แชร์

ทะลุแนวต้าน: ทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองตลาดโลก

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
1321 ผู้เข้าชม
ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
 

แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)

ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:

Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
 

ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)

เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย

 กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING 

นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
 

สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)

ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
 

บทสรุปจาก SO OK TRADING

ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ

 
แนะนำบริษัท SO OK TRADING

เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด

บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
 “พลังโลหะเปลี่ยนโลก: อลูมิเนียม ทองแดง นิกเกิล และแร่หายาก จุดชนวนแห่งนวัตกรรม ปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้า EV: บทความโดย SO OK TRADING 19 มีนาคม 2026
สงครามโลหะและแร่หายาก: พลังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “อลูมิเนียม ทองแดง นิกเกิล และแร่หายาก” ที่กำลังกลายเป็นหัวใจของนวัตกรรม EV ทั่วโลก บทความล่าสุดจาก SO OK TRADING วิเคราะห์เจาะลึกว่า: - โลหะพื้นฐานเหล่านี้มีบทบาทอย่างไรในแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าของรถ EV - แร่หายากอย่าง Neodymium, Dysprosium, Praseodymium ช่วยให้มอเตอร์มีแรงบิดสูงและขนาดเล็กได้อย่างไร - เทรนด์โลกปี 2025–2030 จะเปลี่ยนทิศทางการใช้โลหะและแร่หายากอย่างไร - ค่ายรถยนต์ชั้นนำอย่าง Tesla, BMW, Renault, Nissan, BYD และ Toyota กำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแร่หายากอย่างไร
19 มี.ค. 2026
ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING
ราคาทองคำต้นปี 2026 ณ วันที่ 5 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 4,300–4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากปี 2025 ที่ราคาพุ่งแรง,มาตลอดทั้งปี โดยแนวโน้มปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า นโยบายการค้าระหว่างชาติ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ นโยบายเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศ ภาพรวมราคาทองคำต้นปี 2026 - ราคาล่าสุด (5 มกราคม 2026): อยู่ในช่วง 4,400 - 4,450 USD/oz - แนวโน้มปี 2025: ราคาทองคำปิดปีด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (Always New High) สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลาง - สถานะตลาด: ทองคำไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ - นโยบายการเงินสหรัฐ (Fed): ความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ช่วยหนุนราคาทองคำ - เงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก: ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยและเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - ธนาคารกลางทั่วโลก: หลายประเทศยังคงเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรอง - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แนวโน้มปี 2026 - ฐานราคา: คาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–5,500 USD/oz --> มีโอกาสทะลุ 5,000 USD/oz ขึ้นไปสูงมาก - โอกาสปรับขึ้น: หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง หรือมีปัจจัยอื่นๆ เสริมแรง ราคามีโอกาสทะลุ 5,500 USD/oz - ความเสี่ยงปรับลง: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วและดอกเบี้ยยังสูง ราคาทองคำอาจปรับฐานลงใกล้ 4,000 USD/oz --->โอกาสมี แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น สรุปสำหรับผู้ลงทุนทอง - ระยะสั้น: จับตาการประชุม Fed, นโยบายทางเศรษฐกิจของนานาประเทศ , การจำกัดการส่งออกทรัพยากรของจีน การลดการพึ่งพา USD, ข่าวนโยบายการค้า - ระยะกลาง–ยาว: ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยง ---> ราคาน่าจะวิ่งขึ้นได้อีก สรุป: ราคาทองคำปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัว–ขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินสหรัฐ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ --> ทิศทางขาขึ้น แต่ ดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ ดูทิศทางขึ้นแน่ อาจมีย่อบางช่วงแต่โดยรวมขึ้น
6 ม.ค. 2026
“วิกฤติวัตถุดิบโลก : ฮอร์มุซคลี่คลาย พลิกโฉมพลังงาน — น้ำมันร่วงแรง แนฟทาคลายตัว ปุ๋ยยังแพงต่อเนื่อง”
วิกฤติวัตถุดิบโลก : จากสงครามตะวันออกกลาง สู่การฟื้นตัวของตลาดพลังงานและอุตสาหกรรม โดย SO OK TRADING | 18 เมษายน 2569 หลังจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบพุ่งทะยาน โลกกำลังเห็นสัญญาณการคลี่คลายและฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม — น้ำมันดิบเริ่มปรับราคาลงแรง แนฟทาเริ่มคลายตัว แม้ยังมีต้นทุนสูง และปุ๋ยเคมียังคงแพงต่อเนื่อง แต่ทิศทางโดยรวมคือการกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลที่จับต้องได้ ⛽ น้ำมัน : ราคาลดลงทันทีหลังอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ⚗️ แนฟทา : Supply เริ่มกลับมา แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
18 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy