“ดีลประวัติศาสตร์วอชิงตัน : พักรบการค้าโลก สะเทือนค่าเงินบาท และพลิกเกมเศรษฐกิจโลก”: SO OK TRADING: Insight 24 SEP 2026

การเจรจาสหรัฐฯ–จีน (23–25 กันยายน 2026) : บทความโดย SO OK TRADING : 24 SEP 2026 : จับตาดูทิศทางการเจรจาอีก 2 วัน
“พักรบชั่วคราว สู่เสถียรภาพเปราะบาง และผลกระทบต่อค่าเงินบาท–เศรษฐกิจโลก”
บทนำ
การประชุมสุดยอดระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี (23–25 กันยายน 2026) ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่โลกจับตามอง เนื่องจากเป็นการเจรจาที่มีผลโดยตรงต่อทิศทางเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะผลกระทบต่อ ค่าเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์และบริบท
ทิศทางหลัก: ประนีประนอมเพื่อรักษาเสถียรภาพชั่วคราว
ทั้งสองฝ่ายมุ่งหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรง เน้นผลประโยชน์ระยะสั้นมากกว่าการแก้ไขเชิงโครงสร้าง
ข้อตกลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 1 ปี
จีนซื้อสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และเครื่องบิน Boeing จากสหรัฐฯ เพิ่มเติม
ตั้งกลไกฉุกเฉินด้าน AI ผ่านสายด่วน (Hotline) เพื่อจัดการความเสี่ยงไซเบอร์และ AI
ประเด็นขัดแย้งเชิงโครงสร้าง (3Ts + 1)
Trade: กำแพงภาษีสูงยังคงฝังราก
Tech: สหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึง AI และเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน
Taiwan: จุดยืนด้านความมั่นคงยังขัดแย้งโดยสิ้นเชิง
Iran & Russia: สหรัฐฯ กดดันจีนให้ลดการสนับสนุนและหยุดซื้อน้ำมัน
เนื้อหาและเหตุการณ์สำคัญ
พิธีต้อนรับครั้งประวัติศาสตร์: ทรัมป์เดินทางไปต้อนรับด้วยตัวเองที่สนามบิน พร้อมจัดเครื่องบิน B-1 บินผ่านน่านฟ้า
ผลลัพธ์แรก: ขยายเวลาพักรบการค้าไปจนถึง 10 มกราคม 2027
สัญญาณจากทรัมป์: เริ่มพูดคุยเรื่องอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน
Outlook: ผลกระทบต่อตลาดการเงินและค่าเงินบาท
ตลาดหุ้น
สหรัฐฯ: NASDAQ ร่วง -1.1% จากบอนด์ยีลด์พุ่งทะลุ 5%
ญี่ปุ่น: Nikkei 225 พุ่ง +1.85% จากบรรยากาศบวก
จีน/ฮ่องกง: บวกเล็กน้อย (SSE +0.38% / HSI +0.33%)
ทองคำ: แกว่งตัวในกรอบ 4,340–4,390 ดอลลาร์/ออนซ์
ค่าเงิน
หยวนแข็งค่าแตะ 6.70 ต่อดอลลาร์ (สูงสุดในรอบ 4 ปี)
เยนอ่อนค่าไปที่ 158.24 ต่อดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากเศรษฐกิจแข็งแกร่งและท่าทีเฟด
เงินบาท (THB): แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแตะบริเวณ 33.05–33.20 บาทต่อดอลลาร์
นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อการขยายเวลาพักรบการค้า
แต่ยังถูกกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่สูง ทำให้แรงซื้อเงินบาทไม่ต่อเนื่อง
ภาคธุรกิจนำเข้า–ส่งออกไทยยังต้องจับตาความผันผวน โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
โลหะนอกกลุ่มเหล็ก
แร่หายากปรับตัวลงจากการผ่อนปรนส่งออก
ทองแดง +0.39% และอลูมิเนียมทรงตัว
ทิศทางในอนาคต
ทองคำ
แนวรับ: 4,265 / 4,195 ดอลลาร์ | แนวต้าน: 4,430 / 4,500 ดอลลาร์
ปัจจัยกดดัน: การพักรบการค้าลดความเสี่ยง → ราคาย่อตัว
ปัจจัยหนุน: ความตึงเครียดตะวันออกกลางและไต้หวัน
น้ำมันดิบ
ปัจจุบัน: ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
กรณีเลวร้าย: หากสงครามยืดเยื้อ → อาจพุ่งถึง 150 ดอลลาร์
กรณีคลี่คลาย: หากจีนช่วยเจรจา → มีโอกาสลดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์
ค่าเงินบาท
หากน้ำมันพุ่งแรง → กดดันเงินบาทให้อ่อนค่า
หากการเจรจาสหรัฐฯ–จีนคลี่คลาย → หนุนเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
แนวรับสำคัญ: 33.00 บาท/ดอลลาร์ | แนวต้าน: 33.60 บาท/ดอลลาร์
-------------------
บทสรุปส่งท้าย
การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็น “การพักรบเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง สำหรับไทย ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้นชั่วคราว แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้ทุกเมื่อ
-------------------
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SO OK TRADING
------------------


