แชร์

“SO OK INSIGHT : Dollar แข็ง – Baht อ่อน สัญญาณสั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลก กรกฎาคม 2026”

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ค. 2026
367 ผู้เข้าชม

ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2026 : บทความโดย SO OK TRADING : 17 JULY 2026 

---------------

ค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม 2026 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในฝั่ง อ่อนค่าลง หรือแกว่งตัวในกรอบผันผวนสองทาง (Two-way Risk) โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 33.40 – 33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยกดดันหลักมาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

--------------

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ : เศรษฐกิจโลก , เศรษฐกิจสหรัฐ : เศรษฐกิจไทย และการ คาดการณ์ค่าเงินบาท

เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลง และดัชนีภาคการผลิตพุ่งสูงเกินคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น กดดันเงินบาทให้อ่อนค่า

ราคาทองคำโลกปรับลดลง: หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้แรงซื้อทองคำกลับมา และกดดันเงินบาทเพิ่มเติม

ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันสูง ตลาดจึงหันไปถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์มากขึ้น

---------------

มุมมองจากสถาบันการเงิน : ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาท

TTB (ธนาคารทหารไทยธนชาต): คาดการณ์กรอบ 33.40 – 33.80 บาท แนวโน้มอ่อนค่า แนะนำทยอยซื้อดอลลาร์ที่ 33.40 และขายที่ 33.80

Krungthai GLOBAL MARKETS: คาดการณ์กรอบ 33.20 – 33.80 บาท มองว่าแกว่งตัวไร้ทิศทาง หากสงครามรุนแรงขึ้นอาจทดสอบระดับ 34.00 บาท

----------------
 
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ----> ดัชนีที่จะชี้ว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหรือแข็งค่าเทียบกับเงินสกุลต่างๆทั่วโลก

ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ดัชนี DXY เคลื่อนไหวอยู่ที่ 100.71 – 100.77 โดยมีกรอบการแกว่งตัวรายวัน 100.44 – 100.83 และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 95.55 – 101.80

----------------

ปัจจัยที่มีผลต่อ US - DOLLAR INDEX

เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI และ PPI) ออกมาต่ำกว่าคาด → กดดันดัชนีดอลลาร์

ตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กับอิหร่านยังคงหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

-------------------
 
โครงสร้างดัชนี DXY - เปรียบเทียบกับเงินสกุลหลักต่างๆทั่วโลก 

ดัชนี DXY คำนวณจากการเปรียบเทียบ USD กับ 6 สกุลเงินหลัก ได้แก่

ยูโร (EUR): 57.6% คู่ชกหลัก เคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์

เยนญี่ปุ่น (JPY): 13.6% มักแข็งค่าเมื่อเกิดวิกฤต แต่จะอ่อนค่าหากส่วนต่างดอกเบี้ยกว้า

ปอนด์ (GBP): 11.9% เคลื่อนไหวใกล้เคียงยูโร

ดอลลาร์แคนาดา (CAD): 9.1% ผูกติดกับราคาน้ำมัน

โครนาสวีเดน (SEK): 4.2% ผันผวนสูงตามภาวะ Risk-on/Risk-off

ฟรังก์สวิส (CHF): 3.6% สุดยอดสินทรัพย์ปลอดภัย แข็งค่ารุนแรงเมื่อเกิดสงคราม

นอกจากนี้ยังมีสกุลเงินสำคัญนอกตะกร้า เช่น หยวนจีน (CNY), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ที่มีบทบาทสูงในโลกการค้า

--------------------------
 
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลัก (17 กรกฎาคม 2026) - เงินสกุลหลักแข็งค่า อ่อนค่าอย่างไรเทียบกับ USD

ยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นที่ 1.144 USD/EUR จากแรงหนุนเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว

ปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นที่ 1.346 USD/GBP ตลาดคาด BoE คงดอกเบี้ยสูงนานกว่าเฟด

วอนเกาหลีใต้ (KRW) แข็งค่าขึ้นที่ 1,480 KRW/USD ฟื้นตัวแรงจากเงินทุนไหลเข้าเอเชีย

หยวนจีน (CNY) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 6.77 CNY/USD โดย PBOC คุมเสถียรภาพ

ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 1.290 SGD/USD

เยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่ารุนแรงที่ 162.42 JPY/USD จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้าง

 --------------------------

อัตราแลกเปลี่ยนแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย

ผู้นำเข้า (Importers): ตั้งเป้าซื้อดอลลาร์ที่ 33.20 – 33.40 บาท เมื่อ DXY ลดลงหรือเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

ผู้ส่งออก (Exporters): ตั้งเป้าขายดอลลาร์ที่ 33.80 – 34.00 บาท เมื่อเกิดภาวะ Risk-off จากสงครามหรือตลาดทองคำดิ่งลง

-------------------------

เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ควรใช้ - สำหรับผู้ประกอบการไทย 

FX Forward → ล็อกเรทราคาล่วงหน้า

FX Options → ซื้อสิทธิในการซื้อขายเพื่อจำกัดความเสี่ยง

บัญชี FCD → ใช้รายได้ดอลลาร์จากส่งออกไปจ่ายนำเข้าโดยตรง

Local Currency → หันมาค้าขายด้วยสกุลเงินคู่ค้า เช่น CNY, JPY, SGD

-------------------------
 
แนวโน้มค่าเงินบาทไตรมาส 3 ปี 2026
ค่าเงินบาทมีทิศทาง อ่อนค่าลงแบบแกว่งตัวผันผวนสูง (Sideways Up) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00 – 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ฉากทัศน์จาก Krungthai GLOBAL MARKETS

Base Case: บาทอ่อนค่าในกรอบ 33.00 – 34.00 บาท
Best Case: บาทแข็งค่าต่ำกว่า 32.50 บาท หากสงครามคลี่คลายและเฟดลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด
Worst Case: บาทอ่อนค่าหลุด 35.00 – 36.00 บาท หากสงครามยืดเยื้อและเศรษฐกิจไทยย่ำแย่
 
✨ ค่าเงินบาทในครึ่งหลังปี 2026 มีแนวโน้มอ่อนค่าและผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง และกำหนดกลยุทธ์ตามกรอบเป้าหมายที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน

-----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

----------------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“พฤษภาคม 2569: เดือนแห่งความผันผวน — บาทสั่นคลอน ดอลลาร์แข็งแกร่ง เกมการเงินโลกที่ต้องจับตา”: SO OK TRADING: 3 MAY 2026
“เงินบาทผันผวน–ดอลลาร์แข็งแรง: เดือนพฤษภาคม 2569 เกมการเงินโลกที่ต้องจับตา” เดือนพฤษภาคมนี้ ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังร้อนแรง! ค่าเงินบาทของไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ — ตั้งแต่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผล ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับลดดอกเบี้ยกลางปี ซึ่งอาจช่วยพยุงค่าเงินบาทไว้ได้บางส่วน ในเวทีโลก ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่เยนยังอ่อนต่อเนื่อง ยูโรและปอนด์ทรงตัว ส่วนหยวนจีนและเรียลบราซิลกลับกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา สำหรับผู้นำเข้า–ผู้ส่งออก–นักลงทุน เดือนนี้คือช่วงเวลาที่ “ความผันผวนคือเรื่องปกติ” และทุกการเคลื่อนไหวของค่าเงินอาจเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในเวลาเดียวกัน SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ FAST • SHARP • RELIABLE
4 พ.ค. 2026
“SO OK TRADING วิเคราะห์ตลาดโลกกรกฎาคม 2026 — โลหะพื้นฐานทะยานแรง น้ำมันดิบทรุด ดอลลาร์แข็งสะเทือนเศรษฐกิจโลก”
“กรกฎาคมเดือด! โลหะพื้นฐานพุ่งแรง – น้ำมันดิบทรุดหนัก ดอลลาร์แข็งค่า กดดันตลาดโลก” ประเมินสถานการณ์โดย SO OK TRADING | 11 JULY 2026 เดือนกรกฎาคมนี้ ตลาดโลกกำลังร้อนแรงและเต็มไปด้วยความผันผวน — โลหะมีค่ากำลัง “พักฐาน” จากแรงกดดันดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่โลหะพื้นฐานกลับ “ทะยานแรง” ด้วยแรงหนุนจากอุตสาหกรรม AI และพลังงานสะอาด ส่วนฝั่งน้ำมันดิบกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่จากภาวะซัพพลายล้นตลาดและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย
11 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy