Global Energy Crisis 2026: จุดเดือดช่องแคบฮอร์มุซ – Supply Shock ที่โลกจับตา : วิเคราะห์ฉากทรรศน์ By SO OK TRADING

วิกฤตพลังงานโลก: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด : บทความ และ การวิเคราะห์ฉากทรรศน์ โดย SO OK TRADING
Strait of Hormuz เส้นทางยุทธศาสตร์ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20–30% ของโลก กำลังกลายเป็น “จุดเดือด” ของเศรษฐกิจโลกในเดือนมีนาคม 2569 หลังจากอิหร่านประกาศปิดทางเดินเรือเพื่อตอบโต้การโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ตลาดพลังงานไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน
⛽ ราคาน้ำมันพุ่งทะยานแบบไม่เคยมีมาก่อน
WTI ปิดตลาดที่ 90.90 ดอลลาร์/บาร์เรล (+12.21%)
Brent Crude ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์/บาร์เรล (+8.52%)
นักวิเคราะห์เตือน หากการปิดช่องแคบยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจทะลุ 150–200 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาขายปลีกในไทยอาจพุ่งเกิน 60 บาท/ลิตร แม้รัฐบาลยังตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร แต่แรงกดดันจากตลาดโลกกำลังถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
เงินเฟ้อ: ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ดันราคาสินค้าและอาหาร
ค่าไฟฟ้า: LNG ที่นำเข้าผ่านเส้นทางนี้สะดุด ทำให้ค่าไฟมีแนวโน้มปรับขึ้น
ห่วงโซ่อุปทาน: กระทบการส่งออกและราคาปุ๋ยทั่วโลก
รัฐบาลไทยยืนยันมีน้ำมันสำรองใช้ได้ราว 60 วัน และตั้ง “ศบก.” เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนเส้นทางขนส่งสำรอง
ปิดช่องแคบ HORMUZ : Turning Point – จุดเปลี่ยนที่โลกจับตา
สหรัฐฯ และจีน กดดันให้เปิดเส้นทางเร็วที่สุด เพราะต่างก็ได้รับผลกระทบหนัก
หากมีการเจรจาและเรือเริ่มผ่าน ราคาน้ำมันอาจร่วงลงแรงจาก Panic Sell
แต่ในระยะสั้น “Risk Premium” จะยังคงอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันไม่กลับไปต่ำเหมือนเดิมทันที
ภาพรวมผลกระทบระดับโลก
จีน/อินเดีย: ฐานการผลิตโลกสะดุด ต้นทุนพุ่ง
ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้: พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบนี้กว่า 85–90% เสี่ยงวิกฤตพลังงาน
ยุโรป: เผชิญราคาปุ๋ยและค่าไฟสูงจากการขาด LNG
สหรัฐฯ: บริษัทพลังงานกำไรพุ่ง แต่ผู้บริโภคเจอราคาน้ำมันแพง
ประเมินฉากทัศน์ราคาน้ำมัน Q2/2569
Base Case (60%): 85–105 ดอลลาร์/บาร์เรล หากปิดช่องแคบไม่เกิน 1 เดือน
Bearish Case (25%): 120–150+ ดอลลาร์/บาร์เรล หากสงครามยืดเยื้อและ Supply หายไปจริง
Optimistic Case (15%): 75–85 ดอลลาร์/บาร์เรล หากมีการหยุดยิงหรือเจรจาสันติภาพเร็ว
✨ บทสรุป วิกฤติพลังงานจากการปิดช่องแคบ Hormuz
การปิดช่องแคบฮอร์มุซครั้งนี้คือ Supply Shock ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และสร้างผลกระทบแบบ “โดมิโน” ต่อเศรษฐกิจโลก ไทยเองแม้มีน้ำมันสำรอง แต่ก็ต้องเตรียมรับมือกับราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้น
ผู้ประกอบการขนส่ง - อุตสาหกรรม ควร ล็อกต้นทุนพลังงานล่วงหน้า และหาทางเลือกพลังงานหมุนเวียน
ผู้บริโภคควร เติมน้ำมันเต็มถังเมื่อมีโอกาส เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับขึ้นอีกใน 1–2 สัปดาห์
นักลงทุนควรจับตา หุ้นพลังงาน โลจิสติกส์ และสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : "FAST SHARP RELIABLE"
ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com หรือ ส่งอีเมลล์หาเราได้ที่ sooktrading@outlook.com

