แชร์

“ตลาดโลหะโลกสะเทือน! ดอลลาร์แข็ง + Fed กดดัน จุดชนวนแรงเทขาย — อะลูมิเนียมร่วง ดีบุกดิ่ง แต่ทองแดงยังแกร่ง”: SO OK TRADING: 10JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 10 มิ.ย. 2026
466 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กผันผวนแรง – อะลูมิเนียมร่วง, ทองแดงทรงตัว, ทองคำ-ตะกั่ว-ดีบุกดิ่ง : SO OK TRADING : 10 JUNE 2026 : -


ในสัปดาห์นี้ ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) กำลังสะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและตลาดทุนอย่างเข้มข้น โดยแต่ละโลหะมีทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งการร่วงแรงของอะลูมิเนียมและดีบุก การทรงตัวของทองแดง และการเสียทรงของทองคำและตะกั่ว

 
⚡ อะลูมิเนียม: ปรับฐานแรง

ราคาลงสู่ 3,545 – 3,550 ดอลลาร์/ตัน ต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากเพิ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 3,790 ดอลลาร์/ตัน

ปัจจัยกดดันหลัก:

ดอลลาร์แข็งค่า: ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด ทำให้ Fed อาจคงดอกเบี้ยสูง → เงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันต้นทุนซื้อขายโลหะ
แรงเทขายทำกำไร: ราคาพุ่งแรงกว่า 20% YTD จากข่าวปิดล้อมเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย → นักลงทุนเลือกขายทำกำไรเมื่อมีปัจจัยลบค่าเงินเข้ามา
หลุดแนวรับเทคนิคอล: การหลุดระดับ 3,600 ดอลลาร์/ตัน กระตุ้นคำสั่ง Stop-loss → ราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ประกอบการไทย ต้องจับตา ค่าพรีเมียมขนส่ง เพราะปัญหาการเดินเรือยังไม่คลี่คลาย แม้ราคาจะลงมาเป็นโอกาสซื้อ

 ทองแดง: โลหะเชิงยุทธศาสตร์ที่ยังแข็งแกร่ง

ราคายืนเหนือแนวรับที่ 13,550 – 13,650 ดอลลาร์/ตัน ได้อย่างมั่นคง

ปัจจัยหนุน:

วิกฤตกรดซัลฟิวริก: การขาดแคลนสารเคมีสำคัญจากตะวันออกกลาง → โรงถลุงทองแดงในชิลีต้องลดกำลังผลิต
ปัญหาเหมืองใหญ่: ต้นทุนสูงขึ้น, เกรดแร่ต่ำลง, ข้อจำกัดสิ่งแวดล้อม → อุปทานตึงตัวต่อเนื่อง
เมกะเทรนด์ AI และพลังงานสะอาด: Data Center, EV, Smart Grid → อุปสงค์ระยะยาวแข็งแกร่ง
แนวรับเทคนิคอลหนาแน่น: โซน 13,300 – 13,500 ดอลลาร์/ตัน ดึงแรงซื้อคืนจากผู้ใช้จริง

ทองแดงจึงถูกมองเป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” ที่นักลงทุนสถาบันยังถือครอง ไม่เทขายเหมือนโลหะอื่น

 
ทองคำ: เสียทรงจากแรงกดดัน Fed และดอลลาร์

ราคาหลุดแนวรับลงมาเคลื่อนไหวที่ 4,200 – 4,290 ดอลลาร์/ออนซ์

ปัจจัยเร่ง:

ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง → Fed อาจคงดอกเบี้ยสูง → Yield พันธบัตรพุ่ง ดึงเงินออกจากทองคำ
ดอลลาร์แข็งค่าเฉียบพลัน → กดดันราคาทองคำในตลาดโลก
หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน → Algorithmic Trading กระตุ้นแรงขายอัตโนมัติ
อุปสงค์ชะลอตัว: ธนาคารกลางลดการซื้อทองคำ, ความต้องการในจีนลดลง ~9%

หากราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวรับปัจจุบันได้ มีโอกาสไหลลงไปทดสอบ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์

 ⚙️ ตะกั่ว: Oversupply และการเปลี่ยนผ่าน EV

ราคาหลุดต่ำกว่า 1,980 ดอลลาร์/ตัน หลังแตะจุดสูงสุด 17 สัปดาห์ที่ 2,028 ดอลลาร์/ตัน

ปัจจัยกดดัน:

สต็อก LME พุ่งสูง → กว่า 310,000 ตัน สะท้อน Oversupply
Seasonal Low Demand: เดือนมิถุนายนเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการเปลี่ยนแบตเตอรี่
EV Transition: อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน → ลดความต้องการตะกั่ว
แรงเทขายตามกลุ่มโลหะ + ดอลลาร์แข็งค่า
แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,950 และ 1,920 ดอลลาร์/ตัน
 
ดีบุก: ความผันผวนสูงสุดในกลุ่ม Non-Ferrous

ราคาดิ่งลงกว่า 5% สู่กรอบ 52,300 – 52,900 ดอลลาร์/ตัน หลังจากเพิ่งแตะ 59,000 ดอลลาร์/ตัน (All-time High)
ปัจจัยเร่ง:

ดอลลาร์แข็งค่า จากตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ
แรงเทขายทำกำไรจากกระแส AI Tech: ดีบุกพุ่งแรงที่สุดในปีนี้ (+36% YTD) → นักลงทุนขายลดความเสี่ยง
สต็อก LME เพิ่มขึ้น → คลายกังวลขาดแคลนเฉียบพลัน
Panic Selling: หลุดแนวรับ 55,000 ดอลลาร์/ตัน → Algorithmic Trading บังคับขาย

ดีบุกยังคงเป็นโลหะที่มีความผันผวนสูงที่สุดในตลาด

 
สรุป
อะลูมิเนียมและตะกั่ว: ถูกกดดันจากแรงเทขายและ Oversupply → ต้องบริหารต้นทุนและพรีเมียมขนส่งอย่างรอบคอบ
ทองแดง: ยืนหยัดด้วยอุปสงค์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว 
ทองคำ: เสียทรงจาก Fed และดอลลาร์แข็งค่า → ระวังแรงขายต่อเนื่อง
ดีบุก: ความผันผวนสูงจากแรงเก็งกำไรและตลาดเล็ก → ต้องใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง
 
ตลาดโลหะในสัปดาห์นี้สะท้อนภาพว่า “ดอลลาร์แข็งค่า + การเทขายทำกำไร” คือแรงกดดันหลัก แต่ ทองแดง ยังคงโดดเด่นในฐานะโลหะที่มีความต้องการสูงสุด

-------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING


บทความที่เกี่ยวข้อง
ดีบุก: โลหะหายากที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต SO OK TRADING — สะพานเชื่อมในยุคโลหะขาดแคลน
ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะ — แต่คือกลยุทธ์ของโลกยุคใหม่ เมื่อโลกเร่งเข้าสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูง ดีบุกกลายเป็นพลังเงียบที่ขับเคลื่อนอนาคต SO OK TRADING พร้อมส่งมอบดีบุกคุณภาพสูงจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าอย่างมั่นใจ
8 ก.พ. 2026
Rare Earth Elements: Neodymium & Dysprosium  พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีสะอาดและอนาคตพลังงานโลก เกร็ดความรู้ BY SOOK TRADING
Rare Earth: Neodymium & Dysprosium แร่หายาก ขับเคลื่อนอนาคตโลก และ แนวโน้มทิศทางการใช้งานในอนาคต แหล่งวัตถุดิบ สำคัญ สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต แร่หายาก: นีโอดีเมียม (Neodymium) และ ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ทรัพยากรสำคัญที่ขับเคลื่อนอนาคตโลก — พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต SOOK TRADING ข้อมูลเชิงลึก คุณสมบัติ - นีโอดีเมียม (Nd): โลหะสีเงิน เป็นองค์ประกอบหลักของแม่เหล็กนีโอดีเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB Magnet) ซึ่งเป็นแม่เหล็กถาวรที่ทรงพลังที่สุดในโลก ให้พลังแม่เหล็กสูงในขนาดเล็ก เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงแต่กะทัดรัด - ดิสโพรเซียม (Dy): โลหะหายากที่มีจุดหลอมเหลวและเดือดสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนของแม่เหล็กนีโอดีเมียม ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างมั่นคงในสภาวะอุณหภูมิสูง เช่น มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า และกังหันลมกลางทะเล การใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ (ปี 2026) - ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): แม่เหล็ก NdFeB ทำให้มอเตอร์มีขนาดเล็ก เบา แต่ทรงพลัง ขณะที่ Dy ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อน - พลังงานหมุนเวียน: กังหันลม โดยเฉพาะ Offshore ใช้แม่เหล็ก NdFeB หลายร้อยกิโลกรัมต่อเมกะวัตต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา - หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: ใช้ในข้อต่อและระบบขับเคลื่อนที่ต้องการความแม่นยำสูง สนับสนุนการเติบโตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เกษตรอัจฉริยะ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์: ลำโพงสมาร์ทโฟน หูฟัง ระบบสั่น (Haptic Feedback) เครื่อง MRI และเรดาร์ทางทหาร SOOK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านแร่หายากและโซลูชันพลังงานสะอาด เราพร้อมจัดหาวัสดุคุณภาพสูงและโซลูชันครบวงจรเพื่อขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมของคุณ
22 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy