แชร์

จากเจรจาสู่แรงสั่นสะเทือน: เกมกดดันสหรัฐฯ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจโลก ผ่านพลังงาน เงินทุน และทองคำ

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.พ. 2026
1557 ผู้เข้าชม

สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก (ปลายกุมภาพันธ์ 2569) : บทความโดย SO OK TRADING 

ภาพรวมการเมืองและการทูต

การเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม แม้จะมีสัญญาณความคืบหน้าบางส่วน ทั้งสองฝ่ายนัดหารือใหม่ในสัปดาห์หน้า แต่ความไม่ไว้วางใจยังคงสูงมาก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงยึดแนวทาง “Maximum Pressure” ใช้มาตรการภาษีและแรงกดดันทางทหารเพื่อบีบให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงใหม่ที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ

ความตึงเครียดทางทหาร

สหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินและกำลังพลเข้าพื้นที่เพื่อสร้างแรงกดดันทางการทูตควบคู่กับการแสดงแสนยานุภาพ อิสราเอลได้รับการสนับสนุนอาวุธและฝูงบินรบล่องหน พร้อมเปิดฉากโจมตีหากการเจรจาล้มเหลว ด้านอิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ทันที โดยล็อกเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ผลกระทบต่อตลาดหุ้น

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดภาวะ “Risk-off” นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป เช่น S&P 500 และ DAX มักปรับตัวลงทันทีจากความกังวลต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงไทย มักได้รับผลกระทบหนักกว่า เพราะเงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยในสหรัฐฯ
กลุ่มอุตสาหกรรมที่เสียหายหนัก ได้แก่ สายการบินและขนส่ง (ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น), เทคโนโลยี และอุปโภคบริโภค (ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย)
กลุ่มที่อาจสวนกระแส ได้แก่ พลังงาน (ราคาน้ำมันสูงดันกำไร), อาวุธและป้องกันประเทศ (คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น), และสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์
ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงจาก “เบี้ยความเสี่ยงสงคราม”

WTI ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+2.8%)
Brent ปิดที่ 72.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+2.9%)
ตลาดกังวลว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกขัดขวาง ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเกินคาดยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัว ในไทย กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มการชดเชยเพื่อคงราคาขายปลีกไม่ให้กระทบค่าครองชีพ
ราคาทองคำและโลหะมีค่า

ทองคำพุ่งแรงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ทองคำแท่งในประเทศ: รับซื้อ 77,400 บาท ขายออก 77,600 บาท
Gold Spot: เคลื่อนไหวเหนือ 5,100 – 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
JP Morgan ปรับคาดการณ์สิ้นปี 2569 ขึ้นไปที่ 6,300 ดอลลาร์ หากสงครามยืดเยื้อ
เงิน (Silver) ขยับขึ้นตามทอง แต่ผันผวนกว่า เพราะมีบทบาททั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและโลหะอุตสาหกรรม ส่วนแพลทินัมและพัลลาเดียมเสี่ยง Supply Shock หากการขนส่งสะดุด
โลหะพื้นฐาน

อลูมิเนียม: ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 3,100 – 3,200 ดอลลาร์ต่อตัน เพราะต้นทุนพลังงานสูงและความเสี่ยงด้านการขนส่ง
ทองแดง: เคลื่อนไหวที่ 13,100 – 13,200 ดอลลาร์ต่อตัน ระยะสั้นพยุงด้วยต้นทุนขนส่งและความต้องการในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่ระยะยาวเสี่ยงถูกกดดันหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ค่าเงิน

ภายใต้ความตึงเครียด นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ค่าเงินหลักเคลื่อนไหวดังนี้

ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้น ดัชนี DXY อยู่ที่ 97.7 – 97.8 และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
เงินหยวน (CNY) อ่อนค่าลงอยู่ที่ 6.85 – 6.86 ต่อดอลลาร์ จากต้นทุนพลังงานสูงและเงินทุนไหลออก
เงินบาท (THB) อ่อนค่าอยู่ที่ 31.00 – 31.23 บาทต่อดอลลาร์ จากการนำเข้าน้ำมัน แต่ราคาทองคำที่พุ่งช่วยพยุงไม่ให้อ่อนแรงเกินไป แนวโน้มสัปดาห์หน้าผันผวนในกรอบ 31.00 – 31.60 บาทต่อดอลลาร์
 

สรุปภาพรวม โดย SO OK TRADING 

สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในจุดเปราะบางที่สุด หากการเจรจาสัปดาห์หน้าล้มเหลว ความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีแบบจำกัดวงจะเพิ่มสูงขึ้นทันที ตลาดโลกจะเผชิญความผันผวนรุนแรง ทั้งหุ้น น้ำมัน ทองคำ และค่าเงิน นักลงทุนจึงต้องจับตาการประชุม OPEC+ และการเจรจารอบใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะสั้นถึงกลางปีนี้

 SO OK TRADING พันธมิตรธุรกิจของคุณ : ต้องการข้อมูล หรือ หาสินค้าเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมของท่านกรุณาติดต่อ www.sooktrading.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกในจุดเปลี่ยน: จากสงครามสู่การปรับตัว พลังงานแพง ต้นทุนพุ่ง แต่โอกาสธุรกิจยังเปิดกว้าง : บทความโดย SO OK TRADING: 31.03.2026
✨ โลกเปลี่ยนทิศ: พลังงานแพง เศรษฐกิจผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาส ✨ วิเคราะห์สถานการณ์โดย SO OK TRADING วันที่ 31 มีนาคม 2026 ถูกบันทึกว่าเป็นวันสำคัญที่สงครามตะวันออกกลางได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันและก๊าซทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่พลาสติก ปุ๋ย ไปจนถึงอาหารและโลหะหนักเพิ่มขึ้นทันที ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ยังมี โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว — ไม่ว่าจะเป็นการหันสู่ Circular Economy, การใช้ พลังงานทางเลือก, หรือการเร่งลงทุนใน รีไซเคิลและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ SO OK TRADING มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ: - ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะได้เปรียบ - นักลงทุนที่มองหาโอกาสในวิกฤตจะเห็นช่องทางใหม่ใน Green Energy และ Supply Chain ทางเลือก - ผู้บริโภคจะเริ่มหันไปใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนต่ำกว่า
31 มี.ค. 2026
REES Rare Earth Element, แร่หายาก คือ อะไรใช้งาน อะไร เกร็ดความรู้ รวมรวมโดย SO OK TRADING
แร่หายาก (Rare Earth Elements: REEs) คือกลุ่มธาตุโลหะ 17 ชนิดที่มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น รถไฟฟ้า กังหันลม สมาร์ทโฟน) แม้ชื่อจะบอกว่า "หายาก" แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ในโลก แต่กระจายตัวไม่เข้มข้นและแยกสกัดยาก ทำให้มีต้นทุนสูง และมักพบรวมกับแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แร่ดีบุก ทังสเตน และพบได้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ครองตลาดใหญ่. แร่หายากคืออะไร? กลุ่มธาตุ 17 ชนิด: ประกอบด้วยธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ (Lanthanides) 15 ธาตุ + สแกนเดียม (Sc) และ อิตเทรียม (Y). ธาตุสำคัญ: ซีเรียม (Ce), นีโอไดเมียม (Nd), ยูโรเปียม (Eu), เทอร์เบียม (Tb). ทำไมถึงสำคัญ? ส่วนประกอบเทคโนโลยี: ใช้ทำแม่เหล็กกำลังสูง (รถยนต์ไฟฟ้า), สารเรืองแสง (LED), ตัวเร่งปฏิกิริยา (ลดมลพิษ), ไฟเบอร์ออปติก, เครื่อง MRI. พบได้ที่ไหน? กระจายทั่วโลก: แต่แหล่งที่พบมากและแปรรูปได้ง่ายมีไม่กี่แห่ง (เช่น จีน, เวียดนาม, บราซิล). ในไทย: พบกระจายทางภาคตะวันตก (เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กาญจนบุรี) มักปนกับแร่ดีบุกและทังสเตน. ความท้าทายในการทำเหมือง: ต้นทุนสูง และกระบวนการสกัดซับซ้อน ต้องใช้เทคโนโลยีสูง. ก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมหากจัดการไม่ดี. ---------------
14 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy