แชร์

ทะลุแนวต้าน: ทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองตลาดโลก

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
1333 ผู้เข้าชม
ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
 

แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)

ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:

Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
 

ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)

เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย

 กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING 

นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
 

สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)

ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
 

บทสรุปจาก SO OK TRADING

ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ

 
แนะนำบริษัท SO OK TRADING

เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด

บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Global Energy Crisis 2026: จุดเดือดช่องแคบฮอร์มุซ – Supply Shock ที่โลกจับตา : วิเคราะห์ฉากทรรศน์ By SO OK TRADING
วิกฤตพลังงานโลก: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด เดือนมีนาคม 2569 อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 30% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน เงินเฟ้อเร่งตัว และเศรษฐกิจทั่วโลกสั่นสะเทือน
7 มี.ค. 2026
ตะกั่วพลังงานสะอาด: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต — ตลาดตะกั่วเดือด! ดีมานด์เขียวทะยาน อุปทานตึงตัว ราคาพุ่งแรง ศึกตะกั่วรีไซเคิลปะทะตะกั่วบริสุทธิ์ เบิกทางสู่โลกสีเขียว : SO OK TRADING 13 MAY 2026
ตะกั่วโลกเดือด! ราคาพุ่งแรงเพราะพลังงานสะอาดและอุปทานตึงตัว โลหะยุทธศาสตร์แห่งยุคใหม่ กำลังขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน ปี 2026 ตลาดตะกั่วโลกกำลังร้อนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ LME พุ่งแตะ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สูงสุดในรอบ 12 สัปดาห์ สะท้อนถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัวและความต้องการที่พุ่งสูงจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด จากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบสำรองไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ ตะกั่วกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว ขณะที่กฎระเบียบรีไซเคิลใหม่ๆ และการลดกำลังผลิตจากเหมืองทั่วโลก กำลังสร้างแรงกดดันต่อราคามากขึ้นเรื่อยๆ SO OK TRADING วิเคราะห์เชิงลึกถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาด ความแตกต่างระหว่างตะกั่วบริสุทธิ์และตะกั่วรีไซเคิล รวมถึงแนวโน้มราคาที่อาจพุ่งแตะ 2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันภายในปี 2027 FAST • SHARP • RELIABLE — พันธมิตรทางธุรกิจที่คุณไว้วางใจได้
13 พ.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy