แชร์

สมรภูมิตะวันออกกลาง น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียในยุคสงครามเศรษฐกิจ : SO OK TRADING: 28 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
1759 ผู้เข้าชม

สมรภูมิตะวันออกกลาง : น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ : SO OK TRADING : 28 AUG 2026

-------------------

บทนำ

โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อราคาน้ำมันดิบ แนฟทา และปุ๋ยยูเรียเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงจากแรงกดดันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ สงครามในตะวันออกกลางที่เคยเป็นการปะทะทางทหาร กำลังปรับเปลี่ยนสู่สงครามเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ขณะที่อุปสงค์โลกจากจีนและสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคา การปรับตัวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและซัพพลายเชน

--------------------
 
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลก (สิงหาคม–กันยายน 2026)

ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วงลงกว่า 3% เคลื่อนไหวในกรอบ 80–86 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการเจรจาเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตอีก 188,000 บาร์เรล/วันในเดือนกันยายน ทำให้อุปทานเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
ความต้องการจากจีนชะลอตัว กดดันราคาลงต่อเนื่อง

J.P. Morgan คาดการณ์ว่า Brent เฉลี่ยเดือนกันยายนจะอยู่ในกรอบ 78–86 ดอลลาร์/บาร์เรล

---------------------

คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเดือนกันยายน 2026

Brent: ต่ำสุด 78.77 | เฉลี่ย 80.85
WTI: ต่ำสุด 73.50 | เฉลี่ย 76.20

--------------------

 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจดันราคากลับขึ้น

สต็อกน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ
ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการโจมตีโรงกลั่นในรัสเซีย

--------------------
 
ราคาน้ำมันในประเทศไทย

ราคาขายปลีกยังคงทรงตัว เนื่องจาก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเก็บเงินเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่อง
แม้ราคาน้ำมันโลกปรับลด แต่การปรับราคาขายในประเทศทำได้ยาก

--------------------
 
⚔️ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

สหรัฐฯ เปลี่ยนจากสงครามทางทหารเป็น สงครามเศรษฐกิจ (Operation Economic Outcast) คว่ำบาตรอิหร่านและพันธมิตร
อิหร่านเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อทะลุ 84–100% ค่าเงินเรียลร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความขัดแย้งอิสราเอล–เลบานอนยังยืดเยื้อ มีผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 คน
ฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ยังคงตึงเครียด ข้อตกลงหยุดยิงไร้ความคืบหน้า

-------------------
 
แนฟทา (Naphtha)

ราคากลางโลกอยู่ที่ 744–747 ดอลลาร์/ตัน (สูงกว่าปีก่อน 33%)
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเริ่มฟื้นตัว หนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นและปิโตรเคมีต้นน้ำ
ไทยปรับกลยุทธ์นำเข้าแนฟทาจาก สหรัฐฯ และอินเดีย เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง แม้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น
ความต้องการในอเมริกาและยุโรปยังแข็งแกร่งจากการใช้ผสมในน้ำมันเบนซิน

-------------------
 
ปุ๋ยยูเรีย (Urea)

ราคาสปอต FOB Middle East ปรับฐานลงมาอยู่ที่ 400–420 ดอลลาร์/ตัน จากจุดสูงสุด 720 ดอลลาร์/ตันในเดือนมีนาคม–เมษายน

การเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและการกลับมาส่งออกของจีนช่วยเพิ่มอุปทาน กดดันราคาโลกลงกว่า 45%

ไทยเร่งเจรจานำเข้าจากรัสเซียเพื่อกระจายความเสี่ยง ลดผลกระทบจากตะวันออกกลาง

-------------------
 
OUTLOOK & ทิศทางระยะถัดไป

น้ำมันดิบโลก: แนวโน้มเดือนกันยายนยังคง Bearish ราคามีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 73–86 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมีแรงกดดันจากการเพิ่มกำลังผลิต OPEC+ และความต้องการจากจีนที่ชะลอตัว แต่ต้องจับตาสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวซึ่งอาจดันราคากลับขึ้นได้

แนฟทา: แม้ราคายังสูงกว่าปีก่อนถึง 33% แต่การคลี่คลายเส้นทางเดินเรือและการกระจายความเสี่ยงของไทยช่วยลดแรงกดดัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีปลายน้ำเริ่มฟื้นตัวจากส่วนต่างราคาที่ดีขึ้น

ปุ๋ยยูเรีย: ราคาปรับฐานลงแรงกว่า 45% จากจุดสูงสุด ช่วยบรรเทาต้นทุนเกษตรกร แต่ความเปราะบางของเส้นทางเดินเรือและต้นทุนพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงในระยะยาว

ภูมิรัฐศาสตร์: สงครามตะวันออกกลางเปลี่ยนผ่านสู่สงครามเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ และพันธมิตรใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน แม้ความเสี่ยงทางทหารเริ่มลดลง แต่ Proxy War และความตึงเครียดยังไม่สิ้นสุด

--------------------

✨ บทสรุป: โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่พลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ในสงครามเศรษฐกิจ การปรับตัวและการกระจายความเสี่ยงคือกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยและโลกในระยะถัดไป

---------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

--------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
อลูมิเนียมเปลี่ยนโลก: ไม่ใช่แค่กระป๋องธรรมดา แต่คือบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่วาดอนาคตของอาหารและเครื่องดื่ม
อลูมิเนียม: หัวใจของบรรจุภัณฑ์โลกและไทย จากโลหะเบา สู่บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่ทั้งปลอดภัย รีไซเคิลได้ และช่วยลดต้นทุนขนส่ง! รู้หรือไม่ว่า…กระป๋องอลูมิเนียมที่คุณถืออยู่ มีประวัติยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และกำลังกลายเป็น “สัญลักษณ์แห่งอนาคต” ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก
24 ก.พ. 2026
“Rare Earth Recycling: พลิกโฉมพลังงานสะอาด กุญแจสู่อนาคตด้วย Neodymium & Dysprosium”
♻️ การรีไซเคิลแร่หายาก Neodymium และ Dysprosium: อุตสาหกรรมแห่งอนาคต SO OK TRADING | 20 กรกฎาคม 2026 ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีไฟฟ้า แร่หายากอย่าง Neodymium (Nd) และ Dysprosium (Dy) กลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ — ตั้งแต่ มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า (EV), กังหันลม, ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, ไปจนถึง ลำโพงและหูฟังคุณภาพสูง การรีไซเคิลแร่หายากเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการทำเหมืองและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังช่วย ประหยัดพลังงานได้มากกว่า 60–80% และสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว เทคโนโลยีรีไซเคิลยุคใหม่ เช่น Hydrometallurgy, Pyrometallurgy และ HPMS (Hydrogen Processing of Magnet Scrap) กำลังเปลี่ยนวิธีการจัดการทรัพยากรให้สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยกว่า 10–15% ต่อปี (2026–2035) ประเทศไทยเองกำลังเริ่มขยับเข้าสู่เวทีนี้อย่างจริงจัง ทั้งจากงานวิจัยของ กพร., มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงความร่วมมือกับภาคเอกชนญี่ปุ่นในการพัฒนาโรงงานรีไซเคิลแม่เหล็กจากมอเตอร์ EV และการเปิดเหมือง Chatree REE ที่คาดว่าจะสามารถป้อนวัตถุดิบได้ถึง 5% ของความต้องการโลกภายในปี 2026 อุตสาหกรรมรีไซเคิลแร่หายากจึงไม่ใช่แค่ “ทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม” อีกต่อไป แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานแห่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานสะอาด” ที่จะกำหนดอนาคตของโลกและประเทศไทยในทศวรรษหน้า SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
20 ก.ค. 2026
“ASEAN Metal Chain: ขุมทรัพย์ใต้ดิน พลิกเหมืองสู่โลหะอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกใหม่”: บทความโดย SO OK TRADING:24 JUNE 2026
ASEAN: ขุมทรัพย์แร่โลหะนอกกลุ่มเหล็ก สู่หัวใจเศรษฐกิจโลกใหม่ โดย SO OK TRADING | 24 มิถุนายน 2026
24 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy