แชร์

ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 13 ม.ค. 2026
2172 ผู้เข้าชม

 ราคาทองย้อนหลัง 10 ปี 

2015 (เฉลี่ย ~1,125 USD/oz): ดอลลาร์แข็งค่า—FED เริ่มขึ้นดอกเบี้ย
2016 (เฉลี่ย ~1,275 USD/oz): BREXIT—ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่ม
2017 (เฉลี่ย ~1,290 USD/oz): ตลาดหุ้นแข็งแรง—ทองทรงตัว
2018 (เฉลี่ย ~1,300 USD/oz): สงครามการค้า สหรัฐ–จีน—ความไม่แน่นอนเพิ่ม
2019 (เฉลี่ย ~1,410 USD/oz): FED ลดดอกเบี้ย—ความเสี่ยงเศรษฐกิจสูงขึ้น
2020 (เฉลี่ย ~1,815 USD/oz): COVID-19, QE—ดีมานด์สินทรัพย์ปลอดภัยพุ่ง
2021 (เฉลี่ย ~1,825 USD/oz): เงินเฟ้อเร่งตัว—ทองเริ่มขยับ
2022 (เฉลี่ย ~1,870 USD/oz): สงครามรัสเซีย–ยูเครน—คอมโมดิตี้ปรับขึ้น
2023 (เฉลี่ย ~1,985 USD/oz): เงินเฟ้อสูง–FED ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
2024 (เฉลี่ย ~2,285 USD/oz): ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม—Heaven Asset
2025 (เฉลี่ย ~3,900 USD/oz): เงินเฟ้อระลอกสอง–De-dollarization—ทำสถิติสูงใหม่
 

ปัจจัยขับเคลื่อนราคา (2026–2030)

แรงหนุน:
นโยบายดอกเบี้ย: แนวโน้มลดดอกเบี้ยของ FED และธนาคารกลางอื่น
เงินเฟ้อ–เศรษฐกิจโลก: ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงถดถอย
การซื้อทองของธนาคารกลาง: จีน–อินเดีย–รัสเซีย เพิ่มสัดส่วนทองในทุนสำรอง
ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียด–นโยบายการค้า–ห่วงโซ่อุปทานโลหะสำคัญ
แรงกดดัน:
ดอกเบี้ยสูงนาน: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว—ทองอาจปรับฐาน
ดอลลาร์แข็งค่า: กดดันราคาทองในระยะสั้น
แรงขายทำกำไร: หลังทำจุดสูงใหม่—เกิดการย่อตัวเชิงเทคนิค
 

ประเมินความน่าจะเป็นของราคาในปี 2026

กรอบราคาอ้างอิง: 4,000–5,000 USD/oz 
ฉากทัศน์และความน่าจะเป็น:
ฐานทรงตัว–ขยับขึ้นเล็กน้อย (45%)
ช่วงราคาเฉลี่ย: 4,500–4,800 USD/oz
เงื่อนไข: FED ลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป เงินเฟ้อชะลอแต่ยังสูงกว่าก่อนโควิด ธนาคารกลางยังซื้อทองต่อเนื่อง
ขาขึ้นต่อเนื่อง–ทดสอบเพดาน (35%)
ช่วงราคาเฉลี่ย: 4,800–5,000 USD/oz
เงื่อนไข: ลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เศรษฐกิจชะลอแรง–ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูง
ปรับฐานชั่วคราว (20%)
ช่วงราคาเฉลี่ย: 4,200–4,500 USD/oz
เงื่อนไข: ดอกเบี้ยทรงตัวสูงนาน ดอลลาร์แข็ง–แรงขายทำกำไรหลังทำสถิติ
ค่าประเมินเชิงสรุป:
ราคา ณ ต้นปี: ~4,400 USD/oz
Q1/2026 (เชิงเทคนิค–โมเมนตัม): ~4,600 USD/oz
เฉลี่ยทั้งปี 2026 (คาดการณ์): ~4,700 USD/oz
เพดาน: ~5,000 USD/oz
ฐาน: ~4,000 USD/oz
 
แนวโน้มราคาทองคำ 2026–2030 (กรอบคาดการณ์)

2026: ~4,700 USD/oz (กรอบ 4,000–5,000)
2027–2028: แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง—อาจแตะ ~5,500 USD/oz หากลดดอกเบี้ย–ความเสี่ยงสูง
2029: ดีมานด์จากธนาคารกลาง–นักลงทุนยังแข็งแรง—กรอบ ~6,000–6,500 USD/oz
2030: conservative view–ปานกลาง—สูงสุด ~7,200 USD/oz
 

มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ลงทุนไทย

กรอบกลยุทธ์:
ระยะสั้น: ติดตามการประชุม FED และทิศทางค่าเงินบาท—จังหวะย่อสะสม
ระยะกลาง–ยาว: ถือกระจายความเสี่ยง—ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวใกล้ฐาน
การแปลงราคาเป็นบาท:
ตัวอย่าง: หาก 4,700 USD/oz และอัตราแลกเปลี่ยน ~35.5 บาท/USD—ราคาทองคำแท่ง 96.5% จะอยู่ในช่วง ประมาณ 65,000–75,000 บาท/บาททองคำ (ขึ้นกับค่าพรีเมียมและค่ากำเหน็จในประเทศ)
 

สรุป

แนวโน้มรวม: ขาขึ้นต่อเนื่องใน 5 ปีข้างหน้า—แรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลง เงินเฟ้อเชิงโครงสร้าง และการซื้อทองของธนาคารกลาง
กรอบราคา 2026–2030: 4,000–7,000 USD/oz โดยมีโอกาสทดสอบระดับสูงใหม่หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์–เศรษฐกิจทวีความรุนแรง
ปี 2026: ความน่าจะเป็นสูงสุดคือ ทรงตัว–ขยับขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยราว 4,700 USD/oz—ติดตามนโยบายการเงินและค่าเงินอย่างใกล้ชิด
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตลาดเงินผันผวน แต่โอกาสยังสดใส – วิเคราะห์เช้าวันที่ 2 ก.พ. 2569 : จาก Panic สู่ Profit: กลยุทธ์รับมือ Silver ปี 2569 และ ประเมินทิศทางราคา SILVER ในเดือน กพ
อัปเดตตลาดเงิน (Silver) – 2 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากราคาพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ $125/ออนซ์ ในเดือนมกราคม เงินได้เผชิญการปรับฐานครั้งใหญ่ในวันที่ 30 มกราคม หรือที่นักลงทุนเรียกว่า “Black Monday” ร่วงลงเกือบ 30% ภายในวันเดียว เหลือเพียง $80–$86 ต่อออนซ์ แต่ภายใต้ความผันผวนนี้ยังมีแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวที่แข็งแกร่ง หนุนโดยความต้องการอุตสาหกรรม การขาดแคลนซัพพลาย และปัจจัยมหภาคระดับโลก
2 ก.พ. 2026
“ตะกั่วแท่งรีไซเคิล: จากเศษแบตเตอรี่สู่พลังงานสะอาด เสาหลักแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน และพลังหมุนเวียนเพื่ออนาคต” บทความโดย SO OK TRADING – 14 มีนาคม 2026
♻️ Lead Ingot รีไซเคิล: โลหะหมุนเวียนที่โลกยังต้องพึ่งพา แม้จะถูกมองว่าเป็น “โลหะเก่า” แต่ตะกั่วแท่งจากการรีไซเคิลกำลังกลายเป็นหัวใจของ Circular Economy ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ Data Center และพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก
14 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy