แชร์

2 มีนาคม 2026 : สงครามสะเทือนตลาดโลก — ค่าเงินผันผวน น้ำมันพุ่ง หุ้นร่วง โลหะปรับแรง ทองคำทะยาน สรุปครบทุกมิติในที่เดียว : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 2 มี.ค. 2026
2635 ผู้เข้าชม

สรุปตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก (2 มีนาคม 2026) ผลกระทบจากสงคราม สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ทั้งในมุมของ ค่าเงิน , ตลาดหุ้น , พลังงาน(น้ำมัน) ,โลหะมีค่า -ทองคำ ตลอดจาก โลหะพื้นฐาน ทั้ง เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง และทิศทางแนวโน้มในเดือน มีนาคม 2026 สรุปมาให้แบบเข้าใจง่าย และ ครบถ้วน

ค่าเงินบาทและสกุลเงินหลัก

เงินบาท (THB) เปิดตลาดอ่อนค่าลงตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันและกระแสเงินทุนไหลออก โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณดังนี้:

USD/THB: 31.25 (บาทอ่อนค่า)
EUR/THB: 36.70
JPY/THB: 100 JPY ≈ 19.85–19.90
CNY/THB: 4.56


ทิศทางค่าเงินโลก:

USD: แข็งค่าขึ้นแรงในฐานะ Safe-haven และได้แรงหนุนจากการเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ
CHF: แข็งค่ามากที่สุดจากสถานะความเป็นกลาง
JPY: แข็งค่าในช่วงแรก แต่ถูกจำกัดจากต้นทุนนำเข้าพลังงาน
EUR & GBP: อ่อนค่าจากความกังวลวิกฤตพลังงานยุโรป
THB: อ่อนค่าตามภูมิภาคและแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
CNY: เคลื่อนไหวในกรอบแคบ

ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมด Risk-off

ความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก:

USA: Dow Jones, S&P 500, Nasdaq ร่วง ~1% จากแรงกดดันราคาน้ำมัน
Europe: อ่อนแรงจากวิกฤตพลังงาน แต่หุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังพอมีแรงหนุน
China: ตลาดฮ่องกงร่วงแรง แต่จีนแผ่นดินใหญ่ยังมีแรงพยุงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Japan: Nikkei 225 ร่วงกว่า 2.5% จากต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูง
Singapore: STI ร่วง ~1.7% จากความเสี่ยงด้านการบินและขนส่ง
Thailand: SET Index ร่วงกว่า 2% ลงมาที่ ~1,490 จุด แต่หุ้นพลังงานช่วยประคองบางส่วน
 

⛽ ราคาน้ำมันโลก: พุ่งแรงรับสงคราม

Brent Crude: พุ่ง 13% แตะ 82.37 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนย่อตัวที่ 79–80
WTI Crude: ขึ้นทะลุ 70–75 ดอลลาร์/บาร์เรล
แนวโน้ม: หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
 

️ สินทรัพย์ปลอดภัย: ดาวเด่น

ทองคำ: พุ่งทำสถิติใหม่ (5,500–6,000 ดอลลาร์)
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ: มีแรงซื้อคืนหนาแน่น
 

⚙️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโลหะและแร่หายาก

เหล็ก: ต้นทุนพุ่งจากค่าขนส่งและก๊าซ
อลูมิเนียม: ดีดแรงเพราะใช้ไฟฟ้าสูงในการผลิต
ทองแดง: ราคายังสูงจากดีมานด์ EV แต่ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น
แร่หายาก: เกิดการกักตุนเพื่อความมั่นคงทางยุทธศาสตร์
 

สรุปแนวโน้มไตรมาส 2/2569

เศรษฐกิจโลก: เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หากน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์
เศรษฐกิจไทย: SCB EIC คาด GDP โตเพียง 1.8% จากต้นทุนพลังงานสูง
ตลาดการเงิน: เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง
อุตสาหกรรม: เผชิญ Cost-push Inflation รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มโลหะและพลังงาน
 

✨ บทสรุป

เดือนมีนาคม 2569 คือช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ Shock Period จากสงครามตะวันออกกลาง ค่าเงินผันผวน หุ้นร่วงแรง น้ำมันพุ่ง และทองคำทะยาน นักลงทุนและธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์รับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาส โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน โลหะ และสินทรัพย์ปลอดภัยที่กลายเป็นตัวชูโรงในภาวะวิกฤตครั้งนี้ (SAFE HEAVEN)

 
 SO OK TRADING

ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรด้านการค้าและการลงทุนระดับสากล ด้วยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาดเชิงลึก เราช่วยให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น การส่งออกผลไม้พรีเมียม ข้าว โลหะอุตสาหกรรม หรือพลังงานสะอาด เพราะเราเชื่อว่า “วิกฤตคือโอกาส” และทุกการเปลี่ยนแปลงคือแรงผลักดันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ท่านสามารถ ติดต่อ SO OK TRADING ได้ที่ www.sooktrading.com หรือ ส่งอีเมลล์หาเราได้ที่ SOOKTRADING@OUTLOOK.COM


บทความที่เกี่ยวข้อง
อนาคตเชื้อเพลิงชีวภาพ และ เชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อทดแทนพลังงานถ่านหิน บทความโดย SO OK TRADING
นี่คือโพสต์อินโทรเวอร์ชันภาษาไทยที่พร้อมใช้บน LinkedIn, Facebook, Instagram หรือ WeChat สำหรับบทความและอินโฟกราฟิกของ SO OK TRADING:
28 ก.พ. 2026
“เศษอลูมิเนียม = ทองคำใหม่แห่งโลกรีไซเคิล : พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่สินทรัพย์ระดับโลก — Aluminum Scrap 2026”: SO OK TRADING: 30 MAY 2026
เศษอลูมิเนียม: จากของเก่า สู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน SO OK TRADING | 30 พฤษภาคม 2026 เศษอลูมิเนียมที่หลายคนเคยมองว่าเป็นเพียง “ของเหลือใช้” วันนี้กลับกลายเป็น วัตถุดิบพรีเมียมที่ทั่วโลกแย่งชิง ราคาพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี และถูกยกให้เป็น “ทองคำใหม่” ของอุตสาหกรรมรีไซเคิลและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุคที่โลกกำลังเดินหน้าสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดคาร์บอน (Decarbonization) เศษอลูมิเนียมจึงไม่ใช่แค่เศษโลหะอีกต่อไป แต่คือ สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 95% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่ และเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาในรถยนต์ไฟฟ้า ตลาดโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว — จากมูลค่า 56.77 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 สู่ 91.49 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งสูงสุดกว่า 39% และประเทศไทยเองก็อยู่ในจุดที่น่าจับตามอง
30 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy