ทะลุแนวต้าน: ทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองตลาดโลก
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
1988 ผู้เข้าชม

ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)
ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:
Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)
เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย
กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING
นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)
ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
บทสรุปจาก SO OK TRADING
ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำบริษัท SO OK TRADING
เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด
บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)
ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:
Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)
เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย
กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING
นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)
ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
บทสรุปจาก SO OK TRADING
ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำบริษัท SO OK TRADING
เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด
บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง
✨ เศษอลูมิเนียม – พลังงานที่จับต้องได้ & กำแพงภาษีคาร์บอนยุคใหม่
ในยุคที่โลกกำลังเข้าสู่ Net Zero Emissions เศษอลูมิเนียมไม่ใช่แค่ “วัสดุเหลือทิ้ง” อีกต่อไป แต่คือ ทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 90–95% และเป็นหัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
8 พ.ค. 2026
วิกฤติวัตถุดิบโลก : จากสงครามตะวันออกกลาง สู่การฟื้นตัวของตลาดพลังงานและอุตสาหกรรม
โดย SO OK TRADING | 18 เมษายน 2569
หลังจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบพุ่งทะยาน โลกกำลังเห็นสัญญาณการคลี่คลายและฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม — น้ำมันดิบเริ่มปรับราคาลงแรง แนฟทาเริ่มคลายตัว แม้ยังมีต้นทุนสูง และปุ๋ยเคมียังคงแพงต่อเนื่อง แต่ทิศทางโดยรวมคือการกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลที่จับต้องได้
⛽ น้ำมัน : ราคาลดลงทันทีหลังอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
⚗️ แนฟทา : Supply เริ่มกลับมา แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
18 เม.ย. 2026
Lead Bullion – พลังงานต้นน้ำที่ขับเคลื่อนโลกอุตสาหกรรม
ตะกั่วแท่ง (Lead Bullion) คือวัตถุดิบโลหะหนักที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทั้งความหนาแน่นสูง ป้องกันรังสีได้ เนื้ออ่อนดัดง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ และสามารถรีไซเคิลได้ 100% จึงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ การป้องกันรังสี งานก่อสร้าง และการผลิตโลหะผสม แนวโน้มตลาดปี 2569 คาดว่าความต้องการทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น ราคาทรงตัว หรือสูงขึ้นที่ระดับ 2050 -2200 USD/MT และการรีไซเคิลมีสัดส่วนสูงขึ้นตามมาตรฐาน ESG ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลก SO OK TRADING มุ่งมั่นจัดหาตะกั่วแท่งคุณภาพสูงเพื่อสนับสนุนอนาคตพลังงานและอุตสาหกรรมโลก
16 ม.ค. 2026


