CBAM与碳信用:重塑全球贸易格局,从成本到机遇 —— 先行适应碳足迹,泰国企业在绿色时代的生存之道
Last updated: 21 Feb 2026
2156 Views

CBAM与碳信用:泰国企业迈向新全球贸易的指南
以及 《碳足迹:未来商业的蓝图》什么是CBAM?
碳边境调节机制(CBAM)是欧盟的新法规,将于2026年1月1日正式实施。
目标: 减少碳泄漏,防止企业转移到环境监管宽松的国家。
目标产品(首批7类): 钢铁、铝、水泥、化肥、电力、氢气及部分下游产品。
时间表:
2023–2025年:每季度报告嵌入式排放量。
2026年起:需购买CBAM证书,价格基于欧盟碳交易市场(EU ETS)。
价格机制: EU ETS价格为60–100欧元/吨(约2,300–3,800泰铢)。若生产国已有与欧盟标准相当的碳税或碳交易体系,可抵扣CBAM成本。
什么是碳信用?
碳信用 = 减少或吸收二氧化碳的权利(单位:tCO₂eq)。
示例项目: 植树造林、清洁能源、废弃物管理。
泰国管理机构: 温室气体管理组织(TGO) → T-VER体系。
优势:
用于抵消排放(Offset)。
塑造“绿色产品”形象。
帮助企业实现碳中和 / 净零目标。
CBAM与碳信用的关系
CBAM强调“实际减排”,不允许直接使用自愿碳信用抵扣。
国内使用碳信用可降低实际排放,从而减少报告中的嵌入式排放量。
若泰国实施碳税或ETS,出口商可用此成本抵扣CBAM费用。
对泰国的影响
出口: KResearch预测2026年影响约280亿泰铢,占对欧盟出口的3.8%。
高风险行业: 钢铁(9,510万美元)、铝(5,670万美元)。
额外成本: CBAM证书 + MRV(测量、报告、验证)费用。
国内法律: 《气候变化法》拟强制碳排放报告。
碳税: 预计2025年实施,200泰铢/吨。
市场: 碳信用市场预计到2026年从6,400万泰铢增长至30亿泰铢。
中小企业: 资金与技术不足,适应困难。
供应链: 即使不直接出口,零部件供应商也需提交碳数据。
积极影响: 推动技术升级,低碳产品(如低碳大米)成为新卖点。
碳价差距:泰国 vs 欧盟
欧盟ETS: 60–100欧元(2,300–3,800泰铢/吨)。
泰国T-VER: 100–200泰铢/吨。
→ CBAM实施后,泰国出口商将面临更高成本。
适应战略 (Action Plan)
开展CFO/CFP碳排放测量。
投资能源效率(如太阳能屋顶)。
在国内使用碳信用,强化“绿色产品”形象。
关注泰国碳税政策。
碳足迹:未来商业的新指标
CFO(组织): 包括Scope 1、2、3。
CFP(产品): 全生命周期排放测量。
重要性: 出口欧盟的通行证、降低成本、赢得消费者信任。
泰国未来(2026年)
碳排放报告强制化。
碳税正式实施。
碳信用价格上涨,市场规模扩大。
TGO推动碳信用进入国际市场。
关键结论 (Key Takeaway):
CBAM是全球贸易的新规则;碳信用是企业适应的补充工具;碳足迹是未来商业的蓝图。
若不及早测量并投资清洁技术,泰国企业将在竞争中处于劣势。若能化危为机,低碳产品将成为进入可持续全球市场的关键。
SO OK TRADING: 您值得信赖的合作伙伴
我们提供绿色能源原料:木片、颗粒、锯末、RDF3等。
联系我们: sooktrading@outlook.com
www.sooktrading.com
以及 《碳足迹:未来商业的蓝图》什么是CBAM?
碳边境调节机制(CBAM)是欧盟的新法规,将于2026年1月1日正式实施。
目标: 减少碳泄漏,防止企业转移到环境监管宽松的国家。
目标产品(首批7类): 钢铁、铝、水泥、化肥、电力、氢气及部分下游产品。
时间表:
2023–2025年:每季度报告嵌入式排放量。
2026年起:需购买CBAM证书,价格基于欧盟碳交易市场(EU ETS)。
价格机制: EU ETS价格为60–100欧元/吨(约2,300–3,800泰铢)。若生产国已有与欧盟标准相当的碳税或碳交易体系,可抵扣CBAM成本。
什么是碳信用?
碳信用 = 减少或吸收二氧化碳的权利(单位:tCO₂eq)。
示例项目: 植树造林、清洁能源、废弃物管理。
泰国管理机构: 温室气体管理组织(TGO) → T-VER体系。
优势:
用于抵消排放(Offset)。
塑造“绿色产品”形象。
帮助企业实现碳中和 / 净零目标。
CBAM与碳信用的关系
CBAM强调“实际减排”,不允许直接使用自愿碳信用抵扣。
国内使用碳信用可降低实际排放,从而减少报告中的嵌入式排放量。
若泰国实施碳税或ETS,出口商可用此成本抵扣CBAM费用。
对泰国的影响
出口: KResearch预测2026年影响约280亿泰铢,占对欧盟出口的3.8%。
高风险行业: 钢铁(9,510万美元)、铝(5,670万美元)。
额外成本: CBAM证书 + MRV(测量、报告、验证)费用。
国内法律: 《气候变化法》拟强制碳排放报告。
碳税: 预计2025年实施,200泰铢/吨。
市场: 碳信用市场预计到2026年从6,400万泰铢增长至30亿泰铢。
中小企业: 资金与技术不足,适应困难。
供应链: 即使不直接出口,零部件供应商也需提交碳数据。
积极影响: 推动技术升级,低碳产品(如低碳大米)成为新卖点。
碳价差距:泰国 vs 欧盟
欧盟ETS: 60–100欧元(2,300–3,800泰铢/吨)。
泰国T-VER: 100–200泰铢/吨。
→ CBAM实施后,泰国出口商将面临更高成本。
适应战略 (Action Plan)
开展CFO/CFP碳排放测量。
投资能源效率(如太阳能屋顶)。
在国内使用碳信用,强化“绿色产品”形象。
关注泰国碳税政策。
碳足迹:未来商业的新指标
CFO(组织): 包括Scope 1、2、3。
CFP(产品): 全生命周期排放测量。
重要性: 出口欧盟的通行证、降低成本、赢得消费者信任。
泰国未来(2026年)
碳排放报告强制化。
碳税正式实施。
碳信用价格上涨,市场规模扩大。
TGO推动碳信用进入国际市场。
关键结论 (Key Takeaway):
CBAM是全球贸易的新规则;碳信用是企业适应的补充工具;碳足迹是未来商业的蓝图。
若不及早测量并投资清洁技术,泰国企业将在竞争中处于劣势。若能化危为机,低碳产品将成为进入可持续全球市场的关键。
SO OK TRADING: 您值得信赖的合作伙伴
我们提供绿色能源原料:木片、颗粒、锯末、RDF3等。
联系我们: sooktrading@outlook.com
www.sooktrading.com
Related Content
Refuse Derived Fuel : RDF โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เชื้อเพลิงขยะ แต่สำหรับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เรียกว่า ก้อนเชื้อเพลิงขยะ และได้มีการพิจารณาศึกษา RDF ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดการขยะชุมชน รวมทั้งขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ขยะอันตราย ซึ่งมีการทิ้งปะปนกันจนแยกออกได้ยาก จึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาของผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการพร้อมแนวคิดจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการขยะแบบไทยๆ ดังนี้
การผลิต RDF เป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรป เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ
ทั้งขยะใหม่และขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบ สามารถนำมาผลิต RDF ได้ดี
การผลิต RDF สามารถทำได้โดยเทคโนโลยีคนไทย เครื่องจักรผลิตในไทย ไปจนถึงการนำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงจากต่างประเทศในกรณีที่ต้องการผลิตจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป
เมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ศึกษาพื้นที่ศักยภาพเบื้องต้นว่า มีการผลิต RDF ไม่น้อยกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ
จากการสำรวจพื้นที่ผลิต RDF 21 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่ามีการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนสู่ชุมชน 570 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในเวลา 10-13 ปี
ราคาขายของ RDF เริ่มต้นตันละ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและค่าความร้อนของ RDF (ปกติอยู่ระหว่าง 3,000-5,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม)
ปัญหาของการผลิต RDF ก็คือ ตลาด ซึ่งมีผู้ซื้อน้อยราย ความต้องการใช้ RDF น้อยกว่าปริมาณที่มีการผลิต อีกทั้งจุดรับซื้อมีเพียงไม่กี่จุดทั่วประเทศ เท่าที่มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์
จากการที่มีการผลิต RDF จากบ่อฝังกลบและจากขยะใหม่ในปริมาณมาก RDF จึงล้นตลาดจนราคาซื้อขายไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงขยะส่วนใหญ่ก็มีภาระในการจัดการขยะตามสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อราคาตํ่ามากๆ ทำให้เชื้อเพลิง RDF ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้น สมาคมการค้าพลังงานขยะ จึงได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้มีการสนับสนุนยกระดับเชื้อเพลิงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดธุรกิจการค้าที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินต่างๆ พร้อมกันนี้ทางสมาคมการค้าพลังงานขยะ ยังได้มีเสนอแนวทางการจัดประเภทของ RDF ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมของภาครัฐและสามารถกำหนดราคาซื้อขายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ประเภท กระบวนการผลิตเชื้อเพลิง (Method of Manufacture) กลุ่มลูกค้าที่ใช้ RDF
RDFRDF – 1 RDF เกรดพรีเมียม (Solid Recovered Fuel : SRF) ผ่านการย่อย-คัดแยกชนิด และขนาดด้วยเครื่องจักร มีขนาด RDF 50-100 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม
RDF – 2 RDF คุณภาพสูง ผ่านเครื่องย่อย-คัดแยกชนิดและขนาด RDF มีขนาด 90-150 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นเชื้อเพลิงเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล
RDF – 3 RDF คุณภาพปานกลาง ผ่านการย่อยและคัดแยกเบื้องต้น ขนาด RDF 200-300 มิลลิเมตร ค่าความร้อนปานกลาง-สูง โรงไฟฟ้าขยะทั่วไป
RDF – 4 RDF จากบ่อฝังกลบ ผ่านการร่อนด้วยเครื่องจักร แยกดินออก RDF มีขนาดใหญ่เล็กตามสภาพ ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิง ลูกค้าที่มีระบบปรับปรุงคุณภาพขยะ
ขอยกตัวอย่างบทสรุปจากสมุดปกขาว “เชื้อเพลิงขยะ (RDF) ทางออกของการจัดการขยะชุมชน”
1. โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทย ที่รับซื้อ RDF ในพื้นที่มีไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะรับขยะชุมชน
2. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ไม่มีโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่
3. ราคาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล มีผลต่อราคาและการรับซื้อ RDF
4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีการผลิต RDF ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้ราคาดี
5. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชนผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพโดยผ่านการทำสัญญาแบบ Supply Chain ในระยะยาว และสร้างระบบประกันคุณภาพและราคาขาย รวมทั้งค่าขนส่งสามารถปรับตามราคาเชื้อเพลิง
6. การผลิต RDF มุ่งเน้นการกำจัดขยะที่ตกค้างและเกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบ ควรใช้เป็นโอกาสให้มีผลต่อการคัดแยกขยะ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในอนาคต
7. การผลิต RDF มีผลประโยชน์ร่วมหลายด้าน เช่น ลดปัญหานํ้าเสีย การแพร่ระบาดของโรค สร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ได้พื้นที่ขยะที่ฝังกลบหรือกองทิ้งมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดความขัดแย้ง และเป็นการร่วมกับประชาคมโลกในการลดภาวะโลกร้อน
“ขยะไม่ใช่ทอง แต่เป็นของเสียที่ต้องช่วยกันกำจัด”
RDF 3: Recycling Energy
24 Nov 2025


