน โลจิสติกส์ และสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
 
SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : "FAST SHARP RELIABLE"

ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com หรือ ส่งอีเมลล์หาเราได้ที่ sooktrading@outlook.com

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เศษอลูมิเนียม = ทองคำใหม่แห่งโลกรีไซเคิล : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่สินทรัพย์ระดับโลก — Aluminum Scrap 2026”: SO OK TRADING: 30 MAY 2026
เศษอลูมิเนียม: จากของเก่า สู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน SO OK TRADING | 30 พฤษภาคม 2026 เศษอลูมิเนียมที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียง “ของเหลือใช้” วันนี้กลับกลายเป็น วัตถุดิบพรีเมียมที่ทั่วโลกแย่งชิง ราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี และถูกยกให้เป็น “ทองคำใหม่” ของอุตสาหกรรมรีไซเคิลและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุคที่โลกกำลังเดินหน้าสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดคาร์บอน (Decarbonization) เศษอลูมิเนียมจึงไม่ใช่แค่เศษโลหะอีกต่อไป แต่คือ สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 95% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาในรถยนต์ไฟฟ้า ตลาดโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว — จากมูลค่า 56.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 สู่ 91.49 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่า 39% และประเทศไทยเองก็อยู่ในจุดที่น่าจับตามอง
30 พ.ค. 2026
ทิศทาง และ แนวโน้มราคาพลวงแท่ง 2021-2030 BY SO OK TRADING
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก. - ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - (ROTTERDAM PRICE) *** เป็นเงินไทยไประมาณ 1.15 - 1.2 MB ซึงปรับตัวลดลงจากช่วงกลางปี 2025 ที่เคยสูงสุดที่ระดับ 48,000 - 52,000 USD/MT อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดการส่งออกของรัฐบาลจีน
5 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy