แชร์

“Copper Fever 2026 – ทองแดงทะยานสู่ยุค AI : โลหะยุทธศาสตร์ร้อนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อ Supply Crunch ปะทะ Demand จาก AI & Green Energy”: 25 MAY 2026: SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ค. 2026
190 ผู้เข้าชม

Copper Supercycle 2026 – เมื่อทองแดงกลายเป็นโลหะยุทธศาสตร์แห่งยุค AI” : ราคาพุ่งทยานสูง ประกอบกับของขาดแคลน : ราคาทำ ATH และอยู่ใน ZONE ราคาสูงเรื่อยๆ : บทความโดย SO OK TRADING : 25 พฤษภาคม 2569

----------------------
 
ราคาทองแดงโลกทะยานสูงสุดในประวัติศาสตร์ วันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ราคาทองแดงในตลาด LME อยู่ที่ 13,426 – 13,480 ดอลลาร์/ตัน และ COMEX ราว 14,183 ดอลลาร์/ตัน หรือคิดเป็น 490,000 – 520,000 บาท/ตัน ขณะที่เศษทองแดงรีไซเคิลในไทยซื้อขายกันที่ 380,000 – 412,000 บาท/ตัน ทำให้เกิดส่วนต่างราคากว้างถึง 92,000 บาท/ตัน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของโรงหล่อและผู้ค้าขนาดใหญ่ในการทำกำไร

----------------------
 
⚡ ปัจจัยที่ผลักดันราคาทองแดง

AI & Data Center Boom – ศูนย์ข้อมูล AI 1 แห่งใช้ทองแดงสูงถึง 50,000 ตัน มากกว่าคลาวด์เดิม 3–4 เท่า

Supply Shock จากเหมือง – เหมือง Grasberg (อินโดนีเซีย), El Teniente (ชิลี) และ Kamoa-Kakula (คองโก) เจอปัญหาดินถล่ม น้ำท่วม และการขาดแคลนกรดกำมะถัน ทำให้การผลิตสะดุด

การลงทุนต่ำในอดีต: โลกไม่ได้เปิดเหมืองใหม่มานานเกือบ 30 ปี ทำให้กำลังการผลิตไม่ทันกับความต้องการ

จีนระงับส่งออกกรดกำมะถัน: สารเคมีสำคัญในการถลุงทองแดงถูกจำกัด ส่งผลกระทบต่อ 15% ของกำลังการผลิตโลก

ผลลัพธ์: อุปทานทองแดงบริสุทธิ์หายไปจากตลาดโลกหลายแสนตัน ก่อให้เกิดภาวะตึงตัวรุนแรง ---> ราคาดีดตัวจากระดับ 10,000 USD/MT เมื่อปลายปี 2025 มาที่ระดับ 140,000 USD/MT ณปจจุบัน

สงครามภาษีและการกักตุน – ผู้ประกอบการเร่งนำเข้าทองแดงไปเก็บในสหรัฐฯ ---> USA ตุนทองแดง ทองแดงหมุนเวียนในตลาดโลกขาด SUPPLY SHORT ราคาขยับขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ

พลังงานสะอาด – EV และโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงต้องใช้ทองแดงมหาศาล --> DEMAND ทองแดงในอุตสาหกรรมพุ่งสูง

แรงเก็งกำไรจากกองทุน – เงินทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ไหลเข้าตลาดทองแดง --> Short Commodity ทองแดงในอุตสาหกรรม

--------------------- 

สรุปประเด็น Supply Shock และปัญหาเหมือง/โรงถลุง ที่กำลังฉุดรั้งตลาดทองแดงโลก: (ข้อมูล 25/5/2026)

 
สรุปปัญหาอุปทานทองแดง (Supply Side Crisis)

---------------------

วิกฤตสายการผลิตจากเหมืองใหญ่

เหมือง Grasberg (อินโดนีเซีย) และ El Teniente (ชิลี) เจอปัญหาดินถล่มและอุบัติเหตุ
เหมือง Kamoa-Kakula (คองโก) เผชิญอุทกภัย ทำให้การผลิตหยุดชะงัก
ปัญหากรดกำมะถัน (Sulfuric Acid)

----------------------

การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งกรดกำมะถันติดขัด
กรดกำมะถันเป็นสารเคมีสำคัญในกระบวนการถลุงทองแดง → โรงถลุงหลายประเทศผลิตได้ต่ำกว่าคาด

---------------------

การขยาย SUPPLY เปิดเหมืองทองแดงใหม่ที่ต้องใช้เวลา และ วิธีการซับซ้อนยุ่งยาก

โลกไม่ได้เปิดเหมืองใหม่มานานเกือบ 30 ปี
ปริมาณแร่ที่ขุดได้ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันกับความต้องการที่พุ่งสูง

สหรัฐฯ กักตุนทองแดง ---> ซื้อทองแดงก่อนปรับฐานภาษี

ผู้ค้าเร่งนำเข้าทองแดงแท่งบริสุทธิ์ไปเก็บในคลังสินค้าสหรัฐฯ
ส่งผลให้ทองแดงหมุนเวียนในภูมิภาคอื่นตึงตัวมากขึ้น ---> Q1/2026 --> Supply SUDDENL SHORT *

-------------------------------

วิกฤตกรดกำมะถันระลอกใหม่จากจีน

จีนประกาศระงับการส่งออกกรดกำมะถัน คิดเป็น 15% ของกำลังการผลิตโลก
มาตรการนี้ซ้ำเติมให้ Supply ตึงตัวหนักขึ้นในครึ่งปีหลัง
 
ภาพรวม: อุปทานทองแดงโลกกำลังเผชิญ “มรสุมหลายด้านพร้อมกัน” ทั้งเหมืองหยุดชะงัก, โรงถลุงติดขัด, การลงทุนใหม่ไม่เพียงพอ และการกักตุนในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะ Supply Crunch รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

--------------------------------

การคาดการณ์ราคาทองแดงครึ่งหลังปี 2026

Base Case: ราคายืนสูงที่ 12,500 – 13,800 ดอลลาร์/ตัน จากดีมานด์ AI และพลังงานสะอาด แม้เศรษฐกิจจีนชะลอตัว
Bull Case: อาจทะลุ 15,000 ดอลลาร์/ตัน หากเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือมาตรการคว่ำบาตรใหม่

------------------------------

Institutional Forecasts:

J.P. Morgan: Q2 เฉลี่ย $13,500/ตัน อาจย่อตัวไป $12,500/ตัน ใน Q4
Citi: มองบวกแรง คาด $13,000 – $15,000/ตัน จากภาวะขาดแคลน 330,000 ตัน
Goldman Sachs: คาด $10,000 – $11,000/ตัน ระยะสั้น แต่จะพุ่งแตะ $15,000/ตัน ภายในปี 2035

-----------------------------
 
กลยุทธ์ผู้ใช้งานทองแดง และ ผู้ค้าทองแดงในภาคอุตสาหกรรม

ผู้ซื้อ (โรงงาน/ผู้ผลิต): ใช้สัญญาฟิวเจอร์สป้องกันความเสี่ยง
ผู้ขาย (ร้านรีไซเคิล): ระบายสินค้าที่ระดับ 390,000 – 410,000 บาท/ตัน ถือเป็นจุดทำกำไรที่ดีเยี่ยม

----------------------------
 
✨ สรุปสั้นๆ ทองแดงกำลังอยู่ใน “สงครามชักเย่อ” ระหว่าง อุปทานที่ขาดแคลนจริงจากเหมืองทั่วโลก กับ แรงกดดันมหภาคจากน้ำมันแพงและเงินเฟ้อ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ยุค AI และพลังงานสะอาดได้เปลี่ยนทองแดงจากโลหะอุตสาหกรรมธรรมดา ให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่โลกขาดไม่ได้

------------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM 

FACEBOOK : SO OK TRADING 

-----------------------------

สนใจสินค้าทองแดงใช้ในประเทศสอบถามได้เลยนะครับ ขอขอบคุณมากครับ 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Black Swan แห่งอลูมิเนียม : วิกฤตสงครามและพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซ สู่ Supply Shock ที่เขย่าตลาดโลก เดือนมีนาคม 2569
อลูมิเนียมเดือนมีนาคม 2569 – จากแรงกดดันสู่ Supply Shock ที่เขย่าตลาดโลก เดือนมีนาคม 2569 ไม่ใช่เพียงเดือนที่ตลาดอลูมิเนียมต้องเผชิญกับภาษีและมาตรการสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นเดือนที่โลกทั้งใบต้องรับมือกับ “Black Swan Event” จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อันเป็นผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนสมการตลาดจากความกังวลเชิงนโยบายไปสู่ วิกฤตอุปทานและพลังงาน อย่างแท้จริง ราคาที่พุ่งทะยาน, Panic Buying จากผู้ผลิตทั่วโลก, และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งตลาดโลกและผู้ประกอบการไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ที่ปรับตัวได้เร็วจะไม่เพียงแค่รอด แต่ยังสามารถคว้าโอกาสจากวิกฤตครั้งนี้
1 มี.ค. 2026
ZINC INGOT สังกะสีแท่ง และ การใช้งาน
สังกะสีแท่ง (Zinc Ingot) ส่วนใหญ่ใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น ทำแผ่นสังกะสีสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดน้ำมัน, ทำสังกะสีสำหรับเคลือบกันสนิม (Galvanizing), และใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์ ในการใช้งานกับโลหะ สังกะสีจะทำหน้าที่เป็นขั้วบวกเพื่อป้องกันการกัดกร่อน (Zinc Anode) การใช้งานหลักของ Zinc Ingot อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ทำชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้น้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง การเคลือบกันสนิม: นิยมนำไปใช้ในกระบวนการเคลือบสังกะสี (Galvanizing) เพื่อป้องกันการผุกร่อนของโลหะ เช่น เหล็ก สังกะสีอัลลอยด์: ใช้ในการผลิตสังกะสีอัลลอยด์สำหรับงานต่างๆ
26 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy