แชร์

“Copper Momentum 2026 – โลหะยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนโลกอนาคต | SO OK TRADING Insight: ทองแดงยุค AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม | ทิศทางราคาทองแดง 24 สิงหาคม 2026”

อัพเดทล่าสุด: 24 ส.ค. 2026
1789 ผู้เข้าชม

บทความสรุปสถานการณ์ราคาทองแดง ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2026 : SO OK TRADING : 

---------------------

ทองแดง: โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุค AI และพลังงานสะอาด

---------------------

ราคาทองแดงในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงใกล้เคียงสถิติใหม่ แม้จะมีการพักฐานเล็กน้อยจากต้นเดือนสิงหาคมที่เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาด COMEX เคลื่อนไหวเฉลี่ยราว 6.54–6.58 ดอลลาร์ต่อปอนด์ และตลาด LME ยืนเหนือ 14,000 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมยุคใหม่

-------------------
 
ปัจจัยหนุนราคาทองแดง (Bullish Factors)

อุตสาหกรรม AI และพลังงานใหม่: ความต้องการสายเคเบิลและระบบระบายความร้อนในดาต้าเซนเตอร์ รวมถึงการขยายตัวของ EV และ Solar ทำให้อุปสงค์ทองแดงพุ่งสูงขึ้น

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า: ส่งผลให้ทองแดงถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น

ความเสี่ยงด้านอุปทาน: ปัญหาการผลิตในชิลีและเปรู รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กดดันให้ต้นทุนและการขนส่งสูงขึ้น

-------------------
 
⚠️ ปัจจัยกดดัน (Bearish Factors)

สต็อกสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น: การส่งเข้าคลัง LME มากขึ้นช่วยคลายความกังวลภาวะตึงตัว
เศรษฐกิจจีนชะลอตัว: ภาคการผลิตและการก่อสร้างลดความต้องการทองแดง ขณะเดียวกันนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยิ่งเพิ่มแรงกดดัน

-------------------
 
แนวโน้มและการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์

แนวรับสำคัญ: 13,800–14,000 ดอลลาร์ หากราคายังยืนเหนือได้ ภาพรวมยังเป็นขาขึ้น

แนวต้านสำคัญ: 14,500–15,000 ดอลลาร์ หากทะลุผ่านไปได้ มีโอกาสทดสอบระดับสูงสุดใหม่
ความเสี่ยง Demand Destruction: ราคาที่สูงกว่า 14,000 ดอลลาร์อาจทำให้ผู้ซื้อชะลอคำสั่งซื้อหรือหันไปใช้วัสดุทดแทน

--------------------
 
ภาพรวมตลาด Copper Cathode (ทองแดงแผ่นบริสุทธิ์ 99.99%)

ราคายืนแข็งแกร่ง: LME Spot/Three-Month อยู่ในโซน 14,040–14,200 ดอลลาร์

ค่าพรีเมียมพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์: CODELCO และ Aurubis ปรับขึ้นค่าพรีเมียมในยุโรปถึง 325 ดอลลาร์ต่อตัน (+39% จากปีก่อน)

แนวโน้มอุปสงค์ 2026–2030: คาด CAGR 5.27–6.3% จาก AI Data Centers, Smart Grid และ EV
Low-Carbon Cathode: เกิด Green Premium รองรับมาตรการ ESG

--------------------
 
⚠️ ข้อจำกัดด้านอุปทาน

เหมือง El Teniente และเปรูผลิตต่ำกว่าเป้า

ต้นทุนกรดซัลฟิวริกพุ่งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

นโยบายกีดกันทางการค้าสหรัฐฯ ทำให้เกิดการแย่งชิงอุปทาน

---------------------
 
คาดการณ์ราคาทองแดง

J.P. Morgan: Q4/2026 อาจแตะ 14,800 ดอลลาร์ และเฉลี่ยปี 2027 ที่ 13,800 ดอลลาร์
Trading Economics: 12 เดือนข้างหน้าอาจทะลุ 15,000–15,500 ดอลลาร์
ความเสี่ยงระยะสั้น: อาจย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ 13,300–13,400 ดอลลาร์

----------------------------
 
สถานการณ์ในจีนและเอเชีย
ค่าพรีเมียมหยางซาน: พุ่งขึ้น 85–100 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน จากเดิมต่ำสุด 20 ดอลลาร์
เกาหลีใต้: CODELCO เสนอพรีเมียมสูงถึง 330 ดอลลาร์ (+200%)
ปัจจัยหนุนในจีน: การปราบปรามบิลภาษีปลอมทำให้เศษทองแดงลดลง, โครงการ UHV Transmission Lines และพลังงานหมุนเวียนเพิ่มอุปสงค์มหาศาล
การนำเข้า: 1.67 ล้านเมตริกตันใน 7 เดือนแรก แม้ลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่า 55% ของการนำเข้าทั้งหมด
การส่งออก: ลดลงกว่า 70% เมื่อเทียบปีก่อน สะท้อนว่าทองแดงถูกใช้ภายในประเทศมากขึ้น

-----------------------------
 
Outlook ทองแดงโลก

ระยะสั้น (2026): ราคายังแกว่งตัวสูงในกรอบ 13,500–15,000 ดอลลาร์/ตัน จากภาษีและการกักตุน
ระยะกลาง (2027–2028): แกว่งตัวในกรอบ 13,000–16,000 ดอลลาร์/ตัน จากการขยายเหมืองเก่า
ระยะยาว (2029–2030): เข้าสู่ภาวะขาดดุลเชิงโครงสร้าง ราคาพุ่งทะยานสู่ 17,000 ดอลลาร์/ตันขึ้นไป

ปัจจัยหนุนหลัก: AI, EV, พลังงานสะอาด, Smart Grid และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า
ความเสี่ยง: เศรษฐกิจจีนชะลอตัว, ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์, ปัญหาคอขวดโรงถลุง

-----------------------------
 
Outlook ทองแดงไทย

ราคาทองแดงในประเทศ (ส.ค. 2569):

เศษทองแดงเฉลี่ย 270–438 บาท/กก.
ทองแดงปอกสวยใส: 395–438 บาท/กก.
ทองแดงชุบขาว: 270–406 บาท/กก.

Local Premium: อยู่ที่ 110–150 ดอลลาร์/ตัน ทำให้โรงงานหลอมไทยหันมาซื้อเศษทองแดงรีไซเคิลมากขึ้น

แนวโน้มอุตสาหกรรมรีไซเคิล: ความต้องการเศษทองแดงเพิ่มสูงขึ้นเพื่อลดต้นทุนและเลี่ยงภาษีนำเข้า

--------------------------------

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย:

โรงงานสายไฟและอิเล็กทรอนิกส์ต้องปรับกลยุทธ์รับมือราคาพรีเมียม
ผู้ประกอบการรีไซเคิลมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษทองแดงคุณภาพสูง

------------------------------
 
✨ บทสรุป
ทองแดงได้ยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปสู่ โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุค AI และพลังงานสะอาด ราคายืนฐานสูงที่ 14,000–14,200 ดอลลาร์ต่อเมตริกตัน ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์จาก Data Center, Smart Grid และ EV ขณะที่อุปทานยังตึงตัวและค่าพรีเมียมพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

-------------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

-------------------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

-------------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Portland Aluminium: เปิดมุมมองใหม่ของโลกอินกอต เชื่อมคุณภาพระดับโลกกับความยั่งยืน ครองใจอุตสาหกรรมไทย และยืนหนึ่งในตลาดโลก”: SO OK TRADING: 27 AUG 2026
Portland Aluminium: มาตรฐานทองคำแห่งโลกอินกอต และบทบาทสำคัญในตลาดไทย SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE วันที่เผยแพร่: 27 สิงหาคม 2026 ในยุคที่อุตสาหกรรมโลหะทั่วโลกกำลังปรับตัวเข้าสู่แนวทางพลังงานสะอาดและมาตรฐาน ESG (Environmental, Social, Governance) — Portland Aluminium ยังคงยืนหยัดในฐานะ “แบรนด์อินกอตระดับโลก” ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากโรงงานและผู้จัดซื้อทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ด้วยความบริสุทธิ์ระดับ 99.81% (เกรด P1020) และการควบคุมการผลิตโดย Alcoa of Australia ที่มีประสบการณ์กว่า 130 ปี ทำให้ Portland Aluminium กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ ความเสถียร และความมั่นใจในทุกกระบวนการผลิต ในประเทศไทย โรงงานชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ สถาปัตยกรรม และอัลลอยต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า — “ใช้ Portland แล้วผิวงานเนียน สวย ชุบสีติดง่าย และลด Defect ได้จริง” นี่คือเหตุผลที่ Portland Aluminium ถูกยกให้เป็น “มาตรฐานทองคำของวงการอินกอต” ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านเทคนิค แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ✨ SO OK TRADING — ตัวจริงในธุรกิจ Non‑Ferrous Metals จากประเทศไทย เราคือพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมส่งมอบ Aluminum Ingot P1020 (LME Registered Brand) ด้วยมาตรฐานระดับโลก
27 ส.ค. 2026
“RDF‑3 & Wood Pellet: จากขยะสู่พลังงานสะอาด พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต Net Zero โดย SO OK TRADING” 7 OCT 2026
สถานการณ์เชื้อเพลิงทดแทน RDF‑3 และ Wood Pellet: โอกาสและความท้าทายในตลาดพลังงานสะอาดโลก SO OK TRADING | 7 OCT 2026 ในยุคที่โลกกำลังเร่งเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero Carbon การใช้เชื้อเพลิงทดแทนอย่าง RDF‑3 (Refuse Derived Fuel) และ Wood Pellet (ชีวมวลอัดเม็ด) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการลดการพึ่งพาถ่านหินและน้ำมันเตาในภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า แรงผลักดันจาก นโยบาย Net Zero ปี 2065, ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และ มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง — และประเทศไทยเองก็อยู่ในแนวหน้าแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ SO OK TRADING มองเห็นโอกาสสำคัญในตลาดเชื้อเพลิงทดแทนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม RDF‑3 ที่ตอบโจทย์การใช้ในโรงไฟฟ้าขยะและอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และ Wood Pellet ที่มีศักยภาพสูงในการส่งออกไปยัง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และยุโรป นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเชื้อเพลิง — แต่คือการเปลี่ยนอนาคตของพลังงานไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก
7 ต.ค. 2026
“อลูมิเนียมไทย 2026: จุดเปลี่ยนสู่อนาคตสีเขียวแห่งนวัตกรรมและการรีไซเคิล 100%”:SO OK TRADING: 27 JUNE 2026
ตลาดบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมไทย 2026 – กระป๋อง ฝา และแท็บดึง โดย SO OK TRADING | 27 มิถุนายน 2026 ในปี 2026 ตลาดบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมของไทยกำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ” — จากความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันจากจีน สู่โอกาสใหม่ในยุคแห่งความยั่งยืนและการรีไซเคิล 100% แม้ตลาดจะหดตัวเล็กน้อย (-1.8% YoY) แต่ความต้องการใช้อลูมิเนียมในภาคเครื่องดื่มและอาหารยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Functional Drinks, Energy Drinks และสินค้าพรีเมียม ที่ผลักดันให้ไทยใช้กระป๋องกว่า 7–7.5 พันล้านใบต่อปี ขณะเดียวกัน UACJ (Thailand) ยังคงเป็นหัวใจหลักของซัพพลายในประเทศ ด้วยกำลังผลิตกว่า 320,000 ตันต่อปี และการเดินหน้าสู่ “อลูมิเนียมสีเขียว” ผ่านระบบ Solar Rooftop 18.2 MW และเป้าหมายรีไซเคิล 80% ภายในปี 2030 ส่วนฝั่งจีนยังคงรุกตลาดด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า 10–15% และการขยายไลน์สินค้าคุณภาพสูงจาก Yong Jie New Material ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดไทยโดยตรง
27 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy