แชร์

สมรภูมิตะวันออกกลาง น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียในยุคสงครามเศรษฐกิจ : SO OK TRADING: 28 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
117 ผู้เข้าชม

สมรภูมิตะวันออกกลาง : น้ำมัน แนฟทา และปุ๋ยยูเรียท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ : SO OK TRADING : 28 AUG 2026

-------------------

บทนำ

โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อราคาน้ำมันดิบ แนฟทา และปุ๋ยยูเรียเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงจากแรงกดดันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ สงครามในตะวันออกกลางที่เคยเป็นการปะทะทางทหาร กำลังปรับเปลี่ยนสู่สงครามเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ ขณะที่อุปสงค์โลกจากจีนและสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคา การปรับตัวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและซัพพลายเชน

--------------------
 
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลก (สิงหาคม–กันยายน 2026)

ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วงลงกว่า 3% เคลื่อนไหวในกรอบ 80–86 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการเจรจาเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตอีก 188,000 บาร์เรล/วันในเดือนกันยายน ทำให้อุปทานเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
ความต้องการจากจีนชะลอตัว กดดันราคาลงต่อเนื่อง

J.P. Morgan คาดการณ์ว่า Brent เฉลี่ยเดือนกันยายนจะอยู่ในกรอบ 78–86 ดอลลาร์/บาร์เรล

---------------------

คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเดือนกันยายน 2026

Brent: ต่ำสุด 78.77 | เฉลี่ย 80.85
WTI: ต่ำสุด 73.50 | เฉลี่ย 76.20

--------------------

 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจดันราคากลับขึ้น

สต็อกน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ
ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการโจมตีโรงกลั่นในรัสเซีย

--------------------
 
ราคาน้ำมันในประเทศไทย

ราคาขายปลีกยังคงทรงตัว เนื่องจาก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเก็บเงินเพิ่มเพื่อเสริมสภาพคล่อง
แม้ราคาน้ำมันโลกปรับลด แต่การปรับราคาขายในประเทศทำได้ยาก

--------------------
 
⚔️ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

สหรัฐฯ เปลี่ยนจากสงครามทางทหารเป็น สงครามเศรษฐกิจ (Operation Economic Outcast) คว่ำบาตรอิหร่านและพันธมิตร
อิหร่านเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อทะลุ 84–100% ค่าเงินเรียลร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความขัดแย้งอิสราเอล–เลบานอนยังยืดเยื้อ มีผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 คน
ฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ยังคงตึงเครียด ข้อตกลงหยุดยิงไร้ความคืบหน้า

-------------------
 
แนฟทา (Naphtha)

ราคากลางโลกอยู่ที่ 744–747 ดอลลาร์/ตัน (สูงกว่าปีก่อน 33%)
ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเริ่มฟื้นตัว หนุนผู้ประกอบการโรงกลั่นและปิโตรเคมีต้นน้ำ
ไทยปรับกลยุทธ์นำเข้าแนฟทาจาก สหรัฐฯ และอินเดีย เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง แม้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น
ความต้องการในอเมริกาและยุโรปยังแข็งแกร่งจากการใช้ผสมในน้ำมันเบนซิน

-------------------
 
ปุ๋ยยูเรีย (Urea)

ราคาสปอต FOB Middle East ปรับฐานลงมาอยู่ที่ 400–420 ดอลลาร์/ตัน จากจุดสูงสุด 720 ดอลลาร์/ตันในเดือนมีนาคม–เมษายน

การเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและการกลับมาส่งออกของจีนช่วยเพิ่มอุปทาน กดดันราคาโลกลงกว่า 45%

ไทยเร่งเจรจานำเข้าจากรัสเซียเพื่อกระจายความเสี่ยง ลดผลกระทบจากตะวันออกกลาง

-------------------
 
OUTLOOK & ทิศทางระยะถัดไป

น้ำมันดิบโลก: แนวโน้มเดือนกันยายนยังคง Bearish ราคามีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 73–86 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมีแรงกดดันจากการเพิ่มกำลังผลิต OPEC+ และความต้องการจากจีนที่ชะลอตัว แต่ต้องจับตาสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัวซึ่งอาจดันราคากลับขึ้นได้

แนฟทา: แม้ราคายังสูงกว่าปีก่อนถึง 33% แต่การคลี่คลายเส้นทางเดินเรือและการกระจายความเสี่ยงของไทยช่วยลดแรงกดดัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีปลายน้ำเริ่มฟื้นตัวจากส่วนต่างราคาที่ดีขึ้น

ปุ๋ยยูเรีย: ราคาปรับฐานลงแรงกว่า 45% จากจุดสูงสุด ช่วยบรรเทาต้นทุนเกษตรกร แต่ความเปราะบางของเส้นทางเดินเรือและต้นทุนพลังงานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงในระยะยาว

ภูมิรัฐศาสตร์: สงครามตะวันออกกลางเปลี่ยนผ่านสู่สงครามเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ และพันธมิตรใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน แม้ความเสี่ยงทางทหารเริ่มลดลง แต่ Proxy War และความตึงเครียดยังไม่สิ้นสุด

--------------------

✨ บทสรุป: โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่พลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ในสงครามเศรษฐกิจ การปรับตัวและการกระจายความเสี่ยงคือกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยและโลกในระยะถัดไป

---------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

--------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Zinc Fever 2026: สังกะสีเดือด ราคาพุ่งแรงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าโลกโลหะและอุตสาหกรรมไทย”: SO OK TRADING: 26 AUG 2026
Zinc Rally 2026: ราคาทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกและไทย ปี 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดสังกะสีโลก เมื่อราคาพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวจากเหมืองใหญ่ทั่วโลกที่หยุดผลิต และค่าฟีถลุงแร่ที่ติดลบเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนแรงซื้อคืน (Short Squeeze) ที่เขย่าตลาดโลหะทั่วโลก พร้อมส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำในประเทศไทย ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% ราคาซื้อขายสังกะสีในตลาด LME พุ่งแตะระดับ 3,987 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่สัญญาล่วงหน้า 3 เดือนอยู่ที่ 3,853 ดอลลาร์/ตัน และปริมาณสินค้าคงคลังลดลงเหลือเพียง 95,050 ตัน ต่ำสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนภาวะตลาดแบบ Backwardation ที่รุนแรง ส่วนต่างราคาทันทีและสัญญาล่วงหน้าสูงถึง 132–156 ดอลลาร์/ตัน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการใหม่ในภาค พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องปรับตัวต่อแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการ CBAM ของยุโรป ที่ผลักดันให้เกิดการใช้ Green Zinc และสังกะสีรีไซเคิลมากขึ้น สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมเหล็กชุบสังกะสีและชิ้นส่วนยานยนต์ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใหม่ เช่น ZAM (Zinc-Aluminium-Magnesium) และการใช้วัสดุทดแทนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะโลก FAST • SHARP • RELIABLE
26 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy