แชร์

“จับตาเหล็กไทยปี 2026: จากแรงกดดันสู่โอกาส Green Steel – วิเคราะห์วิกฤต 4 เด้งและ Outlook ครึ่งปีหลัง โดย SO OK TRADING”: 24 JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2026
2084 ผู้เข้าชม

“เหล็กไทยในวิกฤต 4 เด้ง: พลิกเกมสู่ Green Steel และ Outlook เหล็กและเศษเหล็กครึ่งปีหลังปี 2026 , : SO OK TRADING 24 JUNE 

--------------

ปี 2026 อุตสาหกรรมเหล็กและเศษเหล็กไทยกำลังเจอแรงกดดันรอบด้าน แต่ในวิกฤตก็มีโอกาส เมื่อโลกหันสู่ Green Steel – เหล็กรีไซเคิลรักษ์โลก ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด

--------------
 
วิกฤตต้นทุน “4 เด้ง” ที่เขย่าต้นทุนโรงงานเหล็ก

พลังงานแพง: น้ำมันเตาและค่าไฟฟ้าขึ้นต่อเนื่อง
ค่าระวางเรือพุ่ง: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบห่วงโซ่อุปทาน
ซัพพลายเหล็กดิบหดตัว: ดันราคา Slab และ HRC ในเอเชียสูงขึ้น
เหล็กจีนทุ่มตลาด: กำลังการผลิตโรงงานไทยเหลือเพียง 28%

--------------
 
♻️ เศษเหล็ก – ดาวรุ่งแห่งยุค Green Steel

ความต้องการเศษเหล็กทั่วโลกพุ่งแรงจากกระแสลดคาร์บอน ราคาซื้อขายในประเทศ (มิ.ย. 2026):

เหล็กหนา: 7.00 – 8.70 บาท/กก.
เหล็กบาง: 4.50 – 5.50 บาท/กก.

ข้อควรระวัง: เศษเหล็กชุมชนมีสารปนเปื้อนสูง → ต้องใช้เตา EAF + Ladle Furnace เพื่อยกระดับคุณภาพ

---------------
 
⚙️ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี – จาก เตา IF สู่ เตา EAF

ภาครัฐผลักดันโรดแมป 3 ปี ลดการใช้เตา IF
เป้าหมาย: ผลิตเหล็กรีไซเคิลคุณภาพสูง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

EAF + Ladle Furnace = มาตรฐานใหม่ของเหล็กไทย

---------------
 
️ มาตรการรัฐบาลไทยคุ้มครองตลาดเหล็กไทย

ห้ามตั้ง/ขยายโรงงานใหม่ → ลด Oversupply
ภาษี Anti-Dumping (AD):

เหล็ก H-Beam จากจีน
สแตนเลสรีดเย็นจากเวียดนาม (มีผลยาวถึงปี 2573)

---------------
 
ตัวแปรโลกที่กดดันราคา

วิกฤตตะวันออกกลาง → ราคาน้ำมันสูง
CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) → เพิ่มต้นทุนส่งออกไป EU/US ~5%
ค่าเงินบาทอ่อน → ต้นทุนการนำเข้าสินแร่และเครื่องจักรแพงขึ้น

---------------
 
ภาพรวมราคาเหล็กในประเทศ (มิ.ย. 2026)

เหล็กเส้นก่อสร้าง: อ่อนตัวลง (17.50 – 19.50 บาท/กก.)
เหล็กโครงสร้าง: แข็งตัวสูง (21.00 – 25.00 บาท/กก.)
เศษเหล็ก: ลดเล็กน้อย แต่ยังมีดีมานด์สูงจากโรงงาน EAF

---------------
 
Outlook เหล็กและเศษเหล็ก (ครึ่งหลังปี 2026)
ตลาดเหล็กและเศษเหล็กไทยจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “ผันผวนบนฐานราคาใหม่ที่สูงขึ้น (Upside Base)” โดยมีรายละเอียดดังนี้:

Bullish Factors (แรงหนุน)

การคุมเข้มมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก → ดีมานด์ Green Steel เพิ่มขึ้น
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและ EV → ใช้เหล็กคุณภาพสูงมากขึ้น
การผลักดันเทคโนโลยี EAF → เพิ่มความต้องการเศษเหล็กสะอาด

Bearish Factors (แรงกดดัน)

Oversupply จากจีน อินเดีย เวียดนาม → กดราคาเหล็กเส้นและเหล็กทรงยาว
ภาคอสังหาฯ ไทยชะลอตัว → ลดความต้องการเหล็กก่อสร้าง
ค่าเงินบาทอ่อน → เพิ่มต้นทุนการนำเข้า

----------------

แนวโน้มราคาตลาดเหล็กไทย

เหล็กเส้นก่อสร้าง: มีโอกาสอ่อนตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ต่ำเท่าอดีต
เหล็กโครงสร้าง: ยืนระยะสูงจากมาตรการ AD และต้นทุนพลังงาน
เศษเหล็ก: ราคายังทรงตัวสูงจากดีมานด์ EAF แม้ตลาดผันผวน
 
กลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการ
ผู้รับเหมา: ล็อกราคาล่วงหน้า / ซื้อบิ๊กล็อต เพื่อคุมต้นทุน
โรงงานรีไซเคิล: คัดแยกเศษเหล็กสะอาด ลดสารปนเปื้อน → ได้ราคาสูงขึ้น
ผู้ค้าเหล็ก: จับตา Oversupply จากจีน-อินเดีย และมาตรการ AD ของรัฐ
 
✨ บทสรุป
แม้ตลาดเหล็กไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่โครงสร้างใหม่กำลังพาอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุค Green Steel ที่ยั่งยืนกว่าเดิม ราคามีแนวโน้มผันผวนบนฐานใหม่ที่สูงขึ้น และผู้เล่นในตลาดต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

---------------

สนใจสินค้าเหล็กทั้งเหล็กเส้นก่อสร้าง เหล็กรูปพรรณ ท่านสามารถติดต่อหาเราได้เลยครับ ขอขอบคุณมากครับ

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“โลกหลังหยุดยิง 2569: ทองทะยาน น้ำมันร่วง หุ้นพุ่ง — 48 ชั่วโมงเขย่าตลาดทั้งโลก”: บทความโดย SO OK TRADING: 8 เมษายน 2026
โลกหลังหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่าน: จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกที่ทุกสายตาจับตา หลังจากการประกาศ หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ — การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานอาจเป็นก้าวแรกสู่ สันติภาพถาวร และการคลายมาตรการคว่ำบาตรที่สั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลกมานาน ราคาน้ำมันร่วงแรงกว่า 15% ทองคำทะยานเหนือ 4,800 ดอลลาร์/ออนซ์ ดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับเข้าสู่โหมด Risk-on นักลงทุนเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง SO OK TRADING สรุปภาพรวมผลกระทบต่อ ทองคำ หุ้น ค่าเงิน และน้ำมัน พร้อมมุมมองต่อโอกาสและความเสี่ยงที่โลกต้องจับตาใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ — SO OK TRADING
8 เม.ย. 2026
“ขุมทองที่ซ่อนอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์: พลิกเศษวงจรสู่ทองคำ — ปฏิวัติการรีไซเคิลแผงวงจร สร้างวิสัยทัศน์ใหม่แห่งโลกอุตสาหกรรม”: บทความโดย SO OK TRADING: 18 JULY 2026
♻️ “E‑Scrap & PCB Recycling 2026–2035: จากขยะอิเล็กทรอนิกส์สู่เหมืองทองแห่งอนาคต” บทความโดย SO OK TRADING | 18 JULY 2026 ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” หรือ E‑Waste ไม่ได้เป็นเพียงของเหลือทิ้งอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น “ทรัพยากรยุทธศาสตร์” ที่มีมูลค่ามหาศาลในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของโลหะมีค่าและโลหะนอกกลุ่มเหล็กที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า SO OK TRADING มองเห็นโอกาสสำคัญในธุรกิจรีไซเคิลแผงวงจร ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก มูลค่าตลาดทะลุ 47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องถึงปี 2033 ด้วยอัตรา CAGR 8–9% ภายใต้กระแส Urban Mining และกฎหมาย EPR (Extended Producer Responsibility) ที่ผลักดันให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อขยะของตนเอง ในประเทศไทยเอง อุตสาหกรรมรีไซเคิลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากระบบนอกกฎหมายสู่การดำเนินงานแบบ Green Recycling ที่ใช้เทคโนโลยีสะอาด เช่น AI Vision และ Hydrometallurgical Process เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและตอบโจทย์ ESG อย่างแท้จริง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกภาพรวมโลหะที่สกัดได้จากแผงวงจร (ทองแดง ดีบุก นิกเกิล ทองคำ เงิน พัลลาเดียม แพลทินัม) พร้อมวิเคราะห์ Outlook โลกและไทย รวมถึง ทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมรีไซเคิล ที่กำลังเปลี่ยนจาก “การจัดการขยะ” ไปสู่ “เหมืองทองแห่งอนาคต” ที่สร้างมูลค่ามหาศาลและยั่งยืน ✨ SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในโลกแห่ง Green Recycling
18 ก.ค. 2026
Wood Pellets: จากเศษไม้สู่พลังงานแห่งอนาคต : จากแกลบสู่กิโลวัตต์ — เม็ดไม้ไทยเปลี่ยนเศษวัสดุให้มีค่า บทความโดย SO OK TRADING
พลังงานสะอาดที่ไทยกำลังสร้าง! เม็ดไม้ (Wood Pellets) กำลังกลายเป็นเชื้อเพลิงดาวรุ่งของยุค Carbon Neutrality — เผาไหม้ดี ขี้เถ้าน้อย ส่งออกได้ ตลาดโตแรงทั้งในไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
10 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy