แชร์

“SO OK INSIGHT : Dollar แข็ง – Baht อ่อน สัญญาณสั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลก กรกฎาคม 2026”

อัพเดทล่าสุด: 17 ก.ค. 2026
1854 ผู้เข้าชม

ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2026 : บทความโดย SO OK TRADING : 17 JULY 2026 

---------------

ค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคม 2026 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในฝั่ง อ่อนค่าลง หรือแกว่งตัวในกรอบผันผวนสองทาง (Two-way Risk) โดยซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 33.40 – 33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยกดดันหลักมาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

--------------

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ : เศรษฐกิจโลก , เศรษฐกิจสหรัฐ : เศรษฐกิจไทย และการ คาดการณ์ค่าเงินบาท

เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง: ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลง และดัชนีภาคการผลิตพุ่งสูงเกินคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น กดดันเงินบาทให้อ่อนค่า

ราคาทองคำโลกปรับลดลง: หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้แรงซื้อทองคำกลับมา และกดดันเงินบาทเพิ่มเติม

ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันสูง ตลาดจึงหันไปถือครองสินทรัพย์ดอลลาร์มากขึ้น

---------------

มุมมองจากสถาบันการเงิน : ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาท

TTB (ธนาคารทหารไทยธนชาต): คาดการณ์กรอบ 33.40 – 33.80 บาท แนวโน้มอ่อนค่า แนะนำทยอยซื้อดอลลาร์ที่ 33.40 และขายที่ 33.80

Krungthai GLOBAL MARKETS: คาดการณ์กรอบ 33.20 – 33.80 บาท มองว่าแกว่งตัวไร้ทิศทาง หากสงครามรุนแรงขึ้นอาจทดสอบระดับ 34.00 บาท

----------------
 
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ----> ดัชนีที่จะชี้ว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหรือแข็งค่าเทียบกับเงินสกุลต่างๆทั่วโลก

ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ดัชนี DXY เคลื่อนไหวอยู่ที่ 100.71 – 100.77 โดยมีกรอบการแกว่งตัวรายวัน 100.44 – 100.83 และกรอบ 52 สัปดาห์อยู่ที่ 95.55 – 101.80

----------------

ปัจจัยที่มีผลต่อ US - DOLLAR INDEX

เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI และ PPI) ออกมาต่ำกว่าคาด → กดดันดัชนีดอลลาร์

ตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กับอิหร่านยังคงหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

-------------------
 
โครงสร้างดัชนี DXY - เปรียบเทียบกับเงินสกุลหลักต่างๆทั่วโลก 

ดัชนี DXY คำนวณจากการเปรียบเทียบ USD กับ 6 สกุลเงินหลัก ได้แก่

ยูโร (EUR): 57.6% คู่ชกหลัก เคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์

เยนญี่ปุ่น (JPY): 13.6% มักแข็งค่าเมื่อเกิดวิกฤต แต่จะอ่อนค่าหากส่วนต่างดอกเบี้ยกว้า

ปอนด์ (GBP): 11.9% เคลื่อนไหวใกล้เคียงยูโร

ดอลลาร์แคนาดา (CAD): 9.1% ผูกติดกับราคาน้ำมัน

โครนาสวีเดน (SEK): 4.2% ผันผวนสูงตามภาวะ Risk-on/Risk-off

ฟรังก์สวิส (CHF): 3.6% สุดยอดสินทรัพย์ปลอดภัย แข็งค่ารุนแรงเมื่อเกิดสงคราม

นอกจากนี้ยังมีสกุลเงินสำคัญนอกตะกร้า เช่น หยวนจีน (CNY), ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ที่มีบทบาทสูงในโลกการค้า

--------------------------
 
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลัก (17 กรกฎาคม 2026) - เงินสกุลหลักแข็งค่า อ่อนค่าอย่างไรเทียบกับ USD

ยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นที่ 1.144 USD/EUR จากแรงหนุนเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว

ปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นที่ 1.346 USD/GBP ตลาดคาด BoE คงดอกเบี้ยสูงนานกว่าเฟด

วอนเกาหลีใต้ (KRW) แข็งค่าขึ้นที่ 1,480 KRW/USD ฟื้นตัวแรงจากเงินทุนไหลเข้าเอเชีย

หยวนจีน (CNY) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 6.77 CNY/USD โดย PBOC คุมเสถียรภาพ

ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 1.290 SGD/USD

เยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่ารุนแรงที่ 162.42 JPY/USD จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้าง

 --------------------------

อัตราแลกเปลี่ยนแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย

ผู้นำเข้า (Importers): ตั้งเป้าซื้อดอลลาร์ที่ 33.20 – 33.40 บาท เมื่อ DXY ลดลงหรือเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

ผู้ส่งออก (Exporters): ตั้งเป้าขายดอลลาร์ที่ 33.80 – 34.00 บาท เมื่อเกิดภาวะ Risk-off จากสงครามหรือตลาดทองคำดิ่งลง

-------------------------

เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ควรใช้ - สำหรับผู้ประกอบการไทย 

FX Forward → ล็อกเรทราคาล่วงหน้า

FX Options → ซื้อสิทธิในการซื้อขายเพื่อจำกัดความเสี่ยง

บัญชี FCD → ใช้รายได้ดอลลาร์จากส่งออกไปจ่ายนำเข้าโดยตรง

Local Currency → หันมาค้าขายด้วยสกุลเงินคู่ค้า เช่น CNY, JPY, SGD

-------------------------
 
แนวโน้มค่าเงินบาทไตรมาส 3 ปี 2026
ค่าเงินบาทมีทิศทาง อ่อนค่าลงแบบแกว่งตัวผันผวนสูง (Sideways Up) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00 – 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ฉากทัศน์จาก Krungthai GLOBAL MARKETS

Base Case: บาทอ่อนค่าในกรอบ 33.00 – 34.00 บาท
Best Case: บาทแข็งค่าต่ำกว่า 32.50 บาท หากสงครามคลี่คลายและเฟดลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด
Worst Case: บาทอ่อนค่าหลุด 35.00 – 36.00 บาท หากสงครามยืดเยื้อและเศรษฐกิจไทยย่ำแย่
 
✨ ค่าเงินบาทในครึ่งหลังปี 2026 มีแนวโน้มอ่อนค่าและผันผวนสูง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง และกำหนดกลยุทธ์ตามกรอบเป้าหมายที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน

-----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

----------------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ทองคำยุคสันติภาพโลก – ฟื้นพลัง เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ สู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่”: SO OK TRADING: 18.06.2026
ทองคำหลังสันติภาพโลก – จากวิกฤตสู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่ 17 มิถุนายน 2026 — วันที่โลกจับตา “ข้อตกลงสันติภาพ 14 ข้อ” ระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการประกาศ “คงอัตราดอกเบี้ย” โดย ประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและตลาดทองคำ หลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ภาวะสงคราม” สู่ “ภาวะฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง” — ราคาน้ำมันดิ่งลง เงินเฟ้อเริ่มเย็นตัว และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินโลกในยุคใหม่
18 มิ.ย. 2026
“สิงคโปร์ 2026: เสาหลักเศรษฐกิจอาเซียน จุดเชื่อมทุนโลกในยุค AI”: SO OK TRADING: 31 AUG 2026
สิงคโปร์ 2569: ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกท่ามกลางพายุการค้า SO OK TRADING | 31 สิงหาคม 2569 ปี 2569 สิงคโปร์ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะ “หัวใจเศรษฐกิจแห่งเอเชีย” แม้โลกเผชิญความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์และการค้าโลก แต่สิงคโปร์กลับพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงคุณภาพ (Quality Growth) ผ่าน 3 เครื่องยนต์หลัก — ศูนย์กลางการเงินระดับโลก, อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI, และ เครือข่าย FTA ที่ครอบคลุมทั่วโลก เศรษฐกิจครึ่งปีแรกเติบโต +6.1% และครึ่งปีหลังยังคงแรงต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจาก AI & Electronics Boom ที่ส่งออกพุ่งกว่า +88.1% พร้อมการฟื้นตัวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่แข็งแกร่ง สิงคโปร์ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางการเงินและเทคโนโลยี แต่ยังเป็น Non-Ferrous Metals Hub ที่ควบคุมการค้าโลหะและพลังงานกว่า 20% ของโลก สร้างระบบนิเวศการค้าระดับโลกที่เชื่อมโยงกับไทยโดยตรง สำหรับประเทศไทย — สิงคโปร์คือ นักลงทุนอันดับ 1 ด้วยเม็ดเงินกว่า 61,112 ล้านบาทในภาคเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชิ้นส่วน พร้อมเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรพรีเมียมไทย เช่น ส้มโอทับทิมสยาม ก้าวสู่ตลาดระดับโลก
31 ส.ค. 2026
Durian Thailand 2026: ราชาทุเรียนไทย รสชาติที่โลกหลงรัก ครองใจแดนมังกร
“ทุเรียนไทย 2026 – ราชาผลไม้ที่ครองใจจีน” บทความโดย SO OK TRADING | 20 MAY 2026 ฤดูกาลนี้ “ทุเรียนไทย” ไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ แต่คือ สัญลักษณ์แห่งคุณภาพและความหรูหรา ที่สะท้อนความเป็นผู้นำในตลาดจีนอย่างแท้จริง
20 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy