แชร์

“SO OK TRADING วิเคราะห์ตลาดโลกกรกฎาคม 2026 — โลหะพื้นฐานทะยานแรง น้ำมันดิบทรุด ดอลลาร์แข็งสะเทือนเศรษฐกิจโลก”

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ค. 2026
5496 ผู้เข้าชม

“กรกฎาคมเดือด! โลหะพื้นฐานพุ่งแรง – น้ำมันดิบทรุดหนัก ดอลลาร์แข็งค่า กดดันตลาดโลก” : ประเมินสถานการณ์โดย SO OK TRADING : 11 JULY 2026 

--------------

เดือนกรกฎาคม 2026 ตลาดโลกเต็มไปด้วยความผันผวนที่น่าตื่นเต้น — โลหะมีค่ากำลังพักฐานจากแรงกดดันดอกเบี้ย ขณะที่โลหะพื้นฐานกลับทะยานแรงด้วยอุปสงค์จาก AI และพลังงานสะอาด ส่วนฝั่งน้ำมันดิบกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่จากภาวะซัพพลายล้นตลาด

--------------
 
โลหะมีค่า (Precious Metals)

ทองคำ (Gold): ร่วงลงมาอยู่ที่ $4,119 – $4,121 ต่อออนซ์ จากจุดสูงสุด $5,598 เมื่อต้นปี ถูกกดดันจากนโยบายเข้มงวดของ Fed และแรงเทขายจาก ETF

เงิน (Silver): $58 – $60 ต่อออนซ์ แม้ปรับฐานลง แต่ยังมีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์และ EV ที่ทำให้ตลาดขาดแคลนซัพพลายต่อเนื่อง

แพลทินัม (Platinum): $1,618 ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์และระบบไฮโดรเจน

พัลลาเดียม (Palladium): $1,231 เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ถูกทดแทนด้วยแพลทินัม แต่เริ่มมีแรงซื้อคืนทางเทคนิค

--------------
 
⚙️ โลหะพื้นฐาน (Base Metals)

ทองแดง (Copper): $13,490 ต่อตัน — ดาวเด่นแห่งยุค AI ได้แรงหนุนจาก Data Center และโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า

อลูมิเนียม (Aluminum): $3,200 ต่อตัน — จีนใกล้แตะเพดานการผลิต ทำให้ซัพพลายตึงตัว

ดีบุก (Tin): $53,647 ต่อตัน — โตแรงสุดจากอุปทานเมียนมา–อินโดนีเซียที่ฟื้นตัวช้า

นิกเกิล (Nickel): $16,587 ต่อตัน — ได้แรงหนุนจากแบตเตอรี่ EV แม้ยังมีแรงกดดันจากซัพพลายส่วนเกิน

สังกะสี (Zinc): $3,626 ต่อตัน — แม้มีภาวะอุปทานส่วนเกิน แต่ยังได้แรงหนุนจากนวัตกรรมแบตเตอรี่ Zinc-air

--------------
 
️ น้ำมันดิบ (Crude Oil)

Brent Crude: $75 – $76 ต่อบาร์เรล แนวโน้มขาลงชั่วคราว
WTI Crude: $71 – $72 ต่อบาร์เรล ผันผวนสูงจากแรงเทขายทำกำไร
ปัจจัยหลัก: ข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลาง + OPEC+ เพิ่มกำลังการผลิต → ภาวะอุปทานล้นตลาด + สงครามอิหร่าน สหรัฐ ระลอกใหม่

--------------
 
ค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

USD/THB: 33.26 – 33.46 บาท → อ่อนค่าลงในรอบเดือน
EUR/USD: 1.1411 – 1.1430 → ได้แรงหนุนจากการขึ้นดอกเบี้ย ECB
USD/JPY: 161.66 – 162.15 เยน → อ่อนค่าหนักสุดในรอบหลายทศวรรษ
USD/CNY: 7.25 – 7.28 หยวน → ทรงตัวทางอ่อนค่า

---------------

ประเมินทิศทางราคา LME , น้ำมัน และ อัตราแลกเปลี่ยน : ในเดือน JULY 2026 รวมทั้งจุดเข้าซื้อปลอดภัย

---------------

โลหะมีค่า (Precious Metals)

ทองคำ (Gold)

Spot: $4,119 – $4,121
Forecast July 2026: $3,365 – $4,236
Outlook: ปรับฐานลงจากจุดสูงสุด, Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด


เงิน (Silver)

Spot: $58.80 – $59.85
Forecast July 2026: $56 – $65
Outlook: ย่อตัวตามทองคำ แต่แรงหนุนจากโซลาร์เซลล์และ EV ยังแข็งแกร่ง


แพลทินัม (Platinum)

Spot: $1,618.90
Forecast July 2026: $1,550 – $1,700
Outlook: ผันผวนตามทองคำ แต่ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์และไฮโดรเจน


พัลลาเดียม (Palladium)

Spot: $1,231.85
Forecast July 2026: $1,150 – $1,300
Outlook: เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ถูกทดแทนด้วยแพลทินัม แต่มีแรงซื้อคืนทางเทคนิค
กลยุทธ์: Buy on Dips — รอเข้าซื้อเมื่อราคาลงใกล้แนวรับสำคัญ

 ---------------
⚙️ โลหะพื้นฐาน (Base Metals)

ทองแดง (Copper)

Spot: $13,490
Forecast July 2026: $12,750 – $14,000
Outlook: อุปสงค์จาก AI และโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าพุ่งสูง


อลูมิเนียม (Aluminum)

Spot: $3,200
Forecast July 2026: $3,100 – $3,400
Outlook: จีนจำกัดเพดานการผลิต, ซัพพลายใน LME ต่ำ


สังกะสี (Zinc)

Spot: $3,626
Forecast July 2026: $3,400 – $3,700
Outlook: อุปทานส่วนเกิน แต่ได้แรงหนุนจากแบตเตอรี่ Zinc-air


ดีบุก (Tin)

Spot: $53,647
Forecast July 2026: $50,000 – $55,000
Outlook: ซัพพลายจากเมียนมา–อินโดนีเซียฟื้นตัวช้า ตลาดตึงตัวสูง


นิกเกิล (Nickel)

Spot: $16,587
Forecast July 2026: $15,500 – $17,500
Outlook: อุปสงค์แบตเตอรี่ EV ขยายตัวต่อเนื่อง

ตะกั่ว (Lead)

Spot: $1,892
Forecast July 2026: $1,800 – $2,000
Outlook: เคลื่อนไหวทรงตัว ไม่หวือหวา

--------------
 
️ น้ำมันดิบ (Crude Oil)

Brent Crude

Spot: $75.18 – $76.00
Forecast July 2026: $70 – $79
Outlook: ขาลงชั่วคราว รอสะสมฐานใหม่


WTI Crude

Spot: $71.42 – $71.98
Forecast July 2026: $51.99 – $76.79
Outlook: ผันผวนสูง เผชิญแรงเทขายทำกำไร
กลยุทธ์: เหมาะกับฝั่ง Short หรือรอสะสมเมื่อราคาลงใกล้ $68 – $71 เพื่อเก็งกำไร Rebound

-----------------
 
ค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

USD/THB: 33.26 – 33.46 → Forecast: 32.20 – 33.50

EUR/USD: 1.1411 – 1.1430 → Forecast: 1.1340 – 1.1500

USD/JPY: 161.66 – 162.15 → Forecast: 160.78 – 162.80

USD/CNY: 7.25 – 7.28 → Forecast: 7.20 – 7.30

-----------------
 
สรุป

โลหะมีค่า: พักฐาน รอจังหวะเข้าซื้อ
โลหะพื้นฐาน: แรงหนุนจาก AI และพลังงานสะอาด → โอกาสทองแดง–อลูมิเนียม
น้ำมัน: ขาลงจากซัพพลายล้นตลาด แต่มีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น
ค่าเงิน: ดอลลาร์แข็งค่า กดดันตลาดเอเชีย

-----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

E-MAIL : SOOKTRADING@OUTLOOK.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING
 ----------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
SOOK ขอเสนอการข้อมูลการใช้งานสายไฟฟ้า ทองแดง และ อลูมิเนียม รวมทั้งสายไฟรถ EV เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า สายไฟทองแดง (Copper) คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum) คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50% ราคา: ถูกกว่าทองแดง การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา สรุป ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025
มันสำปะหลังและข้าวโพด: จากอาหารสู่พลังงานและบรรจุภัณฑ์สีเขียว พลาสติกชีวภาพและเชื้อเพลิงสะอาด — จากครัวโลกสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียว : บทความโดย SO OK TRADING :24.3.2026
พลิกโฉมพืชไทยสู่ Net Zero: จากมันสำปะหลังและข้าวโพดสู่พลาสติกชีวภาพ บรรจุภัณฑ์ และเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ข้าวโพดและมันสำปะหลัง ไม่ได้เป็นแค่พืชอาหารอีกต่อไป — แต่กำลังกลายเป็นวัตถุดิบแห่งอนาคตสำหรับ บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, พลาสติกชีวภาพ, และ เชื้อเพลิงสะอาด ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวและเป้าหมาย Net Zero บทความโดย SO OK TRADING ฉบับนี้จะพาคุณเจาะลึก
24 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy