“ข้าวไทย 2569: คุณภาพพรีเมียม สู่ตลาดโลก” บทความ BY SOOK TRADING

สถานการณ์การส่งออกข้าวไทย ปี 2569
Thai Rice Export Outlook 2026 – Premium Quality, Global Reach
ข้่าวไทยภาพรวมการส่งออก
เป้าหมายปี 2569: 7 ล้านตัน (ลดลงจากปี 2568 ที่ทำได้ 7.9 ล้านตัน มูลค่า 148,204 ล้านบาท)
ผลการดำเนินงานปี 2568: ไทยส่งออกได้เกินเป้า โดยมี ข้าวขาว 3.62 ล้านตัน (45.8%), ข้าวหอมมะลิ 1.76 ล้านตัน, และ ข้าวนึ่ง 1.51 ล้านตัน
ราคาข้าว (FOB มกราคม 2569)
ข้าวหอมมะลิไทยพิเศษ: 1,158 – 1,201 USD/ตัน
ข้าวหอมไทย (Jasmine): 691 – 740 USD/ตัน
ข้าวขาว 5%: 399 – 411 USD/ตัน
ข้าวขาว 100% เกรด B: 415 – 428 USD/ตัน
ข้าวนึ่ง 100%: 418 – 433 USD/ตัน
ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง (เวียดนาม/อินเดีย ~350–360 USD/ตัน) → ไทยเสียเปรียบในตลาดข้าวขาว แต่ยังคงได้เปรียบในตลาดพรีเมียม
ตลาดส่งออกหลัก
อิรัก: ตลาดอันดับ 1 เน้นข้าวขาว 5% เพื่อความมั่นคงทางอาหาร
แอฟริกาใต้/เซเนกัล: ข้าวนึ่งและข้าวเจ้า
สหรัฐอเมริกา: ตลาดข้าวหอมมะลิไทยที่ใหญ่ที่สุด กำลังซื้อสูง เน้นมาตรฐานคุณภาพ
จีน: คู่ค้าสำคัญทั้งเอกชนและ G2G (เป้าหมาย 5 แสนตัน) เน้นข้าวหอมและข้าวขาว
สิงคโปร์/ฮ่องกง: ตลาดพรีเมียมสำหรับข้าวหอมมะลิ
ซาอุดีอาระเบีย: ตลาดใหม่ที่เติบโตต่อเนื่อง ต้องการทั้งข้าวขาวและข้าวหอม
กลุ่มข้าวที่ได้รับความนิยม
ข้าวหอมมะลิไทย: พรีเมียม ครองมูลค่าการส่งออกสูงสุด ตลาดหลัก: USA, จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์
ข้าวขาว: ปริมาณสูงสุด แต่แข่งขันด้านราคาหนักกับอินเดีย/เวียดนาม
ข้าวนึ่ง: แข็งแรงในตลาดแอฟริกาใต้และตะวันออกกลาง
ข้าวหอมไทย/ปทุมธานี: ทางเลือกตลาดกลาง ราคาย่อมเยา
ข้าวคุณลักษณะพิเศษ (Specialty Rice): ข้าวไรซ์เบอร์รี่, ออร์แกนิก → ตลาดยุโรป
✨ SO OK TRADING – Premium Thai Rice for the World
ในสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรง SO OK TRADING คือผู้ส่งออกที่พร้อมสร้างความแตกต่าง:
คุณภาพเหนือราคา: คัดเลือกข้าวหอมมะลิแท้และ Specialty Rice ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
ความยั่งยืน: สื่อสารแบรนด์ที่เน้นความปลอดภัยและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์ตลาดเฉพาะ:
จีน → ข้าวหอมมะลิแท้คุณภาพสูง
ญี่ปุ่น → ข้าวออร์แกนิกและเพื่อสุขภาพ
ตะวันออกกลาง → ข้าวขาว 5% และข้าวนึ่งในปริมาณสูง
การสร้างคุณค่า: จาก “ผู้ส่งออกข้าวไทย” → “ผู้สร้างคุณค่าในตลาดโลก”
Thai Rice Export Outlook 2026 – Premium Quality for Global Markets
ในปี 2569 ข้าวไทยยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่มีบทบาทสำคัญในตลาดโลก โดยเฉพาะ จีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ซึ่งแต่ละตลาดมีความต้องการและรสนิยมเฉพาะตัว การเข้าใจตลาดเหล่านี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จของผู้ส่งออกไทย
China – Scale and Trust
จีนยังคงเป็นตลาดนำเข้าข้าวหอมมะลิรายใหญ่ที่สุดของไทย ความต้องการสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่านข้อตกลงรัฐต่อรัฐ (G2G) ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ข้าวหอมมะลิแท้และข้าวหอมปทุมยังคงเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคจีนเชื่อมั่น
Japan – Niche and Premium
ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่เข้มงวดด้านมาตรฐาน แต่เปิดรับสินค้าพรีเมียม เช่น ข้าวออร์แกนิก ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้อง ผู้บริโภคญี่ปุ่นยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย
Middle East – Volume and Food Security
ตะวันออกกลางเป็นตลาดที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะอิรัก, UAE และซาอุดีอาระเบีย ความต้องการข้าวขาวและข้าวนึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากนโยบายเสริมความมั่นคงทางอาหาร
✨ Why SO OK TRADING?
Quality First: คัดเลือกข้าวไทยคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุด
Sustainability: สื่อสารเรื่องความยั่งยืนและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Market Fit: ปรับสินค้าให้ตรงกับรสนิยมของแต่ละตลาด (Premium ในจีน, Specialty ในญี่ปุ่น, Volume ในตะวันออกกลาง)
Global Positioning: จาก “ผู้ส่งออกข้าวไทย” → “ผู้สร้างคุณค่าในตลาดโลก”
ข้าวไทยไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่คือสินค้าพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ความมั่นคง และสุขภาพโลก และ SO OK TRADING คือผู้เชื่อมโยงคุณค่าของข้าวไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง”
ข้าวไทยยังคงเป็นสินค้าพรีเมียมที่โลกต้องการ แม้การแข่งขันรุนแรง แต่ด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และการปรับกลยุทธ์ให้ตรงตลาด SO OK TRADING พร้อมเชื่อมโยงคุณค่าของข้าวไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก”


