แชร์

เรื่องเล่าตลาดเกษตรโลก และ ไทย Q2/2569: สงครามราคา ปุ๋ยแพง และเวทีโลก:SO OK TRADING: 23 APRIL 2026

อัพเดทล่าสุด: 23 เม.ย. 2026
256 ผู้เข้าชม

สงครามราคา ปุ๋ยแพง และเกมใหม่ของตลาดเกษตร โลก และ ไทย Q2/2569
 
บทนำ
ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ภาคเกษตรไทยกำลังเดินเข้าสู่เวทีที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้ง สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่า 50 วัน ทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและแนฟทาในช่องแคบฮอร์มุซปิด–เปิด–ปิดอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือทะยานขึ้นไม่หยุด ขณะเดียวกัน ราคาปุ๋ยยูเรีย ซึ่งอิงต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ก็พุ่งขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 20–30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นี่คือ “สงครามราคา” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดโลก แต่แทรกซึมเข้ามาถึงทุ่งนาและโรงงานไทยทุกแห่ง

----------
 
ดาวรุ่งที่ยังเปล่งประกาย

แม้เวทีโลกจะเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่ ทุเรียนและมะม่วงพรีเมียม ยังคงเป็นดาวเด่นที่ตลาดจีนต้องการสูง ขณะที่ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ก็มีผลผลิตเพิ่มขึ้นตามรอบเก็บเกี่ยว ทำให้บางกลุ่มเกษตรกรยังพอมีรอยยิ้ม

----------
 
เงามืดของข้าวและมันสำปะหลัง

ข้าวไทย ต้องเจอศึกหนักจากอินเดียที่กลับมาส่งออกเต็มกำลัง ครองส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 44–46% ราคาข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 423 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนข้าวหอมมะลิพิเศษยังยืนที่ 1,202 ดอลลาร์ต่อตัน แต่การแข่งขันด้านราคากับอินเดียและเวียดนามทำให้ไทยเสียเปรียบ

มันสำปะหลัง แม้ราคายังแข็งแรงเพราะผลผลิตขาดแคลน แต่โรคใบด่างและเงินบาทแข็งค่าคือความเสี่ยงใหญ่ที่อาจบั่นทอนรายได้ ---> มันสำปะหลังของขาดตลาด

----------
 
ข้าวโพด – นาทีทองของโรงงานอาหารสัตว์

ตลาดโลกเต็มไปด้วยข้าวโพดจากสหรัฐฯ และบราซิล ราคาทรงตัวต่ำที่ 4.42–4.62 ดอลลาร์ต่อบุชเชล โรงงานอาหารสัตว์ไทยได้วัตถุดิบราคาถูกลง แต่เกษตรกรกลับต้องแบกรับต้นทุนปุ๋ยและสารเคมีที่พุ่งสูง ทำให้รายได้สุทธิลดลง --> ต้นทุนสูงขึ้นราคาขายไม่ขยับ หรือ ขยับน้อย --> กำไรเกษตรกรต่ำลง

----------

 น้ำตาล – จากหวานกลายเป็นขม

ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ “อุปทานล้น” ผลผลิตจากบราซิลและอินเดียทะลัก ราคาน้ำตาลทรายดิบเฉลี่ยลดลงเหลือ 16.5–16.8 เซนต์ต่อปอนด์ รายได้รวมของอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยจึงมีแนวโน้มหดตัว แม้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นกว่า 6% แต่ราคาส่งออกกลับไม่เอื้ออำนวย --> อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ นำเข้าลดลง : Supply ล้น , Demand หด : 

----------

ทางรอดในยุคสงครามราคา

เมื่อสงครามและต้นทุนไม่ปรานี ทางรอดของเกษตรกรไทยคือการ ปรับตัวสู่เกษตรมูลค่าสูง ใช้นวัตกรรมและการผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงจากพืชเชิงเดี่ยว พร้อมเ การสร้างมูลค่าเพิ่มและการตอบโจทย์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมใหม่ เช่น ข้าวโพดปลอดเผา หรือ การนำของเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียน คือเส้นทางที่ต้องเดิน

----------
 
เวทีที่ผู้ซื้อมีอำนาจ (ทางรอดเกษตรกรไทย)

ไตรมาส 2/2569 คือช่วงที่ตลาดโลกเต็มไปด้วยผลผลิต ราคาทรงตัวต่ำ และผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูง ขณะที่ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญสงครามราคาและต้นทุนที่พุ่งขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือโอกาสในการพลิกเกมด้วยการสร้างมูลค่าใหม่และสร้างแบรนด์เกษตรไทยให้โดดเด่นบนเวทีโลก

------------

SO OK TRADING :  พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING :  FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลไม้ไทยตามฤดูกาล ความอร่อย และของขวัญจากธรรมชาติ
ผลไม้ไทย : ผลไม้ไทยถือเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ด้วยรสชาติหลากหลายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร โดยมี ทุเรียน ราชาผลไม้ที่โด่งดังไปทั่วโลก, มังคุด ราชินีผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว, มะม่วง น้ำดอกไม้หอมหวาน และ ลำไย เนื้อฉ่ำหวานที่เป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ที่หาทานง่ายและได้รับความนิยมสูง เช่น ส้ม, เงาะ, แตงโม, สับปะรด, กล้วย, ฝรั่ง และส้มโอ ความพิเศษของผลไม้ไทยคือ ความหลากหลายตามฤดูกาล -
10 ม.ค. 2026
THAI DURIAN (KING OF FRUIT)
Thai durian is one of the country’s most iconic fruits, earning the title "King of Fruits” thanks to the rich, distinctive flavour that sets it apart from other varieties. If you're looking to try durian at its best, it's a seasonal fruit available about six months a year, typically from April to September. 1.April to June - Eastern Thailand produces most of the country's durian, with May being the peak month. 2.July to September - Southern Thailand takes over as the primary durian producing region. There are five main Thai durian varieties that are especially popular: 1.Monthong (Golden Pillow): Pale yellow flesh, smooth and dry texture, thick meat with small seeds. Very sweet with a mild aroma. 2.Chanee: Deep yellow flesh with a rich, creamy texture. Medium fibre content. When fully ripe, the flesh becomes soft and bold in both sweetness and smell. 3.Kanyao: Golden yellow flesh, soft and fine texture with a balanced sweet, creamy taste. Medium fibre, pleasantly aromatic. 4.Puangmanee: Deep yellow, sticky flesh with a thin layer of fruit. Intensely sweet with a fragrant aroma. 5.Gradoom: Bright yellow, soft textured flesh with a thinner layer of fruit and larger seeds. Mildly sweet, less creamy and tends to become mushy when overripe.
28 ธ.ค. 2025
✨ “ข้าวเหนียวมะม่วง: ของหวานไทยหวานละมุน จนโลกต้องยิ้มและยอมรับ Soft Power ระดับโลก” ✨
✨ ข้าวเหนียวมะม่วง : SOFT POWER ขนมหวานและผลไม้ไทย ที่อร่อยจนโด่งดังไกลทั่วโลก
14 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy