แชร์

“ทองแดงพุ่งแรงทะยานสู่อนาคต: Structural Bull Market ที่โลกจับตา ไม่หยุดแค่ปี 2026” : สถานการณ์ราคาทองแดงในปัจจุบัน และ Outlook: 29 SEP: SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2026
42 ผู้เข้าชม

ทองแดงทะยานสู่อนาคต: Structural Bull Market ที่กำลังเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ : สถานการณ์ราคาทองแดง 29/9/2026 และ OUTLOOK ราคาทองแดง Q4/2026

-----------------------

✨ บทนำ
ทองแดงกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “โลหะอุตสาหกรรมพื้นฐาน” สู่การเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่โลกจับตามอง ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ราคาทองแดงพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความต้องการมหาศาลจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) และโครงสร้างพื้นฐาน AI Data Centers ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้ราบเรียบเสมอไป เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว นโยบายการเงินของเฟด และแรงขายทำกำไรจากนักลงทุน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดทองแดงแกว่งตัวอย่างผันผวนในระยะสั้น

-----------------------
 
สถานการณ์ราคาทองแดงปัจจุบัน (กันยายน 2026)

ราคาฟิวเจอร์ส COMEX: เคลื่อนไหวที่ 6.50 – 6.75 ดอลลาร์/ปอนด์ (≈ 14,000 ดอลลาร์/ตัน LME) ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การเคลื่อนไหวเดือนกันยายน:

วันที่ 28 ก.ย. 2026 ราคาทองแดงฟิวเจอร์ส COMEX ร่วงลงแรง -1.96% ปิดที่ 6.6335 ดอลลาร์/ปอนด์

ราคาทองแดง LME ลดลง -1.8% สู่ระดับ 14,364 ดอลลาร์/ตัน

การปรับฐานครั้งนี้เกิดจากแรงกดดัน 3 ปัจจัยหลัก:

กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนชะลอตัวแรง → สะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ
เงินดอลลาร์แข็งค่า → กดดันสินค้าโภคภัณฑ์
แรงขายทำกำไร + ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น → เพิ่มความกังวลต้นทุนพลังงาน
แม้ราคาจะปรับตัวลง แต่ยังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 6.25 ดอลลาร์/ปอนด์ ได้ ทำให้ภาพใหญ่ยังคงเป็น ขาขึ้นเชิงโครงสร้าง

------------------------
 
Outlook Q4/2026

ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 ราคาทองแดงยังคงเคลื่อนไหวในกรอบสูง 11,000 – 14,000 ดอลลาร์/ตัน แม้เพิ่งเผชิญแรงขายทำกำไรและการปรับฐาน แต่โครงสร้างตลาดยังคงแข็งแกร่งในฐานะ Structural Bull Market

ฝั่งอุปสงค์: EVs ใช้ทองแดงมากกว่าเครื่องยนต์สันดาป 3–4 เท่า, Renewable Energy และ AI Data Centers ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ฝั่งอุปทาน: เหมืองทองแดงในชิลีและเปรูผลิตต่ำกว่าความต้องการ ขณะที่การลงทุนเหมืองใหม่ยังไม่ทันต่อความต้องการ
นโยบายการค้า: กำแพงภาษี 50% ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดการกักตุนทองแดงในประเทศอย่างผิดปกติ และบิดเบือนกลไกตลาดโลก

-----------------------
 
แนวโน้มในอนาคต

ปี 2027: ราคามีโอกาสยืนเหนือ 11,500 ดอลลาร์/ตัน จากอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้น
ปี 2030: ตลาดอาจเผชิญภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้างรุนแรง ราคามีโอกาสทะยานสู่ 13,228 ดอลลาร์/ตันขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยง: เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและการแข็งค่าของดอลลาร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ราคาผันผวนในระยะสั้น

------------------------
 
กลยุทธ์การลงทุน

นักลงทุนระยะสั้น: ใช้กลยุทธ์ Buy on Dip เมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ $6.25 – $6.00/ปอนด์ พร้อมตั้ง Stop Loss หากหลุด $5.90

ผู้ประกอบการ/ผู้นำเข้า: ควรทำ Hedging เพื่อปิดความเสี่ยงต้นทุน เนื่องจากราคามีความผันผวนสูงและไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทันที

นักลงทุนระยะยาว: จับตาสต็อกทองแดงโลกและค่าพรีเมียมขนส่ง โดยโครงสร้างตลาดยังเป็น Structural Deficit ต่อเนื่องถึงปี 2030

-----------------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ทองแดงกำลังเขียนบทใหม่ในประวัติศาสตร์ตลาดโลหะอุตสาหกรรม จากโลหะที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัตถุดิบพื้นฐาน สู่การเป็น “หัวใจของเศรษฐกิจอนาคต” ราคาที่พุ่งทะยานและโครงสร้างตลาดที่ตึงตัวสะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ ยุคทองแดง อย่างแท้จริง

แม้จะมีแรงกดดันระยะสั้นจากเศรษฐกิจจีนและนโยบายการเงินสหรัฐฯ แต่เส้นทางระยะยาวยังคงสดใสและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ที่มองเห็นภาพใหญ่ ทองแดงไม่ใช่แค่โลหะ แต่คือ “พลังงานใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ที่จะกำหนดทิศทางการลงทุนและอุตสาหกรรมในทศวรรษต่อไป

------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

---------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
บรรจุภัณฑ์ อลูมิเนียมไทย  : Green Packaging: ทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรม
บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมไทย: จุดเปลี่ยนสู่ความยั่งยืนระดับโลก
27 ม.ค. 2026
“ข้าวโพดไทย 2569–2570 : จากไร่สู่โลกแห่งโอกาส — SO OK TRADING เปิดมุมมองใหม่ สู่จังหวะเปลี่ยนผ่านของตลาดโลก”: 20 AUG 2026
ปี 2569 คือ “ปีแห่งการปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน” ของตลาดข้าวโพดไทยและโลก — จากภาวะอุปทานล้นตลาด สู่ “สมดุลตึงตัว” ที่ทุกประเทศต้องปรับกลยุทธ์รับมือทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยยังคงเผชิญช่องว่างระหว่าง ผลผลิตในประเทศ (4.5–5 ล้านตัน) กับ ความต้องการใช้จริงกว่า 8–9 ล้านตัน ทำให้ต้องนำเข้าจากเมียนมาและประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมาตรการ “ข้าวโพดไม่เผา” และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ในเวทีโลก ราคาข้าวโพด CBOT เดือนสิงหาคม 2569 ขยับขึ้นเหนือระดับ 4.98 ดอลลาร์ต่อบุชเชล จากผลผลิตสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดและปัญหาทะเลดำ ขณะที่บราซิล–อาร์เจนตินายังคงเป็นเสาหลักการส่งออก และจีนยังคงเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่เพื่อป้อนอุตสาหกรรมปศุสัตว์
20 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy