ทะลุแนวต้าน: ทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองตลาดโลก
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
767 ผู้เข้าชม

ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ – วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)
ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:
Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)
เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย
กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING
นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)
ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
บทสรุปจาก SO OK TRADING
ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำบริษัท SO OK TRADING
เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด
บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากทะลุระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงเคลื่อนไหวในทิศทาง Bullish อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนหลักคือการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง โดยเฉพาะจีนที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15
แนวโน้มราคาทองคำโลก (Q1–Q2/2569)
ในไตรมาสแรก ราคาทองคำมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 5,300–5,400 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ มีโอกาสพุ่งต่อไปถึง 5,500–6,000 ดอลลาร์
เข้าสู่ไตรมาสสอง สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ปรับเป้าหมายขึ้นอย่างต่อเนื่อง:
Goldman Sachs ประเมินที่ 5,500–5,800 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาจะสูง
J.P. Morgan มองเป้าหมายสูงสุดที่ 6,000–6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงและดอกเบี้ยขาลงจะเป็นตัวเร่งสำคัญ
UBS คาดการณ์ที่ 6,200 ดอลลาร์ โดยมองว่าทองคำจะทำหน้าที่เป็น “Insurance” ป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
Citi ประเมินที่ 5,300 ดอลลาร์ในระยะสั้น โดยคาดว่าจะมีการพักฐานก่อนจะพุ่งต่อไปถึง 6,000 ดอลลาร์
Standard Chartered มองเป้าหมายที่ 5,500 ดอลลาร์ โดยให้ความสำคัญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป
ราคาทองคำในประเทศ (บาททองคำ)
เมื่อค่าเงินบาททรงตัวที่ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองแท่งไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 74,500–80,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาทองโลก หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะขึ้นช้ากว่าทองโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยควบคู่ไปด้วย
กลยุทธ์การลงทุน By SO OK TRADING
นักเก็งกำไรระยะสั้น (Trading):
ควรเน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ 5,000–5,050 ดอลลาร์ และตั้งจุดหยุดขาดทุนหากราคาหลุด 4,950 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว (Holding):
ควรถือต่อเนื่องเพราะดอกเบี้ยโลกยังเป็นขาลง แต่ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วนหากราคาทะลุ 5,400–5,500 ดอลลาร์ หรือหากทองไทยแตะระดับ 80,000 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพักฐาน
สัญญาณที่ต้องจับตา (ส่งผลต่อราคาทอง)
ถ้อยแถลงของประธานเฟด หากส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยช้าลง ทองอาจพักฐานแรง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หากดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันราคาทองทันที
สถานการณ์ตะวันออกกลาง หากมีข่าวสงบศึกชั่วคราว ทองอาจปรับฐานสั้นๆ ตามแรงขายทำกำไร
บทสรุปจาก SO OK TRADING
ทองคำกำลังอยู่ใน วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ หลังทะลุ 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ผสมผสานระหว่างการถือระยะยาวและการเก็งกำไรระยะสั้น โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 5,500 ดอลลาร์ เพื่อวางแผนการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพ
แนะนำบริษัท SO OK TRADING
เช่นเดียวกับทองคำที่ทะลุ 5,000 ดอลลาร์และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น SO OK TRADING มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านการส่งออกสินค้าพรีเมียม เช่น ผลไม้คุณภาพสูง ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด
บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้วย การเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่เวทีโลก ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสินค้า การตลาดเชิงข้อมูลและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่ค้าต่างประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง
“ช่องแคบฮอร์มุซเดือด – โลจิสติกส์โลกสะเทือน, ค่าขนส่งแพงระเบิด”
SUPPLY & DEMAND SHOCK จากตะวันออกกลาง | 13 มีนาคม 2569
บทความโดย SO OK TRADING
เมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีเรือพาณิชย์ เส้นทางขนส่งน้ำมันโลกกว่า 30% หยุดชะงักทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล และค่าระวางเรือพุ่งขึ้น 2-3 เท่าในเวลาไม่กี่วัน
ค่าระวางคอนเทนเนอร์ 40 ฟุตทะยานจาก 3,500 ➜ 10,000+ USD
ค่าธรรมเนียมฉุกเฉิน, War Risk, Bunker Surcharge เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ไทย-จีน / ไทย-ญี่ปุ่น กระทบหนัก: ตู้ขาดแคลน, ส่งออกล่าช้า
โลกกำลังเข้าสู่ยุค “Global Supply Chain Reset” ที่ต้นทุนสูงและผันผวนคือความปกติใหม่
อ่านบทความฉบับเต็ม พร้อมบทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทยและภูมิภาคต่างๆ ได้ที่:
13 มี.ค. 2026
Oil, War & Deals: Islamabad Talks พลิกเกมเศรษฐกิจโลก
การประชุมระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ปากีสถาน — จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลกในปี 2026
บทความโดย SO OK TRADING | 11 เมษายน 2026
โลกกำลังจับตา “Islamabad Talks” การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพ หรือจุดเปลี่ยนของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
กว่า 14 ชั่วโมงของการเจรจาแบบมาราธอน ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจาได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก — ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่ผันผวน ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในเอเชียและยุโรป
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก
12 เม.ย. 2026
✨ โลกเปลี่ยนทิศ: พลังงานแพง เศรษฐกิจผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาส ✨
วิเคราะห์สถานการณ์โดย SO OK TRADING
วันที่ 31 มีนาคม 2026 ถูกบันทึกว่าเป็นวันสำคัญที่สงครามตะวันออกกลางได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันและก๊าซทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่พลาสติก ปุ๋ย ไปจนถึงอาหารและโลหะหนักเพิ่มขึ้นทันที ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง
แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ยังมี โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว — ไม่ว่าจะเป็นการหันสู่ Circular Economy, การใช้ พลังงานทางเลือก, หรือการเร่งลงทุนใน รีไซเคิลและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
SO OK TRADING มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ:
- ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะได้เปรียบ
- นักลงทุนที่มองหาโอกาสในวิกฤตจะเห็นช่องทางใหม่ใน Green Energy และ Supply Chain ทางเลือก
- ผู้บริโภคจะเริ่มหันไปใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนต่ำกว่า
31 มี.ค. 2026


