เศษเหล็ก : STEEL SCRAP: เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะพลิกฟื้นอุตสาหกรรมเหล็กไทย บทความจาก SO OK TRADING

เศษเหล็ก: จากของเก่า สู่ “ขุมทรัพย์” แห่งเหล็กสีเขียว
ห่วงโซ่ธุรกิจที่ซ่อนพลัง
เศษเหล็กในไทยไม่ใช่แค่ของเหลือใช้ แต่คือหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กผ่าน เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าการผลิตจากแร่โดยตรง
ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า → เก็บเศษจากบ้านและไซต์งาน
ลานคัดแยกกลาง → คัดสิ่งปนเปื้อน ตัดย่อยให้ได้มาตรฐาน
โรงหลอมใหญ่ เช่น G Steel, GJ Steel → รีไซเคิลเศษเหล็กเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน
นี่คือห่วงโซ่ที่เชื่อมตั้งแต่รายย่อยจนถึงโรงงานยักษ์ใหญ่ และกำลังกลายเป็น “Supply Chain สีเขียว” ที่โลกจับตามอง
ราคาตลาด (ก.ค. 2568)
เหล็กหนา: 6.00 – 8.50 บาท/กก.
เหล็กรวม/โครงสร้าง: 7.50 บาท/กก.
เหล็กบาง/เมทัลชีท: 3.30 – 4.00 บาท/กก.
เหล็กซอยสั้น: 4.45 – 5.85 บาท/กก.
ราคาผันผวนตามตลาดโลกและดีมานด์โรงหลอมในประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เศษเหล็กคุณภาพสูง เริ่มมี “พรีเมียม” เพราะช่วยลดต้นทุนพลังงานในเตาหลอมได้จริง
ความต้องการเศษเหล็กไทย
เฉลี่ย 4.5 – 6.5 ล้านตัน/ปี
ปี 2566 อยู่ที่ 5.5 ล้านตัน ลดลง 6.1% YoY
ปี 2567 ไทยนำเข้าเศษเหล็ก ~1.2 ล้านตัน (20–25% ของความต้องการรวม)
แหล่งนำเข้าหลัก: ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, อาเซียน
Insight: แม้ไทยพยายามพึ่งพาเศษเหล็กในประเทศ แต่ปัญหาสิ่งปนเปื้อนและขนาดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ต้องนำเข้าเศษเหล็กคุณภาพสูงเพื่อ “ปรับสมดุล”
เทรนด์และความท้าทาย
Green Steel: ความต้องการเศษเหล็กสะอาดและคุณภาพสูงพุ่งขึ้น
ทุนจีนบุกตลาด: โรงหลอมใหม่ในปราจีนบุรี–ระยอง แย่งวัตถุดิบ
AI คัดแยกเศษเหล็ก: ลดแรงงาน เพิ่มคุณภาพ
เศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG): กฎหมายจัดการซากรถยนต์เก่า กำลังเปิดโอกาสใหม่
เพิ่มเติม: การผลักดัน ESG และ Carbon Border Tax ในยุโรป ทำให้ผู้ส่งออกเหล็กไทยต้องเร่งปรับตัว หากใช้เศษเหล็กคุณภาพสูง จะช่วยลด “Carbon Footprint” และเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก
ผู้เล่นหลักในตลาด
G Steel / GJ Steel → เหล็กแผ่นรีดร้อน ใช้เศษเหล็ก 100%
Millcon Steel (MILL) → เหล็กเส้นคุณภาพสูง กำลังผลิต 600,000 ตัน/ปี
Tata Steel Thailand (TSTH) → เหล็กเส้น/ลวด ผ่านโรงงาน 3 แห่ง
TY-Steel → เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต กำลังผลิต 600,000 ตัน/ปี
ทุนจีนรายใหม่ → โรงหลอมเหล็กเส้น/บิลเล็ต
Insight: การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ “ราคา” แต่เริ่มขยับไปที่ “คุณภาพเศษเหล็ก” และ “เทคโนโลยีการหลอม”
ภาพรวมตลาดเหล็กไทย 2568–2569
ความต้องการเหล็กในประเทศ: 16.3–16.5 ล้านตัน (+1–2%)
แรงหนุน: Mega Projects, การท่องเที่ยว
ปัจจัยลบ: เหล็กราคาถูกจากจีน, หนี้ครัวเรือนสูง, ต้นทุนพลังงาน
แนวโน้มราคา: “ทรงตัวถึงอ่อนตัว” → ผู้ค้าเน้น Just-in-time ลดเสี่ยงสต็อก
Insight: ตลาดเหล็กไทยกำลังอยู่ใน “เกมรับ” มากกว่า “เกมรุก” แต่โครงการรัฐยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม
กลยุทธ์การอยู่รอด
Consolidation → ทุนใหญ่ต่างชาติร่วมถือหุ้น นำเทคโนโลยีและเงินทุน
Niche Market → ผลิตเหล็กเกรดพิเศษ เช่น Auto Parts, พลังงานสะอาด
Digital Supply Chain → แพลตฟอร์มออนไลน์เช็กราคา–จองสินค้า
เพิ่มเติม: ผู้ประกอบการเริ่มมองไปที่ “Value-added Steel Solutions” เช่น เหล็กดัดสำเร็จรูป (Cut & Bend) ที่ช่วยลดต้นทุนแรงงานและเวลาในไซต์งาน
โอกาสใหม่ในธุรกิจเศษเหล็ก
Scrap Processing Centers: โรงหลอมต้องการเศษเหล็กที่คัดเกรดแล้ว
ELV (End-of-Life Vehicles): กฎหมายซากรถยนต์จะปลดล็อกแหล่งเศษเหล็กมหาศาล
Circular Economy Branding: ผู้ประกอบการที่สามารถโชว์ว่าเหล็กของตน “รีไซเคิลได้จริง” จะได้เปรียบในการเจรจาโครงการใหญ่ที่มีเกณฑ์ ESG
สรุปสำหรับผู้ประกอบการ BY SO OK TRADING :
ปี 2568–2569 คือปีแห่งการ “ประคองตัวและปรับฐาน”
ขาขึ้น: เหล็กโครงสร้างในโครงการระบบราง (EEC)
ขาลง: เหล็กแผ่นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า (ฐานการผลิตย้ายออกนอกประเทศ)
Insight สุดท้าย: เศษเหล็กกำลังเปลี่ยนจาก “ของเก่า” เป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในยุค Green Economy
หากท่านมีความต้องการในสินค้า STEEL SCRAP ท่านสามารถติดต่อ บริษัท SO OK TRADING เพื่อดำเนินการให้ท่านได้ โดยท่ายสามารถติดต่อที่หน้า WEBSITE : www.sooktrading.com หน้าแรก กดปุ่ม GIVE INQUIRY หรือส่งอีเมลล์มาที่ SOOKTRADING@OUTLOOK.COM ได้เลยครับ


