“SO OK TRADING วิเคราะห์แนวโน้มโลหะโลก 10–14 ส.ค. 2026 — จับตาสัญญาณขาขึ้นทั่วกระดาน ในสัปดาห์ชี้ชะตา CPI สหรัฐฯ ท่ามกลางแรงส่งดอลลาร์อ่อน–อุปทานตึง–ตลาดคึกคัก”

ทิศทางตลาดโลหะอุตสาหกรรมและโลหะมีค่า — สัปดาห์หน้า (10–14 ส.ค. 2026) : บทความโดย SO OK TRADING : 9 AUGUST 2026
-----------------------
สัปดาห์หน้ากลุ่มโลหะกำลังเข้าสู่ช่วงที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะตลาดได้รับแรงกระแทกจากตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ที่พลิกติดลบอย่างไม่คาดคิด (-23,000 ตำแหน่ง) ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงทันที และเปิดทางให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดีดตัวขึ้นแบบพร้อมเพรียง ทั้งทองคำ เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม ต่างได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้
----------------------
COPPER — ดาวเด่นของสัปดาห์ ขาขึ้นแรงแบบยืนระยะ
ทองแดงกำลังเป็นพระเอกของตลาดอย่างแท้จริง ราคาฟิวเจอร์สในตลาด LME พุ่งทะลุระดับ 14,000 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ที่แรงที่สุดในรอบเกือบสามเดือน สาเหตุหลักมาจากสต็อกทองแดงในคลัง LME ที่ลดลงจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะเดียวกันสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ก็ประกาศระงับการส่งออกทองแดงและโคบอลต์เข้มข้น เพื่อบังคับให้เกิดการแปรรูปในประเทศ
เมื่อรวมกับความต้องการทองแดงที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการอัปเกรดระบบไฟฟ้าทั่วโลก ภาพรวมจึงชัดเจนว่า “ทองแดงยังไม่หยุดขึ้นง่ายๆ” สัปดาห์หน้ามีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญ และหากผ่านได้ ก็อาจเห็นราคาทะยานไปแตะจุดสูงสุดเดิมแบบไม่เกินจริงเลย
----------------------
ALUMINUM — ขึ้นตามทองแดงแบบมั่นคง
อลูมิเนียมยังคงเดินหน้าขึ้นต่อเนื่อง ราคายืนเหนือ 3,200 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ ปัจจัยสำคัญคือจีนยังคงจำกัดกำลังการผลิตไว้ที่ 45 ล้านตัน ทำให้ฝั่งอุปทานในเอเชียตึงตัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้ผลิตหลายอุตสาหกรรมเริ่มหันมาใช้อลูมิเนียมแทนทองแดงเพราะราคาที่ถูกกว่า ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแรง สัปดาห์หน้าอลูมิเนียมจึงมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นตามทองแดงและกลุ่มโลหะพื้นฐานทั้งหมด
----------------------
GOLD — ฟื้นตัวแรงหลัง NFP ติดลบ แต่ยังแกว่งในกรอบ
ทองคำดีดตัวกลับมาใกล้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ออกมาติดลบแบบช็อกตลาด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์และเงินดอลลาร์ดิ่งลงทันที
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทองคำยังอยู่ในโหมด “Sideways Up” คือฟื้นตัวแต่ยังมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อราคาขึ้นใกล้โซน 4,450 ดอลลาร์
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ทองคำมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นในสัปดาห์หน้า
----------------------
SILVER — พุ่งแรงแบบ High Beta ขึ้นแรงกว่าทองคำ
แร่เงินเป็นโลหะที่ตอบสนองต่อภาวะตลาดแบบ “คูณสอง” ราคาสัญญาเดือนกันยายนพุ่งขึ้นกว่า 4.5% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ปิดที่ช่วง 63.80–64.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เงินได้แรงส่งจากทั้งการฟื้นตัวของทองคำ และการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้สัปดาห์หน้ามีโอกาสเห็นราคาทดสอบโซน 65–68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของรอบนี้ แต่ต้องระวังความผันผวนที่สูงกว่าทองคำอย่างมาก
-------------------------
ZINC — ฟื้นตัวแต่ยังถูกจำกัดด้วยอุปทานเหมือง
แม้สังกะสีจะฟื้นตัวตามจิตวิทยาเชิงบวกของตลาดโลหะอุตสาหกรรม แต่ปัจจัยเฉพาะตัวคืออุปทานจากเหมืองทั่วโลกที่เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะส่วนเกินในระยะถัดไป
ดังนั้น สัปดาห์หน้าสังกะสีจึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย ไม่หวือหวาเท่าทองแดงหรืออลูมิเนียม
-------------------------
ภูมิรัฐศาสตร์: ตัวเร่งราคาที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้
1) วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ — ผลกระทบลึกกว่าที่คิด
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และที่สำคัญกว่านั้นคือการเกิด “วิกฤตกรดซัลฟิวริก” ซึ่งเป็นสารเคมีสำคัญในการสกัดทองแดงในชิลีและ DRC
เมื่อกรดซัลฟิวริกขาดแคลน การผลิตทองแดงกลั่นทั่วโลกจึงถูกบีบอย่างหนัก ส่งผลให้ราคาทองแดงพุ่งขึ้นแบบมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน
2) สงครามการค้า — อุปสงค์เทียมที่ผลักดันราคาทองแดง
สหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินใจเรื่องภาษีนำเข้าทองแดงกลั่น ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาด เทรดเดอร์จำนวนมากจึงเร่งนำเข้าทองแดงเข้าคลังในสหรัฐฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า
ผลคือสต็อกทองแดงในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นกว่า 200,000 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทำให้ทองแดงในตลาดโลกขาดแคลนหนักขึ้นไปอีก
3) Resource Nationalism + AI Infrastructure — อุปสงค์ระยะยาวกำลังเปลี่ยนโฉมตลาด
ประเทศผู้ครอบครองแร่สำคัญ เช่น DRC และเวเนซุเอลา เริ่มจำกัดการส่งออกแร่ดิบเพื่อบังคับให้เกิดการแปรรูปในประเทศ ขณะเดียวกันมหาอำนาจทั่วโลกกำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI และปรับปรุงระบบไฟฟ้า
ทุกปัจจัยนี้ทำให้ทองแดง อลูมิเนียม และแร่เงิน กำลังเข้าสู่ภาวะ “ขาดแคลนเชิงโครงสร้าง” ที่จะอยู่กับตลาดไปอีกหลายปี
------------------------
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะกำหนดทิศทางทองคำแบบชี้ชะตา
สัปดาห์หน้า CPI คือ “ตัวชี้ขาด” ของราคาทองคำ หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ทองคำจะพุ่งทันที แต่ถ้าสูงกว่าคาด ตลาดจะเทขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว
PPI และยอดค้าปลีกจะเป็นตัวเสริม หากยอดค้าปลีกออกมาย่ำแย่หลังตลาดแรงงานหดตัว จะยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งเป็นผลบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
-------------------------
ค่าเงินที่ต้องจับตา: DXY, CNY และ AUD
DXY อ่อนค่าแรง หลัง NFP แย่เกินคาด หากหลุดระดับ 101.50 อาจลงไปทดสอบ 100 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนโดยตรงต่อทองคำ เงิน และทองแดง
CNY แข็งค่า ทำให้โรงงานจีนมีกำลังซื้อนำเข้าโลหะเพิ่มขึ้น ราคากลุ่ม Base Metals จึงมักปรับขึ้นตาม
AUD/USD ดีดตัว หาก RBA คงดอกเบี้ยและดอลลาร์อ่อนค่า จะเป็นสัญญาณว่าเงินทุนกำลังไหลเข้าเก็งกำไรในสินทรัพย์โภคภัณฑ์
------------------
สรุปภาพรวมราคาโลหะ และ โลหะมีค่า 10-14 AUGUST 2026
ตลาดโลหะกำลังอยู่ในช่วงที่ “แรงส่งทุกด้านมาบรรจบกัน” ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ดอลลาร์ที่อ่อนค่า ภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรง และอุปทานที่ตึงตัว
ทองแดงและอลูมิเนียมเป็นตัวนำตลาด ทองคำและเงินได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อและความเสี่ยง สังกะสีฟื้นตัวแต่ยังถูกจำกัดด้วยอุปทานเหมือง
สัปดาห์หน้า CPI จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทั้งหมด หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ตลาดโลหะอาจเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่แบบพร้อมเพรียง
-------------------
SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SOOK TRADING
-------------------
SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS
------------------


