Share

Wood Pallet: เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด ลดโลกร้อน : พลังงานแห่งอนาคต

Last updated: 10 Nov 2025
441 Views

Wood Pellets หรือ ชีวมวลอัดแท่ง เป็นนวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวมวล ในรูปเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-Fuels) ผลิตจากไม้เนื้อแข็ง จากสวนป่าปลูกของเกษตรกร (Farmed-Trees) ภายใต้แนวทางการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับมาตรฐานจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ในระดับนานาชาติ ซึ่งให้ค่าพลังงานความร้อนสูงเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ที่สะอาด ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล (Fossil-Energy) ซึ่งลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ตอบสนองการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ของภาคอุตสาหกรรม และการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์

จากที่ทราบกันเป็นอย่างดี ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแห่งการเกษตรลำดับต้นๆ ของโลกประโยชน์ของการนำของเสียทางเกษตรจำนวนมากมาต่อยอดจึงได้มาถึงแล้ว โดยเราสามารถนำของเสียเหล่านี้ มาทำเป็น ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass wood pellet) เพื่อผลิตพลังงานใช้ในอุตสาหกรรมได้โดยไม่ให้เสียทรัพยากรไปโดยสูญเปล่า และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ทั้งนี้ ชีวมวลอัดแท่ง เหมาะแก่เป็นพลังงานหมุนเวียนในธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นตัวช่วยรับมือกับภาษีคาร์บอนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood pellet) คืออะไร ?
ชีวมวลอัดแท่ง มีกระบวนการผลิตอย่างไร ?
ชีวมวลอัดแท่ง แปรรูปเป็นพลังงานได้อย่างไร ?
ข้อดีของ ชีวมวลอัดแท่ง ในบริบทไทย
ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood pellet) คืออะไร ?

ชีวมวลอัดแท่ง คือ แท่งพลังงานเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-Fuels) ที่ได้จากอินทรีย์สาร หรือก็คือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กาก มูลสัตว์และของเสียจากโรงงาน เช่น ขี้เลื่อย แกลบ ฟาง กากอ้อย กะลาปาร์ม กะลามะพร้าว เศษไม้ เศษหญ้า มูลโคและสุกรเปลือกสับปะรด น้ำเสียจากโรงงาน เป็นต้น โดยให้ค่าพลังงานความร้อนสูง สามารถนำมาใช้ในการแปรรูปเป็นพลังที่ใช้ในอุตสาหกรรม และกิจกรรมต่างๆ ได้ และที่สำคัญชีวมวลอัดแท่งนี้ยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
โดยเราสามารถนำ ชีวมวลอัดแท่ง มาแปรรูปเป็นพลังงานได้หลากหลาย
ชีวมวลอัดแท่ง มีกระบวนการผลิตอย่างไร ?

1. กระบวนการย่อย (Crushing process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตร เช่น ปีกไม้ เศษไม้ เปลือกไม้ ฟางข้าว ที่มีขนาดไม่เหมาะแก่สำหรับการผลิตมาย่อยให้มีขนาดที่เหมาะสมผ่านเครื่องจักรย่อยบด ก่อนที่จะนำไปผลิต
2. กระบวนการลดความชื้น (drying process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตรมาลดความชื้นให้ถึงในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้วัสดุเหมาะกับกระบวนการอัด (pelleting process)
3. กระบวนการผสม (mixing process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตรตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป มาผสมกัน
4. กระบวนการอัด (pelleting process)
เป็นการขึ้นรูปวัสดุให้เป็นแท่งให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 6-10 มม. ยาว 3-6 ซม. หรือตามความต้องการ โดยจะใช้เครื่องจักรในการขึ้นรูป
5. กระบวนการระบายความร้อน (cooling process)
จะเป็นการนำเชื้อเพลิงชีวมวลที่ขึ้นรูปเป็นแท่งแล้ว มาระบายความร้อน เพื่อให้เย็นตัวลง ซึ่งจะทำให้ชีวมวลมีความแข็งคงทนเป็นแท่ง โดยในกระบวนการนี้เป็นอันเสร็จสิ้น
ชีวมวลอัดแท่ง แปรรูปเป็นพลังงานได้อย่างไร ?

ชีวมวลอัดแท่ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในภาคอุตสาหกรรมโรงงาน และการคมนาคม เป็นต้น ทั้งนี้ชีวมวลอัดแท่งสามารถแปรรูปเป็นพลังงานได้ 4 รูปแบบ
1. เผาไหม้โดยตรง (Combustion)
สามารถทำการแปรรูปโดยนำความร้อนจากการเผาไหม้ชีวมวล ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิและความดันสูง จากนั้นไอน้ำจะถูกส่งไปขับกังหันไอน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้า
2. หมัก (Fermentation)
เป็นการนำวัตถุดิบมาหมักในที่อับอากาศ ซึ่งจะแปรรูปวัตถุดิบชีวภาพให้เป็นแก๊ซมีเทน และเป็นเชื้อเพลิงในเวลาต่อมา โดยสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้
3. ผลิตก๊าซ (Gasification)
ทำการเผาแบบอัดก๊าซจนได้ก๊าซสังเคราะห์ (Syngas) สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas engine) ได้
4. ผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากพืช
ทำการย่อยสลายพืชทางการเกษตร ในรูปแบบเอทานอล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน
ข้อดีของ ชีวมวลอัดแท่ง ในบริบทไทย


ในประเทศไทย ชีวมวลอัดแท่ง ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมโรงงานไทยในช่วงระยะหลังมานี้ เนื่องจากชีวมวลอัดแท่งสามารถเผาไหม้ได้นาน ซึ่งก็เท่ากับพลังงานที่มาก เหมาะกับการใช้ในรูปของพลังงานความร้อน เพื่อผลิตไอน้ำ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบหม้อต้มไอน้ำ ซึ่งมีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงพาณิชย์ชนิดอื่นๆ และสามารถใช้แทนน้ำมันดีเซลในกระบวนการผลิตด้วยความร้อนด้วยต้นทุนที่ประหยัดกว่ามาก อีกทั้งยังช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า เพราะเชื้อเพลิงชีวมวลทำจากทรัพยากรเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถทดแทนได้ ซึ่งในประเทศไทยก็มีอยู่อย่างเหลือเฟือ
นอกจากนี้ ด้วยความที่ ชีวมวลอัดแท่ง เป็นพลังงานหมุนเวียน จึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยรับมือกับมาตรการปรับภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรหมแดน (CBAM) สำหรับธุรกิจไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป เพราะต้องบอกเลยว่าต่อไปในอนาคตมาตรการภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) จะเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะฉะนั้นพลังงานหมุนเวียนสำคัญมาก


อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการใช้ ชีวมวลอัดแท่ง ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างในโรงงานแปรรูปเกษตรและเคมีภัณฑ์เป็นหลักซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากภาคการผลิตไทย ยังไม่มีเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่ยังคงมีต้นทุนที่สูงอยู่


แต่มีการคาดการณ์ว่าอนาคต ชีวมวลอัดแท่ง ในประเทศไทย จะเติบโตมากขึ้นตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลรวม 4,694 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า


SOOK TRADING  จำหน่าย ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood Pellet) ที่มีส่วนผสมของยางพาราและไม้เนื้อแข็ง ให้พลังงานสูง เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเกรดพรีเมียม ให้ค่าความร้อนสุทธิขั้นต่ำ 4,300 กิโลแคลอรี่ / กิโลกรัม โดยมีปริมาณเถ้าที่ต่ำ และความชื้น (Moisture Content) 

เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) ผลิตได้จากการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ขี้เลื่อย แกลบ ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กะลาปาล์ม เปลือกไม้ เศษไม้หรือขี้เลื่อยจากโรงงานแปรรูปไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ มาย่อย ลดความชื้น และนำมาอัดเป็นเม็ดหรือแท่ง ได้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีความชื้นต่ำ มีค่าความร้อนสูง สะดวกต่อการขนส่ง และสามารถเก็บสต็อกวัตถุดิบได้นาน เหมาะสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตความร้อนในภาคอุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้า ในต่างประเทศมีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดค่อนข้างสูง จากกระแสสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน

ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่กำลังทยอยเปิดเพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ญี่ปุ่นต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด เพิ่มจาก 1.2 ล้านตันในปี 2562 มาเป็น 5 ล้านตันในปี 2565 และ 10 ล้านตันในปี 2570 และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทางด้านวัตถุดิบในการผลิต โดยเฉพาะจากการโค่นต้นยางปีละมากกว่า 4 แสนไร่ ซึ่งนอกจากจะได้เนื้อไม้แปรรูปเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้แปรรูปแล้ว ผลพลอยได้ประเภทเศษไม้ เศษขี้เลื่อย ยังสามารถป้อนเป็นวัตถุดิบผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดได้ถึงประมาณ 12 ล้านตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าเชิงเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะเป็นเครื่องชี้ถึงความสำเร็จของโอกาสที่ไทยจะสามารถเพิ่มบทบาทการส่งออกเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดไปยังญี่ปุ่นคือ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้า ทั้งด้านปริมาณและความต่อเนื่องของวัตถุดิบที่มีความยั่งยืนตลอดช่วงอายุสัญญาซื้อขาย เนื่องจากการสั่งซื้อจากญี่ปุ่นส่วนมากเป็นการทำสัญญาระยะยาว 10-20 ปี ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการของไทย อาจใช้โอกาสจากความพร้อมในด้านต่างๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์จาก White Pellet มาเป็น Black Pellet ที่มีค่าความร้อนสูงกว่า พร้อมทั้งขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ได้อีกด้วย

Wood Pallet เชื้อเพลิงธรรมชาติ แหล่งพลังงานหมุนเวียนในอนาคต


Related Content
CBAM与碳信用:重塑全球贸易格局,从成本到机遇 —— 先行适应碳足迹,泰国企业在绿色时代的生存之道
นี่คือการแปลโพสต์แนะนำของคุณเป็นภาษาจีนครับ
21 Feb 2026
椰壳炭 来自中国和日本的需求持续上升 BY SOOK TRADING
椰壳炭的用途 —— 参考中国市场和日本市场 中国市场 根据市场数据,中国是椰壳炭的主要进口国。2025年进口量大幅增加,平均进口价格比上一年 上涨超过75%。不仅来自泰国的需求增加,来自印尼和马来西亚等主要出口国的需求也在扩大。 在中国,椰壳炭的需求非常高,主要应用于以下领域: - 清洁能源产业 - 活性炭(Activated Carbon)的生产 - 水处理与空气净化 日本市场 在日本,椰壳炭在家庭和工业领域都有广泛应用。特别是在 烤肉、烤鸡串、烧烤 等餐饮店,对无烟、稳定高热量的炭有很高的需求。 此外,日本在环保领域的应用也在不断推进: - 生物炭(Biochar)的生产 → 有助于碳固定和减少温室气体排放 - 活性炭(Activated Carbon)的生产 → 用于水处理、空气净化和化工产业 日本高度重视清洁能源和脱碳,因此对来自泰国和东南亚的高品质进口产品需求不断增加。 联系方式 如果您有意采购泰国产的 椰壳炭,请联系 SOOK TRADING。 我们提供适合中国和日本市场出口的高品质产品。
8 Jan 2026
生物燃料与生物质燃料的未来 —— 替代煤炭能源的路径(SO OK TRADING 撰文)
生物燃料与生物质能:碳信用与清洁能源解决方案 来自 SO OK TRADING 在全球迈向净零排放的进程中,生物燃料与生物质能不再只是替代选项,而是成为新常态。从东亚的可持续航空燃料(SAF)到东南亚的垃圾衍生燃料(RDF),清洁能源正重塑全球贸易、碳策略与工业燃料结构。 本信息图涵盖: ✅ 全球市场规模(预计到2034年达2576.1亿美元) ✅ 各地区趋势(美国、欧盟、亚洲) ✅ 东亚新星:SAF与船用生物燃料 ✅ 生物质燃料对比:木颗粒、木屑、RDF ✅ 市场价格与商业机会分析 无论您是出口高端木颗粒、供应本地木屑,还是拓展低成本RDF市场,绿色能源的未来已来,机遇正在加速。
28 Feb 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy