แชร์

“โลหะโลกสั่นสะเทือน! FED จ่อขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์แข็งกดดันตลาด LME — วิเคราะห์เชิงลึก สต็อกต่ำสุดในรอบ 36 ปี โดย SO OK TRADING”:ทิศทาง 14-18 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.ย. 2026
143 ผู้เข้าชม

สถานการณ์โลหะอุตสาหกรรมและโลหะมีค่า: สัปดาห์แห่งแรงกดดันจาก FED (โอกาสขึ้นดอกเบี้ยสูง) และดอลลาร์แข็ง : 14-18 SEP 2026 : SO OK TRADING 

-------------
 
บทนำ
ตลาดโลหะอุตสาหกรรมและโลหะมีค่าในสัปดาห์หน้ากำลังเข้าสู่ช่วงที่ “ผันผวนสูง” จากแรงกดดันมหภาค โดยเฉพาะการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีแรงหนุนจากอุปสงค์เชิงโครงสร้าง เช่น EV, Data Center, Renewable Energy และโครงข่ายไฟฟ้าจีน ทำให้ภาพรวมตลาดเต็มไปด้วยทั้งแรงกดดันและแรงหนุนที่ขัดแย้งกัน

-------------

 เนื้อหาและบทวิเคราะห์

ฃทองแดง (Copper) ราคายังแกว่งในกรอบ $14,200–14,500 หลังจากทำสถิติสูงสุดใหม่ มีแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่ยังได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างไฟฟ้าในจีนและความต้องการจาก Data Center อย่างไรก็ตาม การทบทวนมาตรการภาษีทองแดงแปรรูปของสหรัฐฯ อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา

อะลูมิเนียม (Aluminium) สต็อกในคลัง LME ลดลงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 36 ปี ทำให้ราคายืนเหนือ $3,200 ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ดอลลาร์แข็งค่าจะกดดัน แต่ตลาดยังคาดหวังการฟื้นตัวของดีมานด์ในช่วง Peak Season กันยายน–ตุลาคม หากมีการยกเลิกสัญญาเพิ่มขึ้น ราคามีโอกาสทดสอบ $3,500

สังกะสี (Zinc) ราคายังคงสูงสุดในรอบ 4 ปี จากสต็อกต่ำกว่า 100,000 ตันและการลดกำลังผลิตของจีน แต่ภาพรวมยังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก คาดแกว่งในกรอบ $3,800–4,150 โดยยังมีแรงหนุนจากอุปสงค์ EV และพลังงานสะอาด

ดีบุก (Tin) โครงสร้างทางเทคนิคกลับมาเป็นขาขึ้น อุปทานจากเมียนมายังต่ำ และโควตาส่งออกอินโดนีเซียยังไม่ฟื้นเต็มที่ ทำให้ราคามีโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องในกรอบ $54,700–55,200

ทองคำ (XAU/USD) เคลื่อนไหวในกรอบ $4,300–$4,500 ถูกกดดันจากดอกเบี้ย FED และดอลลาร์แข็ง แต่ยังมีแรงซื้อกลับจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ หาก CPI ต่ำกว่าคาด มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบ $4,500

เงิน (XAG/USD) อยู่ในกรอบ $63–$67 ได้แรงหนุนจากอุปสงค์อุตสาหกรรม (โซลาร์เซลล์, EV) แม้ดอกเบี้ยสูงยังเป็นแรงกดดัน หากยืนเหนือ $65.5 ได้ มีโอกาสขึ้นไป $68–71

--------------
 
ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ย FED

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า: สินค้าโภคภัณฑ์แพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อสกุลเงินอื่น → ความต้องการลดลง

ต้นทุนการเงินสูงขึ้น: ธุรกิจและผู้บริโภคลดการลงทุนและการใช้จ่าย → ความต้องการพลังงานและวัตถุดิบลดลง

โอกาสต้นทุน (Opportunity Cost): นักลงทุนโยกเงินไปพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูง → กดดันทองคำและโลหะมีค่า

ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ: ดอกเบี้ยสูงอาจกดดันการเติบโต → ราคาน้ำมันและโลหะอุตสาหกรรมอาจอ่อนตัวตามดีมานด์

--------------
 
สรุป

ตลาดโลหะอุตสาหกรรมยังคงมีแรงหนุนจากอุปสงค์เชิงโครงสร้างและสต็อกที่อยู่ในระดับต่ำ แต่แรงกดดันจากดอกเบี้ย FED และดอลลาร์แข็งทำให้ราคามีความเสี่ยงต่อการปรับฐาน ขณะที่ทองคำและเงินแกว่งในกรอบแคบ โดยทองคำถูกกดดันมากกว่า ส่วนเงินมีโอกาส outperform หากอุปสงค์อุตสาหกรรมยังแข็งแรง

--------------
 
OUTLOOK - LME METAL , PRECIOUS METAL : MID SEP 2026

ตลาดโลหะอุตสาหกรรม: Aluminium และ Zinc มีแนวโน้มแข็งแรงที่สุดจากสต็อกต่ำและดีมานด์ EV/พลังงานสะอาด

ทองคำ: คาดแกว่งในกรอบ $4,300–$4,500 โดยมีแรงซื้อกลับหากดอลลาร์อ่อน

เงิน: คาดแกว่งในกรอบ $63–$67 และมีโอกาส outperform ทองหากอุปสงค์อุตสาหกรรมยังแข็งแรง

กลยุทธ์: นักลงทุนควรตั้งรับในแนวรับสำคัญ ไม่ควรไล่ราคา และจับตาการประชุม FED กลางเดือนกันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวแปรหลักกำหนดทิศทางตลาด
 
“แรงกดดันจาก FED และดอลลาร์แข็ง” เป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางตลาดโลหะในสัปดาห์หน้า แต่ปัจจัยโครงสร้างด้านอุปสงค์และสต็อกต่ำยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยพยุงราคาไม่ให้ทรุดตัวรุนแรง.

--------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

---------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
สงครามดันโลหะพุ่ง! อลูมิเนียม 2026 – โลหะยุทธศาสตร์แพงทะลุเพดาน เมื่อพลังงานขาดแคลน ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และโลกเข้าสู่ปีแห่งการแย่งชิงวัตถุดิบ : บทความโดย SO OK TRADING
ปี 2026 คือปีที่ “อลูมิเนียม” กลายเป็นโลหะยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องแย่งชิง! จากสงคราม USA–Iran ที่ปะทุในตะวันออกกลาง สู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดผลิตในกาตาร์–บาห์เรน ผลกระทบกระจายไปทั่วโลก ทั้งราคาพุ่งทะยาน สต็อก LME ต่ำสุดในรอบ 20 ปี และค่าพรีเมียม MJP ที่ทะลุ 250 ดอลลาร์/ตัน
9 มี.ค. 2026
สินค้าเกษตร และ เกษตรแปรรูปจากไทย “ครัวโลกยุคนวัตกรรม เริ่มต้นที่ไทย ส่งต่อถึงโลก: จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตโลก สด อร่อย ปลอดภัย ด้วยมาตรฐานไทย ส่งออกด้วยนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต" : บทความโดย SO OK TRADING :23 มีนาคม 2026
ไทยสู่ “ครัวโลกยุคนวัตกรรม” จากวัตถุดิบสู่มูลค่าเพิ่ม! ผลไม้แปรรูป ข้าวนวัตกรรม อาหารสุขภาพ และโปรตีนทางเลือกจากไทย กำลังส่งไกลทั่วโลก ด้วยมาตรฐานที่คนทั่วโลกยอมรับ
23 มี.ค. 2026
จับตาค่าเงินบาทวีค 26/1/2026 - 31/1/2026  หลังทองทะลุ 5,000 USD/Onz บทความจาก SO OK TRADING
ทองทะลุ 5,000 USD/Onz , เงินจวนเจียน 105 USD/Onz นักลงทุนหนีจากดอลลาร์สหรัฐมาเก็บเงินในโลหะมีค่า จับตาค่าเงินว่าจะไปในทิศทางไหน และ จะมีผลต่อผู้ส่งออก และ นำเข้าอย่างไร เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.00–31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่: - USD/THB: 31.00–31.08 - JPY/THB: 100 เยน ≈ 19.80–20.00 บาท - EUR/THB: ≈ 36.38 บาท - CNY/THB: ≈ 4.44 บาท
26 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy