แชร์

พลังงานไทย 2569: พลิกเกมจากถ่านหินสู่เชื้อเพลิงสะอาด จาก ดำสู่เขียวการเดินทางของพลังงานไทย สู่ NET ZERO: Clean Energy Thailand RDF3, Wood Pellets, Electrical SOLAR, EV บทความจาก SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 2026
259 ผู้เข้าชม

พลังงานทางเลือกไทยปี 2569: จุดเปลี่ยนจากถ่านหินสู่ RDF และพลังงานสะอาด

ปี 2569 ถือเป็น “ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ของระบบพลังงานไทย จากการพึ่งพาถ่านหินและเชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนและเชื้อเพลิงสะอาดที่ตอบโจทย์ทั้ง ต้นทุน ความเสถียร และภาพลักษณ์สีเขียว

 

ความต้องการพลังงานและรายได้ผู้ประกอบการ

ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูง: คาดว่าความต้องการไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแตะ 30,000 GWh โดยตลาดเอกชนโตแรงถึง 21% จากการขยายตัวของ Data Center และ AI ที่ต้องการพลังงานสะอาดแบบ Base Load
รายได้ผู้ประกอบการไฟฟ้าหมุนเวียน: แม้อัตรารับซื้อไฟฟ้าต่อหน่วยปรับลดลง แต่ปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐเพิ่มขึ้นราว 7% ทำให้รายได้รวมยังเติบโต กำไรขั้นต้นสูงกว่า 30%
 

☀️ เทรนด์พลังงานดาวรุ่ง

Solar Rooftop & Solar Farm: ต้นทุนแผงโซลาร์ถูกลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้โรงงานและบ้านเรือนหันมาติดตั้งมากขึ้น
เชื้อเพลิงขยะ RDF: ตลาดโตทะลุ 14,500 ล้านบาท โดย RDF3 (ขยะคัดแยกละเอียด) กลายเป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์เต็มตัว
เอทานอล: ฟื้นตัวจากภาวะกำลังผลิตล้นในปี 2568 โดยมีการปรับสมดุลอุปสงค์-อุปทานใหม่
 

ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์

Net Zero & Carbon Neutrality: ร่างแผน PDP ใหม่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 30% เป็น 40%
อุตสาหกรรมใหม่: Data Center และ AI ต้องการพลังงานสะอาดที่มั่นคงและต่อเนื่อง
ตลาดไฟฟ้านอกระบบ (IPS): ผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
 

⚡ ถ่านหิน: บทบาทที่กำลังเลือนหาย

ภาคอุตสาหกรรม: ความต้องการลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ที่ใช้ถ่านหินสูงถึง 60%
โรงไฟฟ้าแม่เมาะ: ยังเดินเครื่องบางส่วนเพื่อรักษาต้นทุนต่ำ แต่กำลังผลิตอาจลดลงครึ่งหนึ่งในปี 2569
เป้าหมายใหญ่: ยุติการใช้ถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2580
 

♻️ RDF3: เชื้อเพลิงแห่งอนาคต

มูลค่าตลาดปี 2569: พุ่งถึง 1.45 หมื่นล้านบาท โต 15%
ผู้ใช้หลัก:
โรงไฟฟ้า (64%)
อุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ (36%)
มาตรฐานคุณภาพ RDF3:
ค่าความร้อน ≥ 4,000–5,000 kcal/kg
ความชื้น < 15–20%
ขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว
คลอรีน < 1%
 

การเปรียบเทียบต้นทุน: RDF3 vs ถ่านหิน
เมื่อเปรียบเทียบกับถ่านหิน RDF3 มีข้อได้เปรียบหลายด้าน ราคาค่อนข้างคงที่เพราะจัดหาในประเทศ ภาษีคาร์บอนต่ำหรือได้รับยกเว้น และยังมีสิทธิประโยชน์จาก Carbon Credit และ BOI ในขณะที่ถ่านหินนำเข้ามีราคาผันผวนตามตลาดโลกและค่าขนส่งสูง อย่างไรก็ตาม RDF มีความหนาแน่นต่ำ ทำให้ค่าขนส่งต่อหน่วยแพงกว่าถ่านหิน

ปัจจัยเปรียบเทียบ
ราคาต่อตัน

ถ่านหิน (นำเข้า) --> ผันผวนตามตลาดโลก + ค่าขนส่งสูง

RDF3 --> ราคาค่อนข้างคงที่ (จัดหาในประเทศ)

ภาษีคาร์บอน (CBAM) (CARBON TAX)
ถ่านหิน (นำเข้า) --> จ่ายเต็ม (เพราะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง)
RDF3 --> ต่ำ/ได้รับยกเว้น (ถือเป็นพลังงานหมุนเวียน)


สิทธิประโยชน์เรื่องสิ่งแวดล้อม
ถ่านหิน (นำเข้า) --> ไม่มี
RDF3 --> มี Carbon Credit และสิทธิประโยชน์จาก BOI

ความคุ้มค่าจากการใช้งานโดยรวม และ ประโยชน์ต่อสาธารณะ
ถ่านหิน (นำเข้า) --> เริ่มลดลงเรื่อยๆ
RDF 3 --> คุ้มค่ากว่าในระยะยาว หากโรงงานอยู่ใกล้แหล่งขยะ
 
 ** สำหรับเชื้อเพลิง RDF 3: ทำเล และแหล่งวัตถุดิบ คือหัวใจ ***

RDF มีความหนาแน่นต่ำ ทำให้ค่าขนส่งต่อหน่วยสูง โรงงานที่จะใช้ RDF3 ได้คุ้มค่าที่สุดคือ โรงงานที่อยู่ใกล้แหล่งผลิต RDF3 ไม่เกิน 100–150 กม.
 

บทสรุปทิศทางพลังงานเชื้อเพลิงไทย และ โลก BY SO OK TRADING : 

ปี 2569 คือปีที่ประเทศไทยเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง ถ่านหินกำลังถูกแทนที่ด้วย Solar, Biomass, RDF3 และก๊าซธรรมชาติผสมไฮโดรเจน ผู้ประกอบการที่ปรับตัวเร็วและเลือกทำเลที่เหมาะสมจะได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและภาพลักษณ์ “สีเขียว” ที่ตลาดโลกต้องการ

 **** หากท่านมีความต้องการจะใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ทั้ง RDF 3 , WOOD CHIP , WOOD PELLETS , SAW DUST ETC. ท่านสามารถติดต่อบริษัท SO OK TRADING เพื่อทำการเสนอราคา และ พิจารณาคุณภาพก่อนการซื้อขาย เรามีแหล่งวัตถุดิบทั้งที่ ภาคใต้ของไทย , ภาคตะวันออก และ ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยท่านสามารถติดต่อที่หน้าเวบบริษัท www.sooktrading.com คลิกที่ปุ่ม Give Inquiry หรือ ติดต่อโดยตรงที่ อีเมล์SOOKTRADING@OUTLOOK.COM ได้เลยครับ 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เจาะแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569: AI พลังงานสะอาด และการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์” บทความโดย SO OK TRADING
ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย AI และพลังงานสะอาด พร้อมการผงาดของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์อย่าง ทอง เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงกดดัน ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง Transition ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้าน R&D เพื่อไม่ให้ตกขบวน ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยปี 2569 พร้อมชี้โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมดาวรุ่ง ตั้งแต่ เทคโนโลยีดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร พลังงานสะอาด ไปจนถึงตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2569 กำลังจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โลกกำลังขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ พลังงานสะอาด พร้อมกับการผงาดขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง และอลูมิเนียม แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วง การเปลี่ยนผ่าน (Transition) ที่ต้องเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อคว้าโอกาสใหม่ใน การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) การผลิตสีเขียว (Green Manufacturing) และตลาดไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
17 ก.พ. 2026
Wood Pellets แหล่งพลังงานสะอาด Green Energy เพื่อ Carbon Credit (BY SO OK TRADING)
Wood Pellets ชีวมวลอัดเม็ด แหล่งพลังงานสะอาด ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการผลิตพลังงานชีวมวล (Biomass Energy) เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงแบบเก่า (เชื้อเพลิง ปิโตรเลียม ถ่านหิน) ทั้งยังลดแรงกดดันในเรื่อง สิ่งแวดล้อม จากเหตุดังกล่าวจึงทำให้ ต้องการสินค้าชีวมวลขยายตัว ในการเกริ่นนำนี้เราจะอ้างถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการใช้พลังงานชีวมวลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ คาดการณ์มูลค่าตลาดจาก 7.26 แสนล้านเยน ในปี 2563 เพิ่มสูงถึง 1.72 ล้านล้านเยน ในปี 2578 ทั้งนี้ญี่ปุ่นยังคงพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก โดยเฉพาะชีวมวลอัดเม็ด (Wood pellets) และไม้สับ (Wood Chips/Waste) เนื่องจากข้อจำกัดด้านปริมาณทรัพยากร โดยจากข้อมูลย้อนหลัง ปริมาณนำเข้าปลายทางญี่ปุ่นรวมอยู่ที่ 2.028 ล้านตัน ในปี 2563
8 ม.ค. 2026
เกร็ดความรู้ การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคอุตสาหกรรม  By SO OK
เกร็ดความรู้ เชื้อเพลิงชีวภาพ ในภาคอุตสาหกรรม การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคอุตสาหกรรมช่วยลดต้นทุนและมลภาวะ โดยนำวัตถุดิบทางการเกษตร (เช่น ฟางข้าว ซังข้าวโพด) ของเสียจากโรงงาน (เช่น น้ำเสีย) และพืชพลังงาน (เช่น สาหร่าย) มาผลิตเป็นพลังงานชีวมวล (เม็ดเชื้อเพลิง) ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ไบโอดีเซล และเอทานอล เพื่อใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในหม้อไอน้ำ โรงไฟฟ้า และยานยนต์ ซึ่งสนับสนุนเศรษฐกิจ BCG ลดการพึ่งพาพลังงานภายนอก และสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน. ประโยชน์หลัก: ลดต้นทุนและพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล: แทนที่ถ่านหิน น้ำมันเตา ด้วยพลังงานหมุนเวียน. ลดมลพิษ: ลดฝุ่น PM 2.5 กลิ่น และก๊าซเรือนกระจก. เพิ่มมูลค่าเกษตรกรรม: สร้างรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรเหลือใช้ (Zero Burn). สร้างความมั่นคงทางพลังงาน: เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศ. รูปแบบการใช้งานในอุตสาหกรรม: เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass Fuel): นำฟางข้าว ซังข้าวโพด กากอ้อย มาอัดเป็นเม็ด (Energy Pellet) ใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อเผาของโรงงาน (เช่น โรงงานปูนซีเมนต์). ก๊าซชีวภาพ (Biogas): เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย หรือของเสียจากโรงงานและฟาร์มสัตว์ นำมาใช้ผลิตไฟฟ้าหรือทดแทนแก๊ส LPG ได้. ไบโอดีเซล (Biodiesel) และเอทานอล (Ethanol): ผลิตจากพืชน้ำมัน (ปาล์ม) และพืชหัว (มันสำปะหลัง อ้อย) ใช้ผสมในน้ำมันดีเซลและเบนซิน (แก๊สโซฮอล์). พลังงานจากสาหร่าย (Algae Biofuel): สาหร่ายเติบโตเร็ว ดูดซับคาร์บอนได้ดี นำมาผลิตเป็นไบโอดีเซลและเชื้อเพลิงอื่นๆ. ตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ใช้: อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์/ก่อสร้าง: ใช้ชีวมวล (ฟางข้าว) แทนถ่านหิน. อุตสาหกรรมอาหาร: ใช้ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียเป็นพลังงาน. อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และวัสดุชีวภาพ (Bio-based Industry): ใช้พืชผลทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสารเคมี, PLA (Polylactic Acid). การพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นส่วนสำคัญของโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของไทย เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ. การพัฒนาเพื่อการ เชื้อเพลิงชีวภาพ มีหลากหลายประเภท ทั้งไม้สับ ไม้อัดแท่ง ไม้อัดแท่งสีดำ กะลาปาล์ม กะลามะพร้าว และเศษวัสดุทางการเกษตร ช่วยลดมลพิษ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน.
7 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy