แชร์

“Tuna Transformation: พลิกโฉมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สู่ยุค Smart Protein & Aluminum Packaging Premium”: SO OK TRADING: 18 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
943 ผู้เข้าชม

“Tuna Transformation: จากทูน่ากระป๋องสู่ Pet Food พรีเมียม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม” : SO OK TRADING: - 18 SEPTEMBER 2026

------------------------
 
✨ บทนำ

ประเทศไทยครองตำแหน่ง ผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก แต่กลับมีการบริโภคภายในประเทศที่น้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออก นี่คือความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่สะท้อนถึงบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก — ประเทศที่เป็น “ครัวโลก” แต่ไม่ใช่ “ผู้บริโภคหลัก” ของสินค้าตนเอง ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมทูน่ากำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จาก Human Food → Pet Food Premium และจาก Steel Can → Aluminum Packaging เพื่อรับมือกับความต้องการใหม่ของตลาดโลกและมาตรการด้าน ESG

------------------------
 
เนื้อหา Outlook ตลาดทูน่าและอาหารสัตว์เลี้ยง

ตลาดในประเทศไทย
มูลค่าเพียง 760 ล้านบาท (เล็กมากเมื่อเทียบกับปลากระป๋องชนิดอื่น 8,000–9,000 ล้านบาท)
SEALECT (TU) ครองตลาด 57.5% ด้วยกลยุทธ์ “Smart Protein”
แนวโน้ม: พัฒนาสินค้า Ready-to-Eat ผสมรสชาติไทย เช่น น้ำพริก, คั่วกลิ้ง, แกงไทย เพื่อเพิ่มการบริโภค

ตลาดส่งออก
ปี 2568 ส่งออกกว่า 76,666 ล้านบาท (542,814 ตัน)
ตลาดหลัก: สหรัฐฯ (30%), ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง
ความท้าทาย: ESG, IUU Fishing, กำแพงภาษี, คู่แข่งเอกวาดอร์และจีน

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food)
ส่งออกทะลุ 106,386 ล้านบาท (+25% YoY)


ตลาดในประเทศโตถึง 46,000 ล้านบาท

โรงงานใหญ่ปรับพอร์ตจาก Human Food → Pet Food เพราะ Margin สูงกว่า

ปัจจัยขับเคลื่อน: Pet Humanization, Tuna Premiumization, และ Synergy จากห่วงโซ่อุปทานทูน่า

ตลาดหลักส่งออก ทูน่ากระป๋องจากไทย : สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิตาลี, มาเลเซีย

ตลาดเกิดใหม่: EU, อาเซียน, อินเดีย, ตะวันออกกลาง

---------------------------
 
บทบาทของบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมในอุตสาหกรรมทูน่า กระป๋อง :

บรรจุภัณฑ์คือ “Game Changer” ของอุตสาหกรรมนี้ เพราะไม่ใช่แค่ภาชนะ แต่คือ ตัวกำหนดคุณค่าและภาพลักษณ์ของสินค้า

1. กระป๋องอลูมิเนียม (Aluminum Can)

กำลังแทนที่กระป๋องเหล็ก โดยเฉพาะใน Pet Food Premium
จุดเด่น: รีไซเคิลได้ 100%, น้ำหนักเบา, ลดค่าขนส่ง, ไม่เป็นสนิม
Human Food: ยังใช้เหล็ก >70% แต่เริ่มใช้อลูมิเนียมในทูน่าพรีเมียม
Pet Food: ใช้อลูมิเนียมขนาดเล็ก (70–85 กรัม) สูงมาก เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงยอมจ่ายแพงเพื่อความพรีเมียมและปลอดภัย

2. ซองอลูมิเนียมฟอยล์ / เพาช์ (Retort Pouch)
เติบโตเร็วที่สุด โดยเฉพาะ Wet Pet Food
Human Food: เริ่มนิยม “Tuna Pouch” ในสหรัฐฯ และยุโรป
ข้อจำกัด: รีไซเคิลยาก → พัฒนานวัตกรรม Mono-material Pouch

3. ผู้เล่นหลักในไทย : SWAN INDUSTRY , LOHAKIJ , Royal Can Industry Etc.
BGC บางกอกกล๊าซ: จากแก้ว → Flexible Packaging และ Pouch

---------------------------
 
ทิศทางในอนาคตตลาด และ อุตสาหกรรม ทูน่ากระป๋อง

Pet Food Premiumization จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมทูน่าไทย

Aluminum Packaging จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ตอบโจทย์ ESG และความสะดวก

ตลาดเกิดใหม่ เช่น อินเดียและอาเซียน จะเป็นโอกาสทองในการกระจายความเสี่ยงจากสหรัฐฯ

นวัตกรรม Functional Food & Packaging จะสร้างมูลค่าเพิ่มและ Margin ที่สูงขึ้น

---------------------------
 
สรุปส่งท้าย

อุตสาหกรรมทูน่าของไทยกำลังอยู่ในช่วง “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญ — จากการเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก สู่การเป็น ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมอันดับ 2 ของโลก และจากการใช้ Steel Can → Aluminum Packaging ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน นี่ไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่คือการ ยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก ให้เป็นผู้นำด้าน Smart Protein + Smart Packaging อย่างแท้จริง

 -------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST , SHARP , RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“SO OK TRADING เปิดมุมมองตลาดดีบุกโลก 2026: โลหะยุทธศาสตร์ล้ำค่าที่ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัล พลังงานสีเขียว และ AI–EV” ทิศทางการใช้งานดีบุก แนวโน้มราคา และ อุตสาหกรรม
ดีบุก: โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุคดิจิทัลและพลังงานสีเขียว SO OK TRADING | 2 ตุลาคม 2026 ในยุคที่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาดขับเคลื่อนโลก ดีบุก (Tin: Sn) ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “โลหะยุทธศาสตร์” ที่มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือพลังงานสีเขียว ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจสำคัญของการผลิตและนวัตกรรมแห่งอนาคต ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น — สีเงินขาว อ่อนนุ่ม ทนต่อการกัดกร่อน และไม่เป็นสนิม — ดีบุกจึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การบัดกรีวงจรไฟฟ้า การเคลือบโลหะ การผลิตโลหะผสม ไปจนถึงกระบวนการผลิตกระจกและสารเคมีขั้นสูง ในปี 2026 ตลาดดีบุกทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 53,700 – 54,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน และยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการในภาคเทคโนโลยี AI และ EV โดยคาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับสูงตลอดปี 2027 ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอุปทานเชิงโครงสร้าง ดีบุกจึงไม่ใช่แค่โลหะอุตสาหกรรมทั่วไป แต่คือ “แร่ล้ำค่าแห่งยุคดิจิทัล” ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals)
2 ต.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy