แชร์

สรุปข่าวและภาพรวมตลาดอะลูมิเนียมโลกไตรมาส 4/2026: Japan Premium (MJP) ภายใต้แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงซัพพลาย : SO OK TRADING: 6 OCT 2026 :

อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2026
97 ผู้เข้าชม

สรุปข่าวและภาพรวมตลาดอะลูมิเนียมโลกไตรมาส 4/2026: Japan Premium (MJP) ภายใต้แรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงซัพพลาย : SO OK TRADING: 6 OCT 2026 : 

------------------------
 
✨ บทนำ

เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2026 ตลาดอะลูมิเนียมโลกกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ค่าพรีเมียมญี่ปุ่น (Main Japan Premium – MJP) สำหรับไตรมาส 4/2026 ยังไม่ถึงข้อสรุปสุดท้าย สะท้อนบรรยากาศการเจรจาที่ระมัดระวังระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แม้ความต้องการเชิงโครงสร้างจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดยังคงแข็งแกร่ง แต่ตลาดกลับเผชิญแรงดึงรั้งระหว่าง ซัพพลายที่ตึงตัว กับ ดีมานด์ในเอเชียที่อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

------------------------
 
สถานการณ์ Japan Premium (MJP)

การเจรจาค่าพรีเมียมสำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 ยังไม่สิ้นสุด โดยล่าสุด Rio Tinto ได้ปรับลดข้อเสนอจาก 310 → 280 ดอลลาร์ต่อตัน (CIF Japan) หลังตลาดตอบรับอย่างระมัดระวัง ผู้ซื้อส่วนใหญ่คาดว่าราคาปิดจริงอาจต่ำกว่า 280 ดอลลาร์ เนื่องจากความต้องการในญี่ปุ่น ไทย และอาเซียนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

หากมองภาพรวมทั้งปี 2026 จะเห็นได้ว่าราคาพรีเมียมยังอยู่ในระดับสูงกว่าปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ แม้ไตรมาสสุดท้ายจะเริ่มปรับฐานลง แต่ตลาดยังคงสะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างราคาในระยะยาว

------------------------
 
⚔️ วิกฤติซัพพลายในตะวันออกกลาง

ภูมิภาค GCC (Gulf Cooperation Council) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตอะลูมิเนียมขั้นปฐมภูมิกว่า 20% ของโลก (ไม่รวมจีน) ต้องเผชิญความเสียหายหนักจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

โรงถลุงหลักอย่าง Al Taweelah (UAE) และ Alba (Bahrain) ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในเดือนมีนาคม 2026
การควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้ Qatalum (Qatar) ต้องประกาศเหตุสุดวิสัยและลดกำลังผลิตลงเหลือเพียง 60%

ผลผลิตรวมของภูมิภาคในเดือนสิงหาคมลดลงกว่า 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 299,000 ตัน

การฟื้นฟูยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า — EGA (UAE) ฟื้นตัวได้เพียง 25% และคาดว่าจะกลับมาผลิตเต็มกำลังในไตรมาส 1/2027 ส่วน Alba (Bahrain) ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัญหาวัตถุดิบ วิกฤตนี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เขย่ากลไกราคาทั่วโลก

----------------------
 
การปรับตัวของตลาดโลก

แม้ซัพพลายในตะวันออกกลางจะหายไปบางส่วน แต่ตลาดโลกสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วผ่านสองกลไกหลัก

จีนเร่งผลิตชดเชย: โรงถลุงในจีนเดินเครื่องเต็มกำลัง ส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน ช่วยเติมเต็มช่องว่างซัพพลายที่หายไป

การเปลี่ยนเส้นทางการค้า: ผู้ซื้อรายใหญ่ในญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหรัฐฯ หันไปนำเข้าจากออสเตรเลียและอินเดีย เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

----------------------
 
ภาพรวมตลาด LME Aluminium

ราคาซื้อขายล่วงหน้า (Cash/3M) ของอะลูมิเนียมในตลาด LME อยู่ที่ 3,130–3,250 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลงจากจุดสูงสุดกลางปีที่ทะลุ 3,800 ดอลลาร์ แต่ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับฐานราคาปีก่อน

สต็อกในคลัง LME ลดลงเหลือเพียง 240,375 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบศตวรรษ และที่น่ากังวลคือกว่า 90% ของสต็อกเป็นอะลูมิเนียมสัญชาติรัสเซีย ทำให้เกิดภาวะ “ตลาดแยกส่วน” — มีของในระบบ แต่ของที่ผู้ซื้อจริงต้องการกลับขาดแคลน

----------------------
 
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด

ฝั่งบวก:

ดัชนี PMI ภาคการผลิตทั่วโลกกลับมายืนเหนือระดับ 51 บ่งชี้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
เมกะเทรนด์พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นแรงหนุนระยะยาว


ฝั่งลบ:

จีนผลิตเต็มกำลัง ทำให้ราคามีข้อจำกัดในการปรับขึ้น
ตลาดรับรู้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว ทำให้แรงเก็งกำไรลดลง

----------------------

สัญญาณจากจีน: PMI พลิกฟื้น

เดือนกันยายน 2026 จีนส่งสัญญาณบวกอย่างชัดเจน

NBS Manufacturing PMI ขยับขึ้นเป็น 50.1 กลับเข้าสู่โซนขยายตัว
Caixin PMI พุ่งแตะ 52.1 สูงสุดในรอบ 5 เดือน
Aluminium Processing PMI ดีดตัวแรงถึง 53.9 นำโดยกลุ่มอัลลอยด์และยานยนต์
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าจีนยังคงเป็น “เสาหลัก” ที่ช่วยพยุงตลาดอะลูมิเนียมโลกให้ทรงตัวได้แม้ในช่วงความผันผวน

-------------------------
 
แนวโน้มระยะสั้น

ราคามีแนวรับสำคัญที่ 3,100–3,130 ดอลลาร์ต่อตัน จากแรงหนุนของต้นทุนพลังงานและคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 3,280–3,320 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งถูกจำกัดด้วยซัพพลายจากจีนที่ยังไหลออกต่อเนื่อง

ในช่วง “Golden Week” ของจีน (1–7 ตุลาคม) ตลาด SHFE ปิดทำการ ทำให้ปริมาณซื้อขายลดลงชั่วคราว แต่เมื่อเปิดตลาดอีกครั้ง คำสั่งซื้อสะสมจะกลับเข้ามาและช่วยพยุงราคาไม่ให้หลุดแนวรับสำคัญ

-------------------------
 
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

การปรับฐานของราคาพรีเมียมและ LME ช่วยลดต้นทุนให้กับหลายภาคส่วนในเอเชีย

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า: ต้นทุนลดลง เพิ่มความสามารถแข่งขันของผู้ผลิตในญี่ปุ่นและอาเซียน
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์: ราคาวัตถุดิบที่ลดลงช่วยขยายกำลังการผลิต
ภาคก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน: ราคาที่นิ่งขึ้นช่วยเร่งโครงการขนาดใหญ่และพลังงานหมุนเวียน

------------------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ตลาดอะลูมิเนียมโลกในไตรมาส 4/2026 ยังคงอยู่ในภาวะ ซัพพลายตึงตัวเชิงโครงสร้าง แม้จีนจะเร่งผลิตมาชดเชย แต่ความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ราคามีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับปี 2025

ส่วน Japan Premium (MJP) มีแนวโน้มปิดต่ำกว่า 280 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ “ตลาดของผู้ซื้อ” อย่างชัดเจน ในระยะยาว อะลูมิเนียมยังคงเป็นโลหะยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนโลกยุคพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

--------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

-------------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS และ ALUMINUM จากประเทศไทย

-------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สงครามเขย่าโลก พลังงานเดือด เศรษฐกิจสั่นสะเทือน” เมื่อ สงคราม USA - IRAN กลับมาปะทุอีกครั้ง : 9 JULY 2026: SO OK TRADING
“สงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน สะเทือนพลังงานโลกและเศรษฐกิจ” ปะทุใหม่อีกรอบ 9 กรกฎาคม 2569 : กระเทือนกระเป๋าสตางค์คนทั่วโลก บทความโดย SO OK TRADING
9 ก.ค. 2026
ALUMINUM PRICE TREND 2026
An analysis of the aluminum market in 2026 indicates a likely continued market deficit and upward price pressure, driven by constrained supply and resilient demand from green energy sectors. However, significant volatility is expected due to policy uncertainties and the potential for new Indonesian supply to eventually balance the market. Key Drivers and Projections for 2026 Supply Side Analysis Capacity Constraints: China's primary aluminum output is approaching its self-imposed 45 million-tonne capacity cap, limiting global supply growth. Power Challenges: Smelters outside of China face intense competition for power from energy-intensive sectors like AI data centers, which are willing to pay higher prices for long-term contracts. This has kept significant capacity offline in Europe and the US. Production Disruptions: Outages and potential shutdowns at existing smelters in Iceland and Mozambique further tighten the market. Scrap Supply Pressure: The EU's planned implementation of the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) and potential scrap export tariffs in spring 2026 are expected to impact global scrap flows, creating regional shortages and price volatility. New Capacity: Indonesia is a key source of new supply, with several projects in the pipeline. However, analysts suggest the pace of the ramp-up may be slower than expected due to infrastructure and policy challenges, meaning it is unlikely to fully offset near-term tightness. Demand Side Analysis Green Transition Demand: Demand from "green" sectors such as solar panels, new energy vehicles, and energy transition infrastructure remains strong, providing fundamental support for the market. Substitution Effect: Aluminum's wide price discount relative to copper has encouraged substitution in electrical applications, acting as a tailwind for demand and prices. Construction and Automotive: The construction and automotive industries continue to be major consumers, with growing demand for lightweight, low-carbon aluminum products. Price Forecasts and Volatility The market is expected to remain in a deficit in 2026, with estimates ranging from 200,000 to 600,000 tonnes. This structural tightness is leading most analysts to forecast sustained or rising prices. Bullish Views: Analysts at Bank of America project prices of $3,000/tonne as early as 2026. J.P. Morgan also expects prices to approach $3,000/tonne in Q1 2026. ING forecasts an average price of $2,900/tonne for the year. Bearish/Conservative Views: Goldman Sachs is an outlier, forecasting prices to decline to $2,350/tonne by Q4 2026, anticipating a market surplus later in the year. SMM forecasts a "high first, then lower" pattern, with prices finding equilibrium in the $2,700–$2,800/tonne range by year-end. Premiums: Regional premiums, particularly the US Midwest premium, are expected to remain high and volatile due to tariffs and regional supply dynamics, creating a disconnect from the LME benchmark price. In essence, 2026 is projected to be a year of high volatility where participants need to focus on scenario readiness rather than relying on a single price forecast, as geopolitical and energy policies significantly influence regional supply and costs
31 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy